Category Archives: ความเคลื่อนไหวของ TAHR

ประชาชน ขอขอบคุณ

364

ทนายหนุ่มคู่ทุกข์คู่ยากของ ‘กอล์ฟ เด็กปีศาจ’ คดี 112

216

คนรักของอาชญากร (ทางความคิด) 2/4

SaT, 2016-02-20

เมตตา วงศ์วัด

Cr. Woodside New York

ทนายหนุ่มคู่ทุกข์คู่ยากของ ‘กอล์ฟ เด็กปีศาจ’

ป๊อก ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเดินทางไปเยี่ยมภรณ์ทิพย์ หรือ กอล์ฟ แฟนสาวนักแสดงละครเวทีแทบทุกวันตลอดปีกว่าที่ผ่านมา การรอคอย 2-3 ชั่วโมงเพื่อแลกกับ 20 นาทีเป็นวิถีอันปกติ เขาเยี่ยมคนรักตั้งแต่ตัวเองยังเป็นนักเรียนกฎหมายเมื่อปลายปี 2557 จนบัดนี้กลายเป็นทนายเต็มตัว อย่างไรก็ตาม การพูดคุยเรื่องรักกับชายหนุ่มเป็นไปด้วยความยากลำบาก การพยายามปิดบังความขวยเขิน หรือสะกดกั้นอารมณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นเป็นระยะ

ปลายปี 2551 พวกเขาเจอกันที่ชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบทของมหาวิทยาลัยรามคำแหงและเริ่มต้นคบหากัน ป๊อกอธิบายสิ่งดึงดูดกันและกันว่า “คุยภาษาเดียวกัน เรื่องเดียวกัน” ทั้งคู่ต่างอ่านหนังสือการเมือง ประวัติศาสตร์การเมือง วรรณกรรมการเมือง วรรณกรรมเพื่อชีวิตกันมาตั้งแต่มัธยม

กอล์ฟมีความสนใจเรื่องการแสดงละครเวทีเป็นพิเศษ และอาศัยครูพักลักจำจากนักแสดงต่างๆ เคยได้เรียนเป็นเรื่องเป็นราวช่วงสั้นๆ จากกลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยว จากนั้นพวกเขาและเพื่อนกลุ่มเล็กๆ จึงเริ่มทำละครในปี 2553 หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมซึ่งสะเทือนใจพวกเขาอย่างยิ่ง

“ผมไม่ได้ทำ แต่ไปช่วยเขา (หัวเราะ) สิ่งที่เขาอยากทำมากคือ ทำอะไรที่มันย่อยได้ง่ายๆ แบบที่คนธรรมดาสามัญสามารถเข้าถึงได้ ดูได้ ไม่ต้องเสียบัตรเสียตั๋วเข้าไปดู ความเป็นศิลปะหรือละครเวทีมันมีเส้นแบ่งอยู่ คนธรรมดาชาวบ้านจะไปดูก็ลำบาก ต้องเสียเวลา ต้องเสียเงิน คนที่ตั้งใจจริงๆ ถึงจะได้ดูศิลปะ แต่ในม็อบ ละครมันเปิดเผยตัวกับผู้คนตรงนั้นเลย ละครมันเป็นการตั้งคำถาม และบางทีมันก็เป็นคำตอบด้วยสำหรับประเด็นบางประเด็น แต่สำคัญคือมันชวนให้คิด”

กอล์ฟชอบละครและชอบทำงานกับเด็ก เธอตระเวนใช้ละครเป็นเครื่องมือสร้างความสุขและความคิดสร้างสรรค์ให้เด็กๆ หลายภูมิภาค เคยมีคนเล่าให้ฟังว่า ละครหลายต่อหลายเรื่องเกิดขึ้นโดยประชาธิปไตยทางตรง ทุกคนรวมหัวกันเขียนบทตรงนั้นและซ้อมกันไม่กี่ชั่วโมงก่อนแสดง

เส้นทางนี้ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งมีการแสดงในลักษณะสร้างบทหลวมๆ ปล่อยอารมณ์และคำพูดผู้แสดงไหลไปตามธรรมชาติในงานรำลึกครบรอบ 40 ปี 14 ตุลา ที่หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนนั้นเป็นบรรยากาศหลังสลายการชุมนุมปี 2553 ไม่นานนัก พรรคเพื่อไทยเพิ่งกลับมาชนะเลือกอีกครั้งและบรรยากาศสังคมค่อนข้างเปิด ในปีต่อมาการแสดงในหอประชุมก็ถูกจุดเป็นประเด็นขึ้นเมื่อเครือข่ายเฝ้าระวัง พิทักษ์และปกป้องสถาบันกษัตริย์แจ้งความกับ 13 สน.

หลังการรัฐประหารปี 2557 คดี 112 ทั้งหมดไม่ว่าเก่าหรือใหม่ถูกรื้อฟื้นและดำเนินการอย่างเร่งด่วนภายใต้กฎอัยการศึกซึ่งทหารสามารถบุกจับกุมผู้ต้องหาและควบคุมตัวโดยขาดการติดต่อกับโลกภายนอกได้ 7 วัน คณะผู้ร่วมแสดงละครรวมถึงผู้จัดงานรำลึกต่างแตกสานซ่านเซ็นเนื่องด้วยเกรงว่าจะโดนหางเลขไปด้วย ไม่นานปรากฏข่าว ‘แบงก์’ หนึ่งในนักแสดงถูกจับกุมดำเนินคดีในมาตรานี้ และวันถัดมาก็ถึงคราวของกอล์ฟ ผู้ซึ่งขณะนั้นเตรียมจะไปทำงานและเรียนต่อยังต่างประเทศ

“เขามาเล่าให้ผมฟังทีหลังว่า ตอนที่ถูกจับมีช่วงที่เขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาคิดอยากฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ มันหมดแล้ว ความหวัง ความฝัน การหาเงิน การช่วยคนอื่น มันไม่ได้ไปต่อแล้ว เรากลัวตลอดเรื่องนี้ เพราะโดยอารมณ์เขามันขึ้นลงสูง จนมาถึงในเรือนจำเขาก็ยังมีอารมณ์แบบนี้อยู่พักใหญ่หลายเดือน มันมาเป็นระลอก ไม่อยากอยู่แล้ว มันแย่มากแล้ว ช่วงนั้นพนักงานสอบสวนเข้า อัยการเข้า มันบีบคั้นเขามาก”

“เวลาอารมณ์เขาตกอยากทำร้ายตัวเอง ผมรู้สึกแย่มากๆๆๆๆๆ ผมก็ได้แค่ปลอบประโลมว่าอย่าทำ แล้วก็ฟัง ให้เขาได้พูด ในภาวะอย่างนั้นอารมณ์เขาอาจสวิงมาก แต่อย่างน้อยเขาพูดมันออกมา เรายังรับรู้ได้ว่าเขาเป็นยังไง”

“เราไม่สามารถทิ้งใครในภาวะแบบนั้นได้ ตอนมีความสุขใครๆ ก็อยู่ด้วยกันได้ แต่ในภาวะยากลำบากขนาดนั้นมันจะมีซักกี่คนที่รับฟังกัน ที่พูดกันได้ ที่ดูแลกันได้”

“วันไปฝากขังที่ศาล กอล์ฟเข้าคุก ตกกลางคืนผมก็ไปรับแม่ที่พิษณุโลก ผมทำใจยากมากๆ ยังจำภาพมาม่าขึ้นอืดชามนั้นได้ แกกินอะไรไม่ลง ไปถึงผมยังไม่บอกอะไร เพียงแต่บอกให้ลงมากรุงเทพฯ ด้วยกันเฉยๆ กะว่าจะมาบอกที่เรือนจำเลย แต่แกก็พอจับทางได้แล้วเพราะติดต่อลูกไม่ได้เลย พอตัดสินใจบอกแก แกก็ร้องไห้ แต่พยายามทำความเข้าใจ ช่วงนั้นทำใจลำบากมากที่จะบอกว่า ลูกแม่ถูกจับแล้วนะ ผมมารับแม่ไปเยี่ยมเขา ตรงนั้นมันยากมากจริงๆ”

“คุกมันสูบความฝัน จินตนาการของเขาเหมือนกัน เป็นอารมณ์ที่ผมสัมผัสได้ เขาถามผมประจำเลยว่า ออกไปเราจะทำอะไรๆ แต่ด้วยความที่ฝันและจินตนาการของกอล์ฟมันล้นเกินอยู่แล้วมันเลยยังมีเหลือ ช่วงนี้เลยเรียนเยอะมาก เรียนภาษาอาหรับ เรียนช่างสิบหมู่ เรียนศาสนา เรียนมสธ. ยังอ่านหนังสืออยู่ วันก่อนนู้นบอกผมน้ำเสียงตื่นเต้นมาก หนังสือมีลายเซ็นพี่ภัควดี (วีระภาสพงษ์) ที่หน้าปกด้วย บอกว่า “มอบให้สมยศ พฤกษาเกษมสุข” แต่มันมาตกอยู่คุกหญิงได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็มีแนบท้ายด้วยว่า “อ่านไม่รู้เรื่องอะพี่ภัค” (หัวเราะ) มันเป็นนิยายแปลอะไรซักอย่างนี่แหละ”

“ฝันเดียวที่มั่นคงและกอล์ฟยืนยันตลอดคือ เขาอยากเปิดโรงเรียนเด็ก โรงเรียนธรรมชาติที่สอนทุกอย่าง อารมณ์แบบโรงเรียนต้นไม้อะไรแบบนั้น”

“คนที่มันโตมาแบบนี้ การเมืองมันกลายเป็นโมเลกุลนึงของเขาแล้ว เพียงแต่เราไม่รู้ว่าภาวะภายใต้กำแพงสูงจะลดทอนหรือเพิ่มในส่วนไหน และเขาออกมาแล้วจะจัดวางตัวยังไง”

6 ตุลาคมปีนี้ เป็นวันที่ กอล์ฟ จะได้รับอิสรภาพ ส่วนแบงค์คู่หูคู่คดีก็น่าจะออกในเวลาไล่เลี่ยกัน

*********** นั้นคือ ความรักของ ทนายหนุ่มคู่ทุกข์คู่ยากของ ‘กอล์ฟ เด็กปีศาจ’ ********

ความรักออนไลน์ของหนุ่มโรงงาน ‘ฐนกร’ นักโทษคดี 112

215

คนรักของอาชญากร (ทางความคิด) 1/4

SaT, 2016-02-20

เมตตา วงศ์วัด

Cr. Woodside New York

กว่าจะรู้ว่าเป็นความคิดที่ไม่ดีนักที่จะเขียนถึงชีวิต ‘คนรัก’ ของนักโทษคดี 112 ก็ต่อเมื่อต้องลงมือเขียนแล้ว เรื่องความสัมพันธ์ไม่(เคย)ง่าย ซับซ้อนและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง กรณีนี้ยังซ้อนทับไปกับบาดแผลฉกรรจ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น อดีตอันเจ็บปวดถูกขุดคุ้ยให้ฟุ้งกระจาย ความรู้สึกไม่เป็นธรรมเหมือนถูกตอกย้ำด้วยการเล่าซ้ำ คำถามเรียบง่ายถึงอนาคตกลายเป็นเรื่องสะเทือนใจลึกล้ำ

แรงบันดาลใจเกิดจากการได้เห็นพวกเธอและเขาตระเวนเยี่ยมคนรักในเรือนจำอย่างมั่นคงเป็นแรมปี เห็นน้ำตาของพวกเธอและเขาหลายต่อหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม พลังงานมีเพียงพอสำหรับนำเสนอชีวิตของ ‘คนรัก’ เพียง 4 คนท่ามกลางคนรักของนักโทษทางความคิดอีกมากหลาย เป็นตัวอย่างชีวิตของ ‘ผู้อยู่เบื้องหลัง’ และผลกระทบที่เกิดขึ้น

ความรักออนไลน์ของหนุ่มโรงงาน ‘ฐนกร’

เรื่องของฐนกร หรือ เอฟ ออกจะ absurd ทั้งเหตุแห่งคดีที่เขาโดนและการดูแลประคับประคองชีวิตเขาหลังจากนั้น

ชายหนุ่มวัย 28 ปีเติบโตในครอบครัวคนชั้นล่าง เรียนจบชั้นม.3 แล้วเรียนต่อ ปวช.เพียงไม่นานก็ลาออกมาทำงานโรงงานเช่นเดียวกับพ่อและแม่ เพื่อให้น้องสาวที่อายุห่างจากเขา 12 ปีได้เรียนหนังสือต่อ แม่ของเขาเล่าว่าเขาทำงานโรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์นับแต่นั้นมาจนปัจจุบัน ทำงานอย่างแข็งขันไม่เคยพลาดการทำโอที และนำเงินที่ได้มาให้แม่ใช้จ่ายในครอบครัวทั้งหมด เนื่องจากพ่อเลิกทำงานมาหลายปีเพราะป่วยด้วยหลายโรครุมเร้า น้องสาวกำลังเรียน ส่วนแม่ก็เริ่มออดๆ แอดๆ หลังทำงานหนักมาหลายสิบปี

ชายหนุ่มผู้อุทิศชีวิตให้ครอบครัว ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงต่อวัน สัปดาห์ละ 6-7 วัน เขามีความรักอยู่ในโลกออนไลน์นานหลายเดือนก่อนเขาจะโดนจับ

ปัท หญิงสาววัยห่างกว่าเขา 7 ปีเรียนบัญชีและการเงิน หลักสูตร 2 ปีครึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งและกำลังจะจบการศึกษาในเดือนกันยายนนี้…คือหญิงสาวที่เขาหลงรัก พวกเขาพูดคุยกันทางกล่องข้อความเฟซบุ๊กอยู่ 8 เดือนโดยไม่ได้เห็นหน้าค่าตากัน

“เอฟแอดเพื่อนมาก็รับ ตั้งแต่ 17 เม.ย.ปีที่แล้ว คุยแบบเพื่อนแล้วพัฒนามาเรื่อยๆ แต่ว่าก็ยังไม่ได้อยากเจอกัน ต่างคนต่างเลิกกับแฟนคนเก่า อยากคุยๆ ดูๆ กันไปนานๆ หน่อย หนูก็เพิ่งรู้ว่าอายุเราห่างกัน 7 ปี เขาบอกว่ารุ่นเดียวกัน อายุจริง หน้าตาจริงๆ หนูเพิ่งมารู้วันที่โดนจับ”

เด็กสาวปลายสายเล่าเรื่องเนิบช้า ซื่อใส และด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจ

“ตอนแรกก็มีโกรธบ้าง วินาทีแรกที่รู้ก็สงสัยว่าโกหกทำไม แต่ก็มาคิดว่าเขาคงมีเหตุผลของเขาที่ต้องโกหกเรา เขาเห็นปัทเรียนกำลังใกล้จะจบ มีอนาคต ส่วนตัวเขาจบแค่ ม.3 เหมือนทุกครั้งที่ปัทไปเยี่ยมเขาที่เรือนจำเขาพูดตลอดว่าออกมาอยากเรียนต่อ อยากจะมีวุฒิการศึกษาให้เท่ากับปัท”

“มันก็ผิดหวัง แต่สิ่งที่เขาทำให้มันเทียบกันไม่ได้ การกระทำที่เขามอบให้หลายเดือนที่ผ่านมา แม้เราไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไง แต่ความรู้สึกเขามอบแต่สิ่งดีๆ ให้ ไม่เคยทำให้เราเสียใจ ไม่เคยทำร้ายเรา”

พวกเขาโทรคุยกันทุกวัน วันละ 4 เวลา ปลุกกันไปเรียน ถามไถ่ตอนเลิกเรียน และได้คุยกันยาวหน่อยในช่วงกลางคืน เป็นเช่นนั้นเรื่อยมา จนกระทั่งมีการนัดเจอกัน “เอฟบอกว่าจะพาปัทมาเจอพ่อแม่ตอนวันปีใหม่ แต่ก็มาเกิดเรื่องซะก่อน”

ฐนกรโดนจับวันที่ 8 ธ.ค.2557 ที่โรงงานที่เขาทำงานอยู่ ถูกคุมตัวในค่ายทหารหลายวัน ก่อนจะถูกนำตัวมาฝากขังด้วยความผิดจากการแชร์ “ผังโกงราชภักดิ์” ซึ่งสุดท้ายกลุ่ม NDM ประกาศว่าเป็นผู้จัดทำ แต่หนุ่มโรงงานผู้กดแชร์รูปผังดังกล่าวเป็นผู้ถูกดำเนินคดี และยังโดนแจ้งข้อหาเพิ่มในคดีความผิดตามมาตรา 112 จากการนำรูปคุณทองแดงมาโพสต์ด้วยถ้อยคำธรรมดาแต่ถูกตีความว่าเป็นการเสียดสี

ระหว่างที่ฐนกรถูกควบคุมตัวและหายเงียบไป แม่และปัทได้มีโอกาสเจอกันและพยายามตามหาเขาในหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นสถานีตำรวจ ค่ายทหาร

“คืนนั้นปัทไม่นอนเลยแล้วก็คอยส่งข้อความตลอด แม่เครียดมาก ไม่สบาย ปัทโทรไปอีกเบอร์บังเอิญเจอแม่ แม่ไม่มีเสียงจะพูด ร้องไห้ทั้งคืน แกไม่ได้นอนเลยต้องกินยานอนหลับ ตอนนั้นคิดแต่ว่าจะติดต่อกับใครถึงจะได้เจอเอฟอีกครั้ง ไม่รู้จักใครเลย”

“พอออกมาฝากขังผัดแรก ปัทไปเยี่ยมที่คุก เจอกันครั้งแรกที่คุก ต่างคนต่างเงียบ เพราะไม่เคยเจอกันมาก่อน คำแรกที่พูดคือ เราชื่อเอฟ ปัทก็บอกเราชื่อปัท เขาถามว่ามาได้ยังไง ที่เขาหายไปปัทเป็นยังไงบ้าง ส่วนปัทก็ถามว่าทำไมเอฟผอมมาก เขาบอกว่าเครียด กินอะไรไม่ได้ มันเป็นบรรยากาศที่ต่างคนต่างไม่แน่ใจว่าควรคุยอะไรกัน แต่พอผ่านไปสองสามผัดเขาก็เริ่มเล่าว่า ทหารมีการเอาขวดน้ำตีข้างหลังเขา 3 ครั้งจนตะกุดที่เขาใส่ไว้หลุด ให้ตอบ แต่เขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำจะให้รับได้อย่างไร แล้วตอนที่อยู่ที่นั่นก็โดนล่ามโซ่ ให้นอนอย่างนั้นทั้งคืน ตอนกินข้าวก็จะมีทหารหันหลังเอาข้าวมาส่งให้ อีกคนคลุมหน้า เอฟเขากินอะไรไม่ลงเลยผอมมาก”

“เอฟพูดคุยกับปัทก็ชอบส่งแต่รูปสุนัขรูปแมวมาให้ ส่งมาตลอดเขาเป็นรักสุนัข พออ่านข่าวว่าหมิ่นพระมหากษัตริย์ ปัทก็คิดแล้วว่าเขาจะไปหมิ่นยังไง เวลาว่างเขายังแทบไม่ค่อยจะมี ปัทไม่เชื่อว่าเขาทำ” (เสียงสั่นเครือ)

“พี่สาวติดต่อมาถาม ปัทก็บอกไปว่าทิ้งไม่ได้ เห็นสภาพเขา พ่อแม่ครอบครัวเขาแล้วมันทิ้งไม่ได้ กำลังแย่ ถ้าปัททิ้งไปอีกคนก็เหมือนซ้ำเติมเขา ก็เลยตัดสินใจไปดูแลแม่”

หลังจากนั้นหญิงสาวคนนี้ก็ตื่นตีห้าเพื่อนเดินทางไปเยี่ยมคนรักที่เพิ่งเห็นหน้ากันครั้งแรกในชุดนักโทษทุกวันจนถึงปัจจุบัน ฐนกรยื่นประกันตัวหลายครั้ง แต่ศาลทหารไม่อนุญาต ขณะนี้เขายังคงถูกฝากขังอยู่ในเรือนจำ

ปัทสนิทกับแม่ของเอฟไปโดยปริยาย เธอไปเยี่ยมเอฟแทนแม่ซึ่งต้องทำงานแต่เช้า เสาร์ไหนที่เรือนจำเปิดรอบพิเศษให้ครอบครัวเยี่ยม เธอก็จะไปค้างบ้านเอฟเพื่อเดินทางไปเยี่ยมเอฟพร้อมแม่

“ตอนไปบ้านเอฟ พ่อเขากินข้าวเสร็จต้องกินยาหลายเม็ด ไม่สบายหลายโรค ส่วนแม่ทำโรงงานอะไหล่รถเครื่อง ต้องยกเหล็กหนักๆ ทำงานกะดึกบ้าง กะเช้าบ้าง เขาลำบากกันมาก ตอนเกิดเรื่องแม่ก็ยิ่งต้องทำงานหนัก ทำงานจนนิ้วล็อค เอฟเองก็ทำงานหนักมาตลอด วันที่ปัทไปที่บ้านเขาครั้งแรก เข้าไปดูห้องเขาเหมือนเห็นพวกแผงยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ เต็มไปหมด ปัทถามแม่ แม่ก็บอกว่าเอฟทำงานทุกวัน ทำโอทุกวัน ไม่สบายก็ไปทำ ไม่เคยขาดงาน และอาศัยกินยาพวกนี้บ่อยๆ”

นอกเหนือจากการไปเยี่ยมคนรักก่อนไปเรียนหนังสือทุกวัน ปัทยังต้องอดทนต่อแรงกดดันของเพื่อนรอบข้างที่รับไม่ได้กับข้อหาที่คนรักของเธอได้รับ พวกเขาแนะนำให้เธอออกมาจากจุดนั้นเสีย

“เพื่อนบางคนก็ซ้ำเติม บอกให้เลิกยุ่งกับเอฟ (เสียงสั่น) เพื่อนในกลุ่มปัทส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญแล้ว พอมีปัญหาเขาก็รับไม่ได้ แล้วจากที่เคยติวหนังสือให้พวกเขาตลอดตอนจะสอบ พอช่วงนี้ไม่ว่าง เขาก็อ้างว่าปัทจะไม่ติวหนังสือให้หรือเปล่า ในกลุ่มก็ไม่พูดกับปัท เหมือนกดดันให้ปัทออกจากกลุ่ม ปัทเลยออกจากกลุ่มเก่ามาอยู่กับกลุ่มใหม่ที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน พักอยู่ใกล้กัน”

เมื่อถามถึงอนาคต เธอบอกว่า เธอยังมีหวังว่าเอฟจะได้ออกจากเรือนจำมาบวชให้แม่ เรียน กศน. และหมั้นกับปัทตามที่เขาใฝ่ฝัน

“มีคนบอกว่ามาตรานี้ไม่ได้คุ้มครองสุนัข หนูคิดว่าเขาอาจจะโดนพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อย่างเดียว ถ้าเป็นอย่างนั้น อีกไม่นานเราคงได้เจอกันข้างนอก”

************* ความรักออนไลน์ของหนุ่มโรงงาน ‘ฐนกร’ **************

Subject: Thai citizens worldwide should not be held accountable for decisions and actions by the army junta leaders

Subject: Thai citizens worldwide should not be held accountable for decisions and actions by the army junta leaders

Dear Muslim and International Friends:

Since the coup staged successfully against elected government on May 22, 2014, the Thai army junta leaders have destroyed all democratic principles as they have also grossly violated the basic human rights and dignity of Thais in their efforts to totally suppress all forms of resistance. Having successfully imposed themselves as enforcers of the legislative, executive, and judicial powers, the dictatorial networks that are empowered by and also comprised of the Privy Council, the Royal Thai army, the Bangkokian and middle-class elites, the distorted media, and the fascistic mass are now able to control the country and falsely make it look as if the majority of Thais happily agreed with them and their dictatorial and undemocratic roadmaps that are paved cunningly for their hidden agenda to extend their reign in power as the country is tragically plunging further to the abysmal bottom.

As millions of Thais have been suffering from all types of abusive treatments, we are very sad and shocked to learn that the Thai army junta has recently collaborated with its main ally, China, in reportedly repatriating 109 Uyghurs to China in violation of the agreements Thailand has made with the international community in accordance with the Declaration of Universal Human Rights and several other conventions concerning the basic human rights, particularly in terms of asylum and repatriation. Meanwhile, we are also very concerned when news keeps emerging, in which our Turkish and Muslim friends in Turkey and several other countries have attacked the Thai embassies, consulates, and, in fewer cases, Thai citizens living abroad.

While we frankly and most honestly share our deep understanding of the wrath that relatives and friends of the unfortunate Urghurs must inevitably feel, we also carry the strong urge to remind you all, our Muslim and international friends, that the decision to repatriate the vulnerable Urghurs from Thailand by the Thai junta was made without any approval of Thai citizens. In fact, all the critical voices of Thais in Thailand and even abroad have been strictly suppressed, all participations barred, and all balances and checks voided. Therefore, we will join you all in condemning the Thai authorities acting according to the orders of the tyrannical and dictatorial regime, but we do humbly ask you all, Muslim and international friends, to not hurt any Thai citizen living around the world. We sincerely hope that you will understand this truest and fairest statement of facts and will continue to condemn and boycott the Thai junta while leaving innocent Thais out of the equation of any retaliative act.

In most sincere respect and great faith,

Thai Alliance for Human Rights,
on behalf of innocent Thai citizens worldwide

 

แถลงการณ์ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษชน เรื่อง ผลกระทบของระบอบเผด็จการไทย ที่ต้องถูกควบคุมและแก้ไขโดยด่วน

cropped-TAHR-signOfficial

แถลงการณ์ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษชน เรื่อง ผลกระทบของระบอบเผด็จการไทย  ที่ต้องถูกควบคุมและแก้ไขโดยด่วน

วันที่  18 สิงหาคม  2558

ถึงพี่น้องชาวไทยทั่วโลก และผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อญาติมิตรของผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน จากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ เมื่อวันที่  17 สิงหาคม  2558 อันมีผลทำให้ผู้บริสุทธิ์ ต้องเสียชีวิตกว่า 20 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 100 ราย  และขอประนามผู้ก่อเหตุครั้งนี้อย่างรุนแรงที่สุด ที่ได้หันไปใช้ความรุนแรงบนความเสียหายของผู้บริสุทธิ์บนท้องถนน อย่างไร้สติและมโนธรรม   

ท่านที่เคารพทั้งหลาย  สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยวันนี้ มันมาไกลเกินกว่าที่สังคมโลกจะเมินเฉยได้  หากประเทศที่เคยอยู่ในฐานะที่หลายชาติเคยอิจฉาอย่างประเทศไทย สามารถกลายสภาพเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนได้เช่นนี้  โรคร้ายอันนี้ อาจจะลามไปยังอีกหลายประเทศ  คนที่ทำให้เกิดโรคร้ายนี้และฉวยประโยชน์จากมันนั้น จะต้องถูกเผยโฉม ประนาม และสกัดกั้นไม่ให้เป็นภัยต่อสังคมมนุษยชนอีกต่อไป

ทำไมความรุนแรงจึงเกิดขึ้นและพัฒนามาถึงจุดน่าตกใจที่สุดในวันนี้?   

ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพราะการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและกว้างขวางนั้น เป็นผลมาจากความขัดแย้งหรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองแทบทั้งสิ้น  คำตอบที่ตรงและถึงรากของมันอย่างแท้จริงเท่านั้น จะทำให้เราเข้าใจปัญหาและหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดได้   ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันนี้นั้น แม้ว่าจะต้องมีการพิสูจน์ตามกระบวนการของผู้เชี่ยวชาญก่อน แต่สิ่งที่เราต้องยอมรับกันด้วยเหตุผลและหลักฐานที่ชัดแจ้งแล้ว ก็คือ ระบอบเผด็จการไทย ที่อ้างอำนาจของสถาบันกษัตริย์ไทยเป็นความชอบธรรม เหนือรัฐธรรมนูญ และเหนือการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์นั้น ได้ล้มอำนาจของประชาชนมาตลอด นับยี่สิบครั้งในช่วงแปดสิบปีนี้  และทหารของพระราชาไทย ได้ทำงานอย่างแข็งขันเสมอมา ในการแสดงความจงรักภักดี และปกป้องการคงอยู่ของสถาบันกษัตริย์  แต่กลับทำลายกฎกติกาตามหลักประชาธิปไตยเสียอย่างไร้ความรับผิดชอบ โดยยึดอำนาจตามวิถีประชาธิปไตยของปวงชนชาวไทย แล้วเอาคนของเครือข่ายพระราชาไทยเข้ามาใช้อำนาจกันอย่างไร้ความเป็นธรรม เป็นเผด็จการอภิสิทธิชน ทำลายสิทธิมนุษยชนทั้งของคนไทยและชาวต่างชาติ และทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมด้วยกระบวนการยุติธรรมแบบสองมาตรฐาน โดยไม่เห็นค่าความเป็นมนุษย์อันเท่าเทียมกันและไม่เคารพหลักการสากลที่ชาวโลกถือปฏิบัติ   

ความรุนแรงและความตกต่ำของประเทศไทยในทุกด้าน ตลอดช่วงสิบปีหลังนี้ แสดงให้เห็นว่า การเป็นเผด็จการทหารของพระราชา ที่มีอาวุธพร้อมสังหารประชาชนเจ้าของเงินภาษีที่จ้างพวกเขา และมีอำนาจอันล้นฟ้าของกษัตริย์ภูมิพลไว้คอยค้ำหัวให้ทำชั่วแบบไม่ต้องรับผิด พร้อมกับมีเครื่องมือในทุกกลุ่มผลประโยชน์มาร่วมปล้นและใช้อำนาจของปวงชนอย่างย่ามใจ ภายใต้ระบอบการปกครองที่กษัตริย์ได้ยกตนขึ้นอยู่เหนืออำนาจอธิปไตย เหนือกฎหมาย และครอบงำอำนาจอื่นใดทั้งมวลในประเทศนี้นั้น  ทำให้รัฐบาลเผด็จการทหารไทยและเครือข่ายพระราชาไทย กล้าทำชั่วมากมาย จนเกิดความผิดพลาดและเสียหายอันเลวร้ายหลายประการ จนบ้านเมืองก้าวมาสู่จุดที่ไหลลงสู่ก้นเหวแห่งหายนะ จนมีผู้ถูกกระทบกระเทือนกันทั่วหน้า ทั้งคนไทย และแม้แต่เพื่อนต่างชาติ ดังกรณีของผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ ซึ่งอาจจะเป็นชนวนสำคัญของการลอบวางระเบิดครั้งนี้     ดังนั้น ยิ่งเผด็จการในระบอบราชาธิปไตยไทยสืบต่ออำนาจต่อไปบนความเสียหายอันใหญ่หลวง ทางออกที่ใช้สันติวิธีย่อมตีบตันลงไปทุกที และความรุนแรงย่อมจะเพิ่มระดับยิ่งขึ้น เพราะความไม่พอใจหรือความแค้นของผู้ที่ถูกกระทบกระเทือนที่ถึงจุดเดือดเพิ่มขึ้นไปด้วยทุกขณะ

ดังนั้น ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน จึงขอเรียกร้องให้คนไทยทุกหมู่เหล่า และท่านผู้นำประเทศต่าง ๆ จากทั่วโลก โปรดช่วยกันกดดันอย่างหนักให้รัฐบาลเผด็จการทหารไทย และกลไกของระบอบราชาธิปไตยไทย ต้องคืนอำนาจให้กับปวงชนชาวไทยอย่างจริงจังโดยเร็ว โดยให้ประชาชนร่วมกันร่างพิมพ์เขียวสำหรับการสร้างชาติใหม่ ด้วยการอาศัยความช่วยเหลือและคุ้มครองจากมิตรประเทศ ให้กระบวนการถ่ายเทอำนาจสู่มือประชาชนและการกำหนดก้าวต่อไป เป็นไปอย่างอิสระและสอดคล้องกับหลักการเสรีประชาธิปไตย  และสนับสนุนการกำจัดอำนาจของสถาบันกษัตริย์ที่เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างชัดแจ้ง แล้วผลักดันให้ประเทศไทยพ้นจากวงจรอุวาทว์ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีและสร้างความหวังแก่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในการสร้างประชาธิปไตยและวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนได้ในที่สุด

ขอแสดงความนับถือ

ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน
1268 Grant Avenue, 3rd Floor, San Francisco, CA 94133
Website: http://tahr-glogal.org
Email: president@tahr-global.org

Statements & Panel Discussions at the 2014 TAHR Convention on March 22, 2015

แถลงการณ์และการเสวนาบนเวที (คุณจารุพงศ์ ดร.สุนัย คุณดารุณี คุณจอม ดำเนินรายการโดย ดร.เพียงดิน 22 มี.ค. 2558)


ประชุมประจำปี ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน แถลงการณ์​และการเสวนาบนเวที  22 มีนาคม  2558  โดย คุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ดร.สุนัย จุลพงศ์ธร คุณดารุณี กฤติบุญญาลัย และคุณจอม เพชรประดับ ดำเนินรายการโดย ดร.เพียงดิน รักไทย     http://youtu.be/GT6c-Q7pNBM


   แถลงการณ์และการเสวนาบนเวที (คุณจารุพงศ์ ดร.สุนัย คุณดารุณี คุณจอม ดำเนินรายการโดย ดร.เพียงดิน 22 มี.ค. 2558งาน





Thai 112 (lese majeste) & Political Prisoners Awarded “2014 TAHR PEACE PRIZE”

ขณะที่เผด็จการเมืองไทย ได้ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในการกดหัวประชาชน คือใช้กฎหมายทุกรูปแบบ ใช้ความน่าเชื่อถือในตัวบุคคลและสถาบัน ใช้สมุนในสภาและนอกสภา และแม้แต่กำลังทหารที่จงรักภักดี เพื่อกำราบคนที่ใฝ่ประชาธิปไตยทุกรูปแบบ ปิดหูปิดตา ปิดกั้นการแสดงออกทุกรูปแบบ แล้วยกคนของตนเข้าไปคุมทุกเครือข่าย ใช้กำลังและกลไกเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบ  ปวงชนไทยหลายส่วนสยบยอม หมอบราบ หรือหันไปใช้ความรุนแรง  แต่นักโทษการเมืองที่สู้ด้วยมือเปล่า หรือนักโทษ 112 ที่สู้ด้วยความคิด ข้อมูล และความจริง แม้จะต้องคดีความ ถูกจับกุมคุมขังโดยไม่มีสิทธิต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม แถมถูกตัดสินแบบสองมาตรฐานและไม่มีสิทธิต่อรองแม้แต่การประกันตัว  แต่พวกเขาก็ไม่ยอมกลัว ไม่ยอมก้มหัว หรือสยบยอม  ทั้งพวกที่ต้องรับโทษอย่างไม่เป็นธรรม แถมถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงหลายแบบ และพวกที่ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจเถื่อน จึงหลบหนีไปต่อสู้ยังต่างประเทศ
บุคคลเหล่านี้ สมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการบันทึกไว้ว่า เป็นผู้ต่อสู้กับอำนาจเถื่อนที่รุนแรงและป่าเถื่อนด้วยสันติวิธี เพื่อหวังให้เผด็จการเปลี่ยนวิธีการ และให้ประชาชนร่วมชาติตาสว่าง  ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน จึงเห็นควรโดยมติเอกฉันท์ มอบรางวัลนี้ ให้กับ นักโทษ 112 และนักโทษการเมืองในไทยและทั่วโลก
ในการนี้ ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคใหญ่ที่สุดในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ถูกปล้นอำนาจโดยรัฐบาลเผด็จการทหารของนายประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลนี้ โดย ดร.เพียงดิน รักไทย เป็นผู้แทนนักโทษ 112 และนักโทษการเมืองในไทยและทั่วโลก รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้แทน   วิดีโอและภาพประกอบ จะตามมาในเร็ว ๆ นี้
จึงขอประกาศไว้ให้เป็นเกียรติประวัติและจารึกไว้ให้เป็นแบบอย่างแก่สาธารณชนทั่วไป
ประกาศ ณ วันที่  23 มีนาคม  2558
ดร.เพียงดิน รักไทย
ประธานบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง

ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

อาจารย์ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ได้รับรางวัล 2014 TAHR AHIMSA AWARD จากภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

อาจารย์ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ได้รับรางวัล 2014 TAHR AHIMSA AWARD จากภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ในการประชุมประจำปีขององค์กร ณ เมือง  Paramount มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่  22 มีนาคม 2558  โดยดร.เพียงดิน รักไทย ประธานบริหารภาคีฯ ได้กล่าวว่า อ.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน เป็นผู้เสียสละ ที่มุ่งสร้างประชาธิปไตย โดยการพากเพียรให้ความรู้เรื่องปัญหาเชิงโครงสร้าง อันเป็นฐานของการสร้างความเข้าใจเพื่อการเปลี่ยนระบอบอย่างสันติ  และท่านได้ทำมาตลอดเวลาหลายปี  โดยไม่คำนึงถึงอันตรายและความเสียหายที่ได้เกิดแก่ตัวเองและครอบครัว  เป็นตัวอย่างแก่สาธารณชน จึงสมควรยกย่องไว้ให้ปรากฏ
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยประชาชน และภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน โดยได้ดำรงตำแหน่งกรรมการอำนวยการของภาคีฯ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่  28 มีนาคม 2555 ด้วย
ในการนี้ ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคใหญ่ที่สุดในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ถูกปล้นอำนาจโดยรัฐบาลเผด็จการทหารของนายประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลนี้  วิดีโอและภาพประกอบ จะตามมาในเร็ว ๆ นี้
จึงขอประกาศไว้ให้เป็นเกียรติประวัติและจารึกไว้ให้เป็นแบบอย่างแก่สาธารณชนทั่วไป
ประกาศ ณ วันที่  23 มีนาคม  2558
ดร.เพียงดิน รักไทย
ประธานบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง
ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

 

การส่งผู้ร้ายข้ามแดน (Extradition)

โดย ทีมงานกฎหมายภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

S__1032655การส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็น ช่องทางหนึ่งที่ประชาคมระหว่างประเทศ ใช้ในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด หรือผู้ถูกกล่าวหา ที่หนีไปประเทศอื่น โดยปกติแล้ว อำนาจอธิปไตยของรัฐย่อมจำกัดเฉพาะภายในดินแดนหรืออาณาเขตของตนเท่านั้น ตามกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐหนึ่งจะใช้อำนาจอธิปไตยเหนือกว่าอีกรัฐหนึ่งโดยที่รัฐนั้นไม่ยินยอมไม่ ได้ ดังนั้น เมื่อผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยได้ไปอยู่ต่างประเทศ รัฐเจ้าของสัญชาติของผู้ถูกกล่าวหา หรือจำเลย จะส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไปจับกุมในต่างประเทศไม่ได้ เพราะเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของรัฐอื่น ดังนั้น รัฐเจ้าของสัญชาติจึงต้องร้องขอให้มีการช่วยเหลือที่จะติดตามจับกุมผู้ต้อง หาหรือจำเลยมาให้ โดยปกติแล้ว ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะกระทำในรูปของสนธิสัญญาทวิภาคีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเป็นฐานของความร่วมมือระหว่างรัฐที่ร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (Requesting state) กับรัฐที่ถูกร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน (Requested state) อย่างไรก็ดี หากไม่มีสนธิสัญญาระหว่างกัน รัฐก็สามารถใช้ “หลักต่างตอบแทน” (Reciprocity) ได้ (ซึ่งผิดกับกรณี “การโอนตัวนักโทษ” ที่ต้องมีสนธิสัญญาระหว่างรัฐที่ร้องขอกับรัฐที่ได้รับการร้องขอเสมอ)

Screen Shot 2015-03-18 at 11.11.15 PMอย่างไรก็ดี แม้จะมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ตาม ก็มิได้หมายความว่าเมื่อมีการร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว รัฐที่ได้รับการร้องขอจะต้องส่งให้ตามคำร้องเสมอ โดยปกติแล้ว ตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือกฎหมายภายในเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะระบุเงื่อนไขหรือเกณฑ์ที่ใช้พิจารณารวมถึงข้อยกเว้นบางประการด้วย เกณฑ์หรือเงื่อนไขของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่สำคัญคือ

ประการเเรก ความผิดที่จะส่งให้แก่กันได้นั้นต้องเป็นความผิดของทั้งสองประเทศ คือทั้งของประเทศที่ร้องขอ และประเทศที่ได้รับการร้องขอ ไม่ว่าจะเรียกฐานความผิดในชื่อใดก็ตาม เกณฑ์นี้นักกฎหมายเรียกว่า Double-criminality หรือ Double-jeopardy
ประการที่สอง โทษขั้นต่ำของฐานความผิด (เช่น ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปี)
ประการที่สาม ความผิดที่จะถูกดำเนินคดีได้เมื่อมีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามคำขอนั้น รัฐที่ร้องขอจะพิจารณาคดีเเละลงโทษได้เฉพาะความผิดที่ร้องขอเท่านั้น จะไปดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการร้องขอให้มีการส่ง ผู้ร้ายข้ามแดนไม่ได้ เกณฑ์ข้อนี้มีไว้เพื่อป้องกันมิให้มีการดำเนินคดีในความผิดที่ไม่อาจส่ง ผู้ร้ายข้ามแดนให้เเก่กันได้ แต่รัฐได้อาศัยช่องทางของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในความผิดฐานหนึ่ง เพื่อไปดำเนินคดีหรือลงโทษในอีกความผิดฐานหนึ่ง เกณฑ์นี้เรียกว่า “Specialty”

ความผิดทางการเมือง (Political Offenses)
เป็นที่ยอมรับกันในหมู่ประเทศตะวันตกหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันเป็นสิ่งปกติในสังคมระบอบ ประชาธิปไตย และเป็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญยิ่ง ดังนั้น หากบุคคลได้กระทำความผิดที่มีลักษณะทางการเมืองแล้ว ความผิดทางการเมืองย่อมไม่อยู่ในข่ายที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ปัญหาก็คือ สนธิสัญญาทวิภาคีส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ดี กฎหมายภายในของรัฐเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ดี ไม่ได้มีการให้คำนิยามว่า ความผิดทางการเมืองคืออะไร โดยปกติแล้ว การพิจารณาว่าความผิดใดเป็นความผิดอาญาธรรมดาหรือความผิดทางการเมืองนั้น เป็นดุลพินิจหรือเป็นปัญหาการตีความขององค์กรตุลาการของรัฐ ที่ได้รับการร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่เกี่ยวกับรัฐที่ร้องขอแต่อย่างใด ปัญหาขอบเขตของความหมายความผิดทางการเมืองนั้นเป็นปัญหาที่มีความยุ่ง ยากอยู่มิใช่น้อย เนื่องจากเกณฑ์ที่ใช้พิจารณานั้นมีอยู่หลายเกณฑ์ และในหลายกรณีศาลก็มิได้อาศัยเกณฑ์หนึ่งเกณฑ์ใดเป็นปัจจัยชี้ขาด แต่ศาลอาจพิจารณาเกณฑ์อื่นๆ ควบคู่กันไป อีกทั้งทางปฏิบัติของแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันไปด้วย การกระทำบางอย่างอาจมองว่าเป็นความผิดทางการเมืองอย่างแจ้งชัด เช่น การประท้วงทางการเมือง การก่อกบฏ การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมืองหรือต่อสู้เรียกร้องเอกราช การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง เป็นต้น การกระทำเหล่านี้นักกฎหมายใช้เกณฑ์ที่เรียกว่า “Incident test”

TAHR-Meetingอย่างไรก็ดี ความผิดทางการเมืองในปัจจุบันมิได้จำกัดแค่ “ความผิดทางการเมือง” (political offense) แต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจรวมถึง “ความผิดที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับความผิดทางการเมือง” (an offense connected with a political offense) ด้วยอย่างเช่น กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศอังกฤษกับไอร์แลนด์ ฉะนั้น ปัจจุบันนักกฎหมายบางท่านจึงใช้คำว่า ความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง (Political character) แทน
นอกจากนี้ ความผิดทางการเมืองมิได้จำกัดเพียงแค่ “การกระทำ” (act) ของผู้กระทำแต่เพียงอย่างเดียวอย่างที่เข้าใจกัน แต่รวมถึงปัจจัยอย่างอื่นด้วย เช่น แรงจูงใจของรัฐบาลที่ร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่ ที่เรียกว่า “Political Motive of the Requesting State” หรือ การปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Fair Trail) หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า สิทธิมนุษยชนต่างๆ ของจำเลย หรือผู้ถูกกล่าวหาจะถูกละเมิด ศาลก็อาจปฏิเสธที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยจะต้องแสดงให้ศาล เห็นว่า สิทธิการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมหรือสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ของตนจะถูกละเมิดได้

ยิ่งไปกว่านั้น ศาลของหลายประเทศยังได้ให้ความสำคัญกับระบอบการปกครองของประเทศที่ร้องขอให้ มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วยว่ามีระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยมากน้อย แค่ไหน มีการรับรองหลักนิติรัฐหรือไม่ เกณฑ์นี้เรียกว่า “The Political Structure of the Requesting State” เกณฑ์นี้ศาลอังกฤษเคยใช้ในคดี Kolczynski โดยศาลอังกฤษปฏิเสธที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปให้ประเทศโปแลนด์ ซึ่งพิจารณาตามมาตรฐานของประเทศอังกฤษ (หรือประเทศตะวันตก) แล้ว โปแลนด์ในเวลานั้นยังไม่เป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานของประเทศตะวันตก

 

Stop Witch Hunt Movements by Dr. Rienthong Naenna and His Royalist Networks

*****ดาวน์โหลดจดหมาย เพื่อลงนามและส่งไปรษณีย์ จากลิ้งค์ข้างล่างนี้

http://www.mediafire.com/view/p0tofau4o9trb3b/RianThong-HRAbuses-official.pdf

http://www.mediafire.com/view/6gnizz2q7qqe30f/RianThong-HRAbuses-official(2).pdf

_______________________________________________________________

TAHR-MeetingTHAI ALLIANCE FOR HUMAN RIGHTS
1268 Grant Avenue, 3rd Floor, San Francisco, CA 94133
Website: http://tahr-global.org
Email: president@tahr-global.org

March 9, 2015

 

Dear Ambassadors and/or Consuls General in Thailand:

We are writing to inform you about a pathetic kind of serious human rights threat against pro-democracy Thais residing both in Thailand and abroad. We would also like to ask you to punish the perpetrators at least by never granting visa of entry to your country. This letter is also endorsed by concerned citizens whose name(s) and signature(s) appear at the end.

Maj Gen Dr. Rienthong Naenna, creator and leader of an organization set up to destroy the anti-lese majeste dissidents, witch-hunt movement among royalist Thais worldwide under the Facebook page name “Garbage Collection Organization.” To a competent linguist, the provocative term “garbage collection” gives a connotation of “getting rid of” or “destroying” or, to the most radical degree, “using violence to suppress or murder” the people who criticize the Thai monarchy. A retired military commander and director of a hospital, Rienthong has been using his networks of royalists to create and spread hatred, anger, and vengeful sentiment among themselves so as to lead to oppressive, abusive, and possibly fatal acts of witch hunting worldwide. You can see a list of evidence of this lunatic royalist’s dangerous and rights abusive acts from this link: http://tahr-global.org/?page_id=21917. His most recent act that inspired this letter involves his announcement that contains names and photographs of pro-democracy and anti-lese majeste Thais residing in foreign countries and that also urges royalists from around the world to report to him by email the “physical addresses” of these individuals, including the Chairman of the Board of Directors and the Executive Director of the Thai Alliance for Human Rights.

As much as the Thai lese majeste law is an oppressive threat to freedom of expression, academic freedom, freedom of speech, and other judicial rights, the person like Rienthong is highly dangerous and condemnable, especially now in the era when terrorist acts are becoming more of a threat to innocent citizens in many civilized countries, and he must be made to realize that what he has been doing is seriously wrong and unacceptable by the international standards. We propose that Rienthong and the people associated with his wrong deeds be blacklisted from entering your country forever. Unless this matter is taken most seriously, the acts by Rienthong and his radical networks of royalists worldwide could lead to more of sad stories. Your measure to counter this inhumane mentality is, hence, critically important.

Best regards,

Snea Thinsan, Ph.D.                                                     Anthony Tahng
Executive Director/ Co-Founder                               Chairman, Board of Directors/                                                                                           Co-Founder

I/We endorse this letter with a strong belief in the need for respect for the universal human rights.

Name                                                             Signature

1. ___________________                  _______________________

2. ___________________                  _______________________

3. ___________________                  _______________________

4. ___________________                  _______________________

5. ___________________                  _______________________

6. ___________________                  _______________________

7. ___________________                  _______________________

8. ___________________                  _______________________

9. ___________________                  _______________________

10. ___________________                  _______________________

ดาวน์โหลดจดหมาย เพื่อลงนามและส่งไปรษณีย์ จากลิ้งค์ข้างล่างนี้

http://www.mediafire.com/view/p0tofau4o9trb3b/RianThong-HRAbuses-official.pdf

http://www.mediafire.com/view/6gnizz2q7qqe30f/RianThong-HRAbuses-official(2).pdf