Monthly Archives: June 2015

151ผมเลิกเขียนเรื่องการเมืองมาสักพักแล้ว…

ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ผมเขียน ผมมีความตั้งใจเดียว นั่นคือพยายามทำให้คนเข้าใจกันมากขึ้น เห็นใจกันมากขึ้น ยอมรับในความแตกต่างของกันและกันได้มากขึ้น

แต่ดูเหมือนว่าทุกความพยายาม จะนำมาแต่ผลตรงกันข้าม บทความการเมืองออนไลน์ของผม น้อยครั้งเหลือเกินที่จะเปลี่ยนความคิดอะไรของใครได้ ทำได้ก็เพียงแค่เรียกคนจำนวนมากที่มีความคิดในแบบของตนอยู่แล้ว มาระบายความเกลียดชังต่อกัน ด่าทอกัน ส่วนกับผู้เขียนอย่างผม ใครเห็นด้วยเขาก็ชม ใครไม่เห็นด้วยเขาก็ด่า ก็แค่นั้น

…เปล่าประโยชน์

แต่ในวันนี้ วันที่บ้านเมืองยังไม่ปกติดี ผมอยากจะขอลองดูอีกครั้ง…
——————-
บ้านเมืองยังไม่ปกติดี…

รูปทางซ้ายคือตัวผมเมื่อตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นกลุ่มนักกิจกรรมในธรรมศาสตร์ และอีกหลายๆมหาวิทยาลัย ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมการเมืองมากมายในการต่อต้านเครือข่ายของอดีตนายกฯทักษิณ และคัดค้านพรรคพลังประชาชน ผมเองตอนปีสามปีสี่ก็ active มากๆในกิจกรรมนี้ พวกเราพยายามล่ารายชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนคุณทักษิณ และพยายามรณรงค์ให้คนกางดออกเสียง (Vote No) ในการเลือกตั้ง

ตอนนั้นบ้านเรายังไม่มี Social Network และยังไม่เบื่อหน่ายกับม็อบและการชุมนุมเช่นในปัจจุบันมากนัก ผมจำได้ว่าตอนรณรงค์ Vote No พวกเรานักศึกษาหลายสิบคน ได้ไปเดินขบวนในพื้นที่สาธารณะหลายๆพื้นที่ เพื่อชักชวนประชาชนให้หันมาสนใจกิจกรรมของพวกเรา และก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากหลายๆคน และมีบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา ก็เดินเข้ามาคุยด้วย แลกเปลี่ยนกันด้วยดี แล้วก็แยกย้ายกันไป

ทำเสร็จเราก็กลับบ้าน ไปหาพ่อหาแม่ วันต่อมาเราก็ไปเรียนได้ตามปกติ

ไม่โดนจับ ไม่ต้องแบกรับความเกลียดชังของใคร

แค่ทำตามความเชื่อของตัวเอง

อีกภาพหนึ่งคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ที่นักศึกษา 14 คนที่มีส่วนร่วมในการในการทำกิจกรรมต้านรัฐประหารเมื่อวันครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร 22 พ.ค.ที่ผ่านมา โดนจับกุมตัวไปตามหมายจับศาลทหาร ข้อหาขัดคำสั่ง คสช. และผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116

เมื่อคืนทั้ง 14 คนต้องนอนคุก และจะต้องถูกฝากขังทั้งสิ้น 12 วัน ในนั้น 13 คนเป็นผู้ชายและถูกส่งไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะที่มีน้องอีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิงที่ต้องถูกแยกไปขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงเพียงคนเดียว ก่อนที่จะถูกดำเนินคดีในศาลทหารต่อไป และข้อหาที่พวกเขาถูกแจ้ง อาจจะมีความเป็นไปได้สูงว่าจะต้องติดคุกถึง 7 ปี

เพราะเขายืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ พวกเขาจึงถูกด่าทอมากมายจากสังคม โดนกล่าวหาว่ามีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง (โดยไม่มีหลักฐานใดๆ)

เพราะเขาและเธอต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพ น้องๆเหล่านี้กำลังจะสูญเสียอิสรภาพของตัวเองไป

สิบปีผ่านมาจากวันเวลาในรั้วมหาวิทยาลัยของผม และนี่คือจุดที่เราอยู่

สังคมอุดมความเกลียดชัง สังคมที่ผู้มีอำนาจ อยากจะทำอะไรก็ได้ กลับมาอีกครั้ง

สังคมที่นักศึกษา ผู้ที่มีสถานะพิเศษ ในการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากพันธนาการของผลประโยชน์และภาระของโลกใดๆ ไม่มีโอกาสร้องบอกกับสังคมได้ว่า ความถูกต้องในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด คืออะไร

บ้านเมืองยังไม่ปกติดี

แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับน้องๆเค้า ผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับน้องๆเค้า 100 เปอร์เซ็นต์

แต่ผมรู้สึกว่า ในห้วงยามเช่นนี้ “ความเห็นด้วย” มิใช่เรื่องสำคัญที่สุด

สิ่งที่ผมเห็น คือคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งที่กล้าหาญ กล้ายืนหยัดในความศรัทธาของตน กำลังจะถูกทำให้หายไปจากความทรงจำของผู้คน ถูกทำให้หมดอนาคตไปทั้งชีวิต เพียงเพราะเขากล้าพูดในสิ่งที่เขาคิด

เหมือนกับ “คน” ทุกคนที่ต้องล้มตาย ต้องถูกกักขัง ในทุกๆการชุมนุมที่ผ่านมา

มันไม่สำคัญเลยว่าสิ่งที่พวกเขาอยากจะพูด เป็นสิ่งเดียวกับที่ผมหรือคุณอยากพูดหรือไม่

สิ่งที่สำคัญคือ เราทุกคน ควรจะมีสิทธิ์เท่าเทียมกันที่จะพูดมันมิใช่หรือ

มันไม่สำคัญเลย ที่เราอยากเห็นบ้านเมืองในอุดมคติที่แตกต่างกัน
สิ่งที่สำคัญคือการหยืดหยัดเพื่อศรัทธาของตนเองนั้น ล้วนแล้วเป็นการกระทำที่น่านับถือทั้งสิ้นมิใช่หรือ

มันไม่สำคัญเลย ที่เราจะแตกต่างกันในความคิด

ถ้าจิตใจของเราต้องการสิ่งเดียวกัน คือสังคมที่เป็นธรรม และโลกที่ดีขึ้นสำหรับคนทุกคน

เราจะปล่อยให้เพียง “ความคิดไม่เหมือนกัน” เป็นความผิดมหันต์ ที่อนุญาตให้เราปล่อยคนกลุ่มหนึ่ง และอีกหลายๆกลุ่ม ถูกบังคับไปสู่การถูกพันธนาการจองจำ เช่นนั้นหรือ ?

ในรั้วมหาวิทยาลัย ผมเคยพยายามสู้กับสิ่งที่ถูกเรียกว่าระบบทักษิณ จนมาวันนี้ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นจะหายไปแล้ว

แต่ในวันนี้ สังคมเราดีขึ้นแล้วจริงๆหรือ?

สำหรับผม… มันยังไม่ดีพอ

แล้วเราก็ไม่ควรหยุดเดินต่อ เพื่อให้มันดีกว่านี้

ในบรรดาคนหนุ่มสาวที่ถูกจับไป ผมรู้จักน้องคนหนึ่งค่อนข้างดี คือน้อง แมน ปกรณ์ อารีกุล

แมนอายุ 26 ปี เป็นเด็กบ้านนอก เขาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องกฏหมายที่ดิน 4 ฉบับเพื่อคนจนมานาน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลหลายรัฐบาลก่อนๆหน้านี้

หลายคนทวงถามว่านักศึกษาหายไปไหนในสมัยทรราชย์ครองเมือง ผมเองไม่สามารถยืนยันให้กับทุกคนได้ แต่กับแมน ผมกล้าบอกว่าแมนเขาไม่เคยหายไปไหน เขาสู้เรื่องนี้มาตลอด และไม่เคยแคร์ว่ารัฐบาลคือใคร เขาแค่แคร์ว่าความเป็นธรรมคืออะไร และในความคิดของเขา ในสมัยที่เป็นประชาธิปไตย อย่างน้อยพวกเขาก็ยังสามารถออกมาประท้วงได้เรื่อยๆ เทียบกับตอนนี้ที่ไม่มีสิทธิ์เอ่ยเสียงใดๆ

หลายคนคิดว่าการที่ทหารจับนับศึกษาไป ก็เพื่อสร้างความกลัวไม่ให้ใครกล้าออกมาพูดอะไรขัดหูขัดตาอีก

แต่สิ่งที่ผมได้จากแมนและเพื่อนๆ ไม่ใช่ความกลัว แต่คือแรงบันดาลที่จะออกมาพูดเสียงดังๆอีกครั้งว่า “บ้านเมืองยังไม่ปกติดี”

อีกไม่นานนี้ผมก็คาดและหวังว่า จะเริ่มมีการเริ่มล่ารายชื่อ เพื่อให้ปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 14 คนอย่างไม่มีเงื่อนไข

ผมเองขอออกชื่อตัวเองไว้ก่อน ณ ที่นี้

และก่อนหน้านี้ แมน พยายามจะชวนผมไปกินเบียร์เชียร์บอลกัน ซึ่งก็น่าเสียดาย ด้วยความยุ่งในหน้าที่การงาน ผมเองก็ไม่ได้ไปเจอน้องสักที

แล้วรีบออกมากินเบียร์กันนะมึง ไอ้น้อง

ที่มา ประชาไท
Sun, 2015-06-28
วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

แถลงการณ์จากเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง ฉบับที่ 1

13730 มิ.ย. 2558

หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ่านแถลงการณ์ในนามเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง เรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 นศ. ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่ให้มีการตั้งข้อหา หรือดำเนินคดี ระบุการจับกุมคุมขังนักศึกษาจำนวน 14 คนด้วยข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นสิ่งไม่ชอบธรรมเพราะรัฐประหารไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่ต้น

รายละเอียดมีดังนี้

เครดิต ประชาไท

แถลงการณ์จากเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง
ฉบับที่ 1

สังคมไทยสร้างขึ้นจากความสัมพันธ์หลายด้านและหนึ่งในนั้นคือความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ เพราะพ้นจากครอบครัวและผู้ให้กำเนิดแล้ว สถานศึกษาและครูบาอาจารย์คือสถานที่และบุคคลที่มีส่วนในการบ่มเพาะขัดเกลาสมาชิกของสังคม สังคมจะเป็นอย่างไรส่วนหนึ่งขึ้นกับรูปแบบและวิธีการเรียนรู้และความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะการค้นคว้าตำราหรือว่ากิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียน หากแต่หมายรวมถึงกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและสิ่งที่อยู่พ้นห้องเรียนออกไป

การเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของนักเรียน นิสิต นักศึกษาโดยเฉพาะในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมานับเป็นกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงนอกห้องเรียนที่สำคัญประการหนึ่งขณะเดียวกันก็เป็นการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในสังคมประชาธิปไตยที่เคารพในสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล นักเรียน นิสิต นักศึกษาเหล่านี้ไม่ได้ละเลยหน้าที่ในการเรียนรู้ของตนตามที่บางฝ่ายกล่าวหา และขณะเดียวกันพวกเขาได้แสดงบทบาทในครรลองของสังคมประชาธิปไตยอย่างกล้าหาญ เป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เพียงแต่จะสอดรับกับหลักการและทฤษฎีอันเป็นสากลหากแต่ยังสอดคล้องกับหลักกฎหมายที่นานาอารยะประเทศให้การรับรองจะมีก็แต่เผด็จการที่หวาดกลัวเสรีภาพในการเรียนรู้และการแสดงความเห็นต่างของพลเมืองเท่านั้นที่เห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นสิ่งผิดหรือเป็นอันตรายจนกระทั่งต้องใช้อำนาจดิบหยาบและกฎหมายป่าเถื่อนเข้ายับยั้งปราบปราม

ในฐานะครูบาอาจารย์ผู้ตระหนักในบทบาทหน้าที่ที่มีต่อศิษย์และสังคม พวกเราเห็นว่าการจับกุมคุมขังนักศึกษาจำนวน 14 คนด้วยข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นสิ่งไม่ชอบธรรมเพราะรัฐประหารไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่ต้น จึงเรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขาทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่ให้มีการตั้งข้อหาหรือว่าดำเนินคดีกับพวกเขาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว

ประการสำคัญ พวกเราจะส่งเสริมและให้การสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ประชาธิปไตยนอกห้องเรียนของนักศึกษาเหล่านี้ในรูปแบบและวิธีการต่างๆต่อไปจนกว่าจะสังคมไทยจะกลายเป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค
เครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง
30 มิถุนายน 2558

รายชื่อผู้ร่วมลงนาม
แถลงการณ์จากเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง ฉบับที่ 1
1. กนกรัตน์ สถิตนิรามัย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
2. กนกวรรณ มะโนรมย์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
3. กาญจนา เหล่าโชคชัยกุล ม.ธรรมศาสตร์
4. กฤษฎา บุญชัย คณะรัฐศาสตร์ ม.ราชภัฎมหาสารคาม
5. กิ่งกาญจน์ สำนวนเย็น คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
6. กิตติ วิสารกาญจน สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ม.ศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี
7. เกษม เพ็ญภินันท์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
8. เกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
9. กรพนัช ตั้งเขื่อนขันธ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
10. เก่งกิจ กิติเรียงลาภ ม.เชียงใหม่
11. กุสุมา กูใหญ่ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
12. กุลธีร์ บรรจุแก้ว คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
13. กฤษณ์พชร โสมณวัตร ม.เชียงใหม่
14. ขนิษฐา กีรติภัทรกาญจน์ ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช
15. ขวัญชีวัน บัวแดง ม.เชียงใหม่
16. ขรรค์เพชร ชายทวีป คณะนิติศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
17. คารินา โชติรวี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
18. เคท ครั้งพิบูลย์
19. คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
20. คงกฤช ไตรยวงค์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
21. คมลักษณ์ ไชยยะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
22. คอลิด มิดำ คณะดนตรีและการแสดง ม.บูรพา
23. คำแหง วิสุทธางกูร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
24. จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
25. จิรธร สกุลวัฒนะ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
26. จิราพร เหล่าเจริญวงศ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
27. จิราภรณ์ สมิธ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
28. จิรสิริ เกษมสินธุ์ วิเวกเมธากร คณะศิลปศาสตร์ ม.มหิดล
29. จักรกริช สังขมณี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
30. จักเรศ อิฐรัตน์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
31. จันทนี เจริญศรี คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
32. จันจิรา สมบัติพูนศิริ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
33. จันทรา ธนะวัฒนวงศ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
34. ชลิตา บัณฑุวงศ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
35. ชลัท ศานติวรางคณา สถาบันโภชนาการ ม. มหิดล
36. ชานนท์ ไชยทองดี คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏศรีสะเกษ
37. ชานันท์ ยอดหงส์
38. ชาญชัย ชัยสุขโกศล ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา ม.มหิดล
39. ชาญณรงค์ บุญหนุน ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
40. ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
41. ชินทาโร ฮารา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
42. ชัชวาล ปุญปัน อดีตอาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่
43. ชัยพงษ์ สำเนียง สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ ม.เชียงใหม่
44. ชัยวัฒน์ มีสันฐาน คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
45. เชษฐา ทรัพย์เย็น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ธนบุรี
46. เชษฐา พวงหัตถ์ นักวิชาการอิสระ
47. เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
48. ชำนาญ จันทร์เรือง
49. ไชยันต์ รัชชกูล
50. ซากีย์ พิทักษ์คุมพล สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
51. ซัมซู สาอุ วิทยาลัยอิสลามศึกษา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
52. ณภัค เสรีรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
53. ณัฐกานต์ อัครพงษ์พิศักดิ์ ม.มหาสารคาม
54. ณัฐกร วิทิตานนท์ ม.เชียงใหม่
55. ณัฐนันท์ คุณมาศ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ
56. ณัฐวุฒิ อัศวโกวิทวงศ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศรีปทุม
57. ณรุจน์ วศินปิยมงคล คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
58. ฐิติรัตน์ สุวรรณสม ม.นเรศวร
59. ฐิติพงษ์ ด้วงคง คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
60. ฐิติชญาน์ ศรแก้ว คณะมนุษยศาสตร์ ม.นเรศวร
62. ฐานิดา บุญวรรโณ คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร
63. ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ ม.นเรศวร
64. ดารารัตน์ คำเป็ง คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.พะเยา
65. เดชรัต สุขกำเนิด คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
66. เดชา ตั้งสีฟ้า คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
67. เดโชพล เหมนาไลย ภาควิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
68. ดำรงพล อินทร์จันทร์ ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร
69. ดวงยิหวา อุตรสินธุ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
70. ตฤณ ไอยะรา สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์
71. ตามไท ดิลกวิทยรัตน์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
72. ตะวัน วรรณรัตน์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
73. ทิพสุดา ญาณาภิรัต ม.มหาสารคาม
74. ทับทิม ทับทิม
75. ทัศนัย เศรษฐเสรี สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ ม.เชียงใหม่
76. ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ นิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่
77. เทียมสูรย์ สิริศรีศักดิ์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย ม.มหิดล
78. ธนาวิ โชติประดิษฐ
79. ธนรรถวร จตุรงควาณิช คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
80. ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ ภาควิชาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ขอนแก่น
81. ธนศักดิ์ สายจำปา สาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช
82. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์
83. ธเนศ อ่าวสินธุ์ศิริ
84. ธิกานต์ ศรีนารา ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
85. ธิติญา เหล่าอัน คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏเลย
86. ธีระพล อันมัย คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
87. ธีรวัฒน์ ขวัญใจ คณะนิติศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
88. ธีรวัฒน์ ทัศนภิรมย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล
89. ธัญญธร สายปัญญา คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
90. ธร ปีติดล คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
91. นวัต เลิศแสวงกิจ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
92. นภิสา ไวฑูรเกียรติ ม.นเรศวร
93. นลินี ตันธุวนิตย์ คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
94. นภาพร อติวนิชยพงศ์ ม.ธรรมศาสตร์
95. นฤมล กล้าทุกวัน สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์
96. นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
97. นาตยา อยู่คง ภาควิชาสังคมศาสตร์ ม.ศิลปากร
98. นิติ ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
99. นิธิ เนื่องจำนง ม.นเรศวร
100. นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์
101. เนตรดาว เถาถวิล สาขาวิชาสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
102. นงเยาว์ เนาวรัตน์ คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่
103. นพพร ขุนค้า รัฐประศาสนศาสตร์ ม.ราชภัฎราชนครินทร์
104. เนาวรัตน์ ปฏิพัทธ์ภักดี คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
105. นันทนุช อุดมละมุล คณะมนุษยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
106. บาหยัน อิ่มสำราญ ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
107. บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณะสังคมและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
108. บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
109. บูรณจิตร แก้วศรีมล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
110. บัณฑิต ไกรวิจิตร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
111. บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง
112. บัณฑูร ราชมณี คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
113. เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
114. แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์การศึกษาราชบุรี
115. ปฐม ตาคะนานันท์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง
116. ปฐวี โชติอนันต์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
117. ปฐมพงศ์ มโนหาญ นวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวง
118. ปิยชาติ สึงตี ม.วลัยลักษณ์
119. ปิยะมาศ ทัพมงคล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
120. ปิง วิชัยดิษฐ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
121. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ม.เชียงใหม่
122. ประกาศ สว่างโชติ คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
123. ประทับจิต นีละไพจิตร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
124. ประภาส ปิ่นตบแต่ง ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
125. ประภัสสร์ ชูวิเชียร คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร
126. ประยุทธ สายต่อเนื่อง
127. ปราโมทย์ ระวิน สาชาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
128. ปิยบุตร แสงกนกกุล คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
129. ปรีดี หงษ์สต้น คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
130. ปุรินทร์ นาคสิงห์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
131. ปูรณ์ ขวัญสุวรรณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
132. ปฤณ เทพนรินทร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม
133. ปวลักขิ์ สุรัสวดี คณะศิลปศาสตร์ ม.มหิดล
134. ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
135. พกุล แองเกอร์
136. พงศ์พิสุทธิ์ บุษบารัตน์ Weatherhead East Asia Institute ม.โคลัมเบีย
137. พงษ์ศักดิ์ รัตนวงศ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
138. พจนก กาญจนจันทร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
139. พนิดา อนันตนาคม คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
140. พศุตม์ ลาศุขะ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
141. พิชญา พรรคทองสุข คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
142. พิชามญชุ์ ทิพยพัฒนกุล ม.วลัยลักษณ์
143. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
144. พิรงรอง รามสูตร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
145. พิพัฒน์ สุยะ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
146. พิสิษฏ์ นาสี ม.เชียงใหม่
147. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
148. พิมพ์ปฏิมา นเรศศิริกุล สาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
149. พรณี เจริญสมจิตร์ เกษียณจากภาควิชาภาษาฝรั่งเศส คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
150. พัชร์ นิยมศิลป คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ
151. พันธุ์พิพิธ พิพิธพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
152. พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
153. ไพรินทร์ กะทิพรมราช คณะมนุษยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
154. ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ คณะดนตรีและการแสดง ม.บูรพา
155. แพร จิตติพลังศรี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
156. พรรณราย โอสถาภิรัตน์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
157. เพียงกมล มานะรัตน์ คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
158. ภาสกร อินทุมาร คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล
159. ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏลำปาง
160. ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปล/นักวิชาการอิสระ
161. มิกด๊าด วงศ์เสนาอารี คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
162. มิเชล ตัน คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
163. มูนีเราะฮ์ ยีดำ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
164. มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง
165. เมธาวี โหละสุต คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
166. มนวัธน์ พรหมรัตน์ ม. วลัยลักษณ์
167. มรกตวงศ์ ภูมิพลับ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
168. ยอดพล เทพสิทธา คณธนิติศาสตร์ ม.นเรศวร
169. รชฏ นุเสน ม.ราชภัฏเชียงใหม่
170. รชฎ สาตราวุธ ภาควิชาปรัชญา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
171. ราม ประสานศักดิ์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
172. รัตนา โตสกุล คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
173. ลลิตา หาญวงษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.มหาสารคาม
174. วราภรณ์ เรืองศรี ม.เชียงใหม่
175. วศิน โกมุท คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
176. วศินรัฐ นวลศิริ คณะมนุษยศาสตร์ ม.นเรศวร
177. วัชรพล พุทธรักษา คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร
178. วัชรพล ศุภจักรวัฒนา ม.นเรศวร
179. วันรัก สุวรรณวัฒนา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
180. วาสนา ละอองปลิว ม.ธรรมศาสตร์
181. วิจักขณ์ พานิช
182. วิเชียร อินทะสี ม.นเรศวร
183. วิทยา อาภรณ์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์
184. วินัย ผลเจริญ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม
185. วิริยะ สว่างโชติ
186. วิภา ดาวมณี อดีตอาจารย์ วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์
187. วิภาวี พงษ์ปิ่น คณะสังคมวิทยาและสังคมวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
188. วิมลสิริ เหมทานนท์ วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล
189. วิโรจน์ อาลี คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
190. วิลลา วิลัยทอง คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
191. วิศิษย์ ปิ่นทองวิชัยกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏจันทรเกษม
192. วิศรุต พึ่งสุนทร ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
193. วีรบูรณ์ วิสารทสกุล ม.ธรรมศาสตร์
194. เวลา กัลหโสภา บริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่
195. วรรณภา ลีระศิริ คณะรัฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่
196. วรรณวิภางคฺ์ มานะโชติพงษ์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
197. วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่
198. วรยุทธ ศรีวรกุล
199. เวฬุรีย์ เมธาวีวินิจ วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์
200. เวียงรัฐ เนติโพธิ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ
201. ศักรินทร์ ณ น่าน
202. ศาสวัต บุญศรี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม.ศิลปากร
203. ศรีประภา เพชรมีศรี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
204. ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ ภาควิชาสื่อ ศิลปะ และการออกแบบ คณะวิจิตศิลป์ ม.เชียงใหม่
205. ศรัญญู เทพสงเคราะห์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
206. ศศิธร จันทโรทัย ม.นเรศวร
207. ศศิประภา จันทะวงศ์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.มหาสารคาม
209. ศุทธิกานต์ มีจั่น วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม
210. ศุภวิทย์ ถาวรบุตร ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
211. โศภิต ชีวะพานิชย์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม
212. สักรินทร์ แซ่ภู่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ ม.มหาสารคาม
213. สันติชัย ปรีชาบุญฤทธิ์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
214. เสนาะ เจริญพร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
215. สามชาย ศรีสันต์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ม.ธรรมศาสตร์
216. สายชล สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
217. สายัณห์ แดงกลม คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร
218. สิริจิต สุนันต๊ะ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย ม. มหิดล
219. สิเรมอร อัศวพรหมธาดา รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
220. สถิตย์ ลีลาถาวรชัย ภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ ม.นเรศวร
221. สิทธารถ ศรีโคตร ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
222. สุชาติ เศรษฐมาลินี สาขาวิชาสันติศึกษา ม.พายัพ
223. สุธาทิพย์ โมราลาย
224. สุภัทรา น.วรรณพิณ อดีตอาจารย์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
225. สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณะนิติศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
226. สุธิดา วิมุตติโกศล คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
227. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
228. สุปรียา หวังพัชรพล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
229. สุรพศ ทวีศักดิ์ ม.ราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน
230. สุรางค์รัตน์ จำเนียรพล สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ
231. สุรินทร์ อ้นพรม คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
232. สุรัช คมพจน์ หลักสูตรรัฐศาสตร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์
233. สุไรนี สายนุ้ย คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
234. สุวนันทน์ อินมณี ม.นเรศวร
235. สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
236. สร้อยมาศ รุ่งมณี ม.ธรรมศาสตร์
237. สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
238. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
239. เสนาะ เจริญพร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
240. เสาวณิต จุลวงศ์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
241. เสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเลกซานเดอร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
242. อนุสรณ์ ชัยอักษรเวช สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
243. อนุสรณ์ ติปยานนท์ ม.เชียงใหม่
244. อนุสรณ์ อุณโณ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
245. อมต จันทรังษี ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
246. อรุณี สัณฐิติวณิชย์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
247. อสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
248. อภิชาต สถิตนิรามัย คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
249. อภิญญา เวชยชัย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
250. อภัยชนม์ สัจจะพัฒนกุล สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม
251. อภิราดี จันทร์แสง ม.มหาสารคาม
252. อรัญญา ศิริผล ม.เชียงใหม่
253. อลิสา หะสาเมาะ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
254. อาจิณ โจนาธาน อาจิณกิจ มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฎราชนครินทร์
255. อาทิตย์ ทองอินทร์ ม.รังสิต
256. อาทิตย์ พงษ์พานิช ม.นเรศวร
257. อาทิตย์ ศรีจันทร์
258. อานันท์ กาญจนพันธุ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่
259. อิทธิพล จึงวัฒนาวงค์ คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
260. อิสระ ชูศรี สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย ม.มหิดล
261. อิสราภรณ์ พิศสะอาด ม.เชียงใหม่
262. อุณาโลม จันทร์รุ่งมณีกุล ม.สุโขทัยธรรมาธิราช
263. อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
264. เอกพลณัฐ ณัฐพัทธนันท์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
265. เอกรินทร์ ต่วนศิริ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
266. เอกสุดา สิงห์ลำพอง คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร
267. เอกฤทัย ฉัตรชัยเดช มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์
268. อุเชนทร์ เชียงเสน หลักสูตรรัฐศาสตร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์
269. อุบลวรรณ มูลกัณฑา คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ
270. อัครพงษ์ ค่ำคูณ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์
271. อัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ ม.นเรศวร
272. อรภัคค รัฐผาไท อดีตอาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์ ม.เชียงใหม่
273. อรอนงค์ ทิพย์พิมล ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
274. อัจฉราวรรณ บุรีภักดี สำนักวิชาเทคโนโลยีสังคม ม.เทคโนโลยีสุรนารี
275. อัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ ม.นเรศวร
276. อันธิฌา แสงชัย ภาควิชาปรัชญาและศาสนา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
277. อัมพร หมาดเด็น สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์
278. อรรถจักร สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
279. อรรถพล อนันตวรสกุล ครุศาสตร์ จุฬาฯ
280. อนรรฆ สมพงษ์ ครุศาสตร์ ม.ราชภัฏสกลนคร
281. Philip Hirsch, Department of Human Geography, U. of Sydney

“สหภาพยุโรป” ออกเเถลงการณ์ จี้ รบ.ไทย เคารพสิทธิพลเมือง

136

“สหภาพยุโรป” ออกเเถลงการณ์ จี้ รบ.ไทย เคารพสิทธิพลเมือง

สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยออกเเถลงการณ์ กรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐไทย จับกุมประชาชน นักศึกษา และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำนวน 14 คน โดยเเสดงความกังวลและขอให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง ดังนี้
แถลงการณ์จากสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ฉบับนี้โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
กรุงเทพฯ 30มิถุนายน2558 – การจับกุมนักศึกษาจำนวน 14 คน จากข้อหาที่ถูกตั้งขึ้นอันเนื่องมาจากการชุมนุมอย่างสันติของพวกเขาในวันที่ 22 พฤษภาคมเป็นพัฒนาการที่น่ากังวล
สหภาพยุโรปมีความเชื่อในสิทธิของคนทุกคนในการแสดงออกทางความคิดเห็นอย่างสันติและขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทางการไทยปฏิบัติตามข้อผูกพันของประเทศไทยภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมืองการเคารพซึ่งสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานนั้นจะต้องได้รับการค้ำชูและศาลทหารไม่ควรถูกนำมาใช้กับพลเรือน
LocalEUStatement
TheEuropeanUnion Delegation issues the following statement in agreement with the EU Heads of Mission in Thailand
Bangkok, 30 June 2015 – The arrests of 14 students on the basis of charges brought against them for peacefully demonstrating on 22 May is a disturbing development.
The EU believes in the right of all to express peacefully their opinions and calls upon the Thai authorities to abide by Thailand′s obligations under the International Covenant on Civil and Political Rights. Respect for human rights and fundamental freedoms must be upheld, and military courts should not be used to try civilians.

สหประชาชาติ ออกแถลงการณ์

135

สหประชาชาติ ออกแถลงการณ์

วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เรียกร้องทางการไทย ปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวการเมืองทันที

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ OHCHR ออกเเถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีอาญากับผู้ที่ถูกจับกุมตัว หลังการชุมนุมอย่างสงบในกรุงเทพมหานคร และยังขอให้มีการปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทันที

นอกจากนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ขอให้ทางการไทยทบทวนการใช้กฏหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และเสรีภาพในการชุมนุม ให้สอดคล้องกับพันธกรณีของไทยภายใต้กฏหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

เครดิต มติชน

เปิดเนื้อหาจม. 13 นักศึกษา-นักกิจกรรมที่ถูกคุมขัง เขียนถึง “ประยุทธ์”

134
นักศึกษา-นักกิจกรรมชาย 13 คน ที่ถูกคุมขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้เขียนข้อความด้วยลายมือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาว่า

“จดหมายจาก 13 เชลย ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า นับเป็นวันที่ 3 แล้ว ที่เราถูกคุมขังภายใต้คำสั่งของหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558 ภายในเรือนจำแห่งนี้ แม้เราจะมีอาหารกินครบสามมื้อ แต่ทุกๆ มื้อ ก็เป็นการกินที่ปราศจากเพื่อน และคนที่เรารู้จักที่เคยร่วมโต๊ะอาหาร เราไม่เห็นแววตาพวกเขา และแน่นอนว่าพวกเราคิดถึงพวกเขา แม้ว่าพวกเราจะมีที่หลับนอน มีชายคากันแดดและฝน แต่มันจะไม่เป็นเหมือนบ้าน ไม่มีรอยยิ้มของพ่อแม่ ไม่มีอ้อมกอดอบอุ่นจากคนที่เรารัก แม้ว่าเรายังมีลมหายใจ แต่ก็เป็นลมหายใจที่ไกลห่างจากหนทางของความฝัน ลมหายใจที่เรามีอยู่ในวันนี้ เป็นลมหายใจที่รอคอยการพบกับเสรีภาพในวันข้างหน้า โดยที่เราไม่รู้ เมื่อวันนั้นมาถึง เราจะยังมีความฝันอยู่หรือไม่ แม้เรามีกำลังใจที่เต็มเปี่ยม เมื่อนึกถึงการต่อสู้ของเพื่อน ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ โดยหวังหลักการ 5 ข้อ คือ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วม และสันติวิธี ทั้งนี้ เราอธิษฐานให้พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ออกคำสั่งในการจองจำเราได้ตระหนัก และเข้าใจถึงความสำคัญของหลักการดังกล่าว”

ที่มา มติชนออนไลน์

ชาติตะวันตกปล่อยให้เผด็จการไทยเหลิงอำนาจ

127

แปลและเรียบเรียบงโดย ประชาไท

นักไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเขียนบทความวิจารณ์รัฐบาลตะวันตกที่ให้ความสนใจประเด็นในไทยแค่เพียงเวลาสั้นๆ โดยมีการประณามแค่หลังจากรัฐประหารใหม่ๆ แต่กลับเงียบเฉยหรือในบางกรณีที่แสดงท่าทีเป็นมิตร แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงท่าทีเผด็จการอย่างชัดเจนและมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นการจับกุมผู้เห็นต่าง

คลารา เฮิร์ซเบิร์ก ผู้ให้คำปรึกษาด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เคยทำงานร่วมกับประเทศในแถบยุโรปและเอเชียมาแล้วหลายประเทศ เขียนบทความในวารสารด้านนโยบายการต่างประเทศ Foreign Policy Journal เรียกร้องให้ผู้นำชาติตะวันตกหันมาร่วมกันกดดันหรือพูดถึงประเด็นการละเมิดสิทธิฯ โดยรัฐบาลเผด็จการทหารในประเทศไทยอีกครั้งหลังจากที่ว่างเว้นจากการพูดถึงมานาน

เฮิร์ซเบิร์ก อธิบายถึงคำว่า “คลื่นความถี่จำกัด” ซึ่งเป็นคำแสลงที่ออกมาจากปากของกลุ่มผู้นำ ผู้ที่เรียกตัวเองว่าเชี่ยวชาญ หรือนักข่าว ที่ยอมรับว่านักการเมืองมักจะให้ความสนใจในเรื่องต่างๆ เพียงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการไม่สนใจประเด็นอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูกฉายซ้ำๆ อยู่ในวงจรสื่อ เช่น เรื่องการใช้อำนาจในทางที่ผิดของรัฐบาล ทำให้สิทธิทางประชาธิปไตยในการเอาผิดกับผู้นำที่เป็นอาชญากรถูกแขวนไว้ โดยในบทความของเฮิร์ซเบิร์กเจาะจงระบุถึงเหตุการณ์ปัจจุบันในประเทศไทย

ในบทความของเฮิร์ซเบิร์ก มีการกล่าวหาว่าทางการสหรัฐฯ ปล่อยให้เกิดการยึดอำนาจเมื่อเดือน พ.ค. 2557 ที่ถือเป็นการเหยียบย่ำประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม เฮิร์ซเบิร์กยังได้ระบุถึงท่าทีเผด็จการอย่างเปิดเผยของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงยังไม่มีท่าทีว่าจะลงจากอำนาจง่ายๆ มีแต่เลื่อนการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการปิดสื่อ ห้ามการชุมนุม และจับกุมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองจำนวนมาก

เฮิร์ซเบิร์กยังระบุอีกว่าฝ่ายผู้นำเผด็จการทหารยังพยายามรักษาอำนาจของตนต่อแม้ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งแล้วเมื่อพิจารณาจากร่างรัฐธรรมนูญที่เคยเผยแพร่เมื่อเดือน เม.ย. ที่จะทำให้ประชาธิปไตยของไทยก้าวถอยหลังไปมาก

บทความของเฮิร์ซเบิร์กระบุว่าถึงแม้ในช่วงที่มีการรัฐประหารใหม่ๆ ประเทศตะวันตกจะร่วมกันประณามอย่างมาก เช่น จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ เคยประณามว่าการยึดอำนาจในไทยเป็นเรื่องที่ไร้ความชอบธรรมและจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทย อย่างไรก็ตามเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าไทยยังคงเป็นพันธมิตรและผู้ร่วมมือถึงแม้ว่าจะมีรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว ทางด้านสหภาพยุโรปซึ่งมักจะเป็นสาย “พลังอ่อน” ก็เคยออกแถลงการณ์ประณามด้วยคำแรงๆ เมื่อปีที่แล้ว แต่ในตอนนี้พวกเขาตีตัวออกห่างจากประเด็นการรัฐประหารในไทยแล้ว

เฮิร์ซเบิร์กระบุว่าการที่ผู้นำโลกทั้งจากฝ่ายสหรัฐฯ และฝ่ายสหภาพยุโรปต่างพากันอ้างว่ามีความสนใจระยะสั้นในการเงียบเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถือเป็นการส่งเสริมความชอบธรรมให้กับผู้นำที่รัฐประหารอย่างผิดกฎหมายไปในตัว และเป็นการแสดงถึงความมือถือสากปากถือศีลของชาติตะวันตกที่อ้าง “ประชาธิปไตย” โดยพร้อมแสดงออกทางการเมืองต่อหน้าคนหมู่มากและวางท่าในเชิงจริยธรรมเฉพาะแต่ตอนที่มีผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่น้อยครั้งมากที่จะลงโทษรัฐบาลเผด็จการที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน

เรียบเรียงจาก

How the West Helped Thailand Became a Dictatorship, Foreign Policy Journal, 26-06-2015
http://www.foreignpolicyjournal.com/2015/06/26/how-the-west-helped-thailand-became-a-dictatorship/

ที่มาประชาไท http://prachatai.org/journal/2015/06/60053?utm_source=dlvr.it&utm_medium=twitter

แนวร่วมฯประชาธิปไตยใหม่-นักกิจกรรมเหนือ วอนปล่อยตัว 14 คนจากเรือนจำ

12429 มิ.ย. 2558 เมื่อเวลา 16.30 ประชาไท รายงานว่า บริเวณเชิงสะพานเจดีย์ขาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มเพื่อนนักศึกษาและนักกิจกรรมจำนวน 14 คนที่ถูกจับกุมที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักศึกษาและนักกิจกรรมจำนวน14 คนที่ถูกจับกุมโดยชูป้ายคำว่า ‘ประชาธิปไตย’ ‘การมีส่วนร่วม’ และ ‘สันติวิธี’ และอ่านจดหมายถึงเพื่อน ขณะเดียวกันกลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้มีการปล่อยตัว 14 นักศึกษา นักกิจกรรม ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข โดยทั้งจดหมายถึงเพื่อน และแถลงการณ์มีรายละเอียดดังนี้

00000

จดหมายถึงเพื่อน

ในฐานะเพื่อน เราไม่สามารถที่จะอยู่เฉยได้ หากเรารู้ว่าเพื่อนเรากำลังตกอยู่ในความยากลำบากและอันตราย วันนี้มีเพื่อนเรา 14 คน อยู่ในคุก ในข้อหาที่เพื่อนอย่างเราก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเพื่อนเราทำผิดอะไร เพื่อนเราต่อสู้เพื่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อมั่น เพื่อนเราเสียสละในวันที่เราได้แต่ถามตัวเองว่าคุ้มหรือไม่ที่จะทำอย่างเขา เพื่อนเราทำในขณะที่เราก็รู้ว่าเรากับเขาต่างก็มีภาระหน้าที่ในความเป็น มนุษย์เท่าๆกัน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรหน้าที่ของเพื่อนก็คือสนับสนุนในสิ่งที่เพื่อนคิดและ สิ่งที่พวกเขาเชื่อ ยอมรับที่จะเป็นเพื่อนกับพวกเขาไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ถึงแม้ตอนนี้เราจะไม่ได้ร่วมทุกข์ แต่การร่วมสุขที่เคยมีกันมา ทำให้เราไม่อาจทำให้โลกนี้ว่างเว้นความสวยงามจากพวกเขาได้

การออก มาเรียกร้องของเราในวันนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการทำหน้าที่ของเพื่อนเวลา ที่เห็นเพื่อนเราโดนรังแกจากความไม่ยุติธรรม เราไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด รัฐจึงเห็นเยาวชนของชาติที่ยึดถือหลักการ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วมและสันติวิธีว่าเป็นบุคคลที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของ ประเทศชาติ ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของเราวันนี้มันไร้เหตุผลเกินว่าที่จะเชื่อ ว่านี่คือความเป็นจริง

หากนี่เป็นยามค่ำคืนที่มืดมิดในยามที่เราหลับ ตา นี่คือฝันร้ายที่ เพื่อนของพวกเราและคนรุ่นเราต้องพบเจอ เพียงแต่ฝันร้ายที่พวกเราพบเจอนี้ไม่อาจหายไปเมื่อเราตื่นขึ้น มีเพียงทางเดียวที่เราจะหลุดจากฝันร้ายนี้ได้ คือร่วมกันฝ่าฟันฝันร้ายนี้ไปด้วยกัน เราไม่อาจที่ฝันให้โลกของเราสวยงามอย่างที่เราต้องการ ฝันที่ดีสุดของเรา ณ เวลานี้คือ เราอยากให้เพื่อนของเราเป็นเพื่อนกับคนทุกคน เราอยากให้คนทุกคนเข้าใจว่าพวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่พร้อมจะเป็น เพื่อนกับใครก็ตามที่มีความฝันความเชื่อแบบเดียวกับพวกเขา เราหวังเพียงให้ทุกคนเข้าใจว่าพวกเขาไม่เคยทำความผิดเพียงพอที่จะเป็นเหตุผล ให้พวกเขาโดนจำกัดเสรีภาพ

ใช่ เราทุกคนต่างเคยพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก คนที่เรารัก แต่เราไม่ได้อาลัยพวกเขาเพราะพวกเขาเป็นคนที่เรารักเท่านั้น แต่ความรักที่มากกว่าความรักใครเพียงคนใดคนหนึ่งเพื่อตัวเอง คือ ความรักที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เกินกว่าตัวของเขาต่างหากที่ทำให้ไม่ว่าอย่าง ไรเราก็จะอยู่เคียงข้างพวกเขา เราเพื่อนกัน

แนวร่วมกลุ่มประชาธิปไตยใหม่จังหวัดเชียงใหม่

00000

แถลงการณ์ จากชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือต่อสถานการณ์การจับกุมนักศึกษาและนักกิจกรรมทั้ง 14 คนที่กรุงเทพมหาคร

ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ เป็นกลุ่มทำงานทางสังคม เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องสิทธิชุมชน การจัดการสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม และเห็นว่าสังคมหากต้องการอยู่กันอย่างสงบ สมานฉันท์นั้นจำเป็นต้องดำรงความหลากหลาย เคารพซึ่งความแตกต่างซึ่งกันและกัน อันจะส่งผลให้สังคมอยู่อย่างปกติสุขอย่างแท้จริง

แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์นักศึกษาและนักกิจกรรมที่สนับสนุนเรื่องสิทธิมนุษยชนอันเป็นสิทธิพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ถูกจับกุมคุมขัง โดยเพียงการแสดงออกนั้นเป็นสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

เราชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ เห็นว่าการออกมาเคลื่อนไหวของนักศึกษา นักกิจกรรม ยืนอยู่บนหลักการที่สังคมไทยยึดถือปฏิบัติร่วมกัน เป็นสากล โดยทั่วไป ในเรื่องของประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วมและสันติวิธี

ดังนั้นเราชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือต้องการให้รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ต้องปล่อยตัวนักศึกษา นักกิจกรรม จำนวน 14 คน ที่จับกุมคุมขังไว้ โดยไม่มีเงื่อนไข

คนเท่าเทียมเคารพในความหลากหลาย
ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ

หมื่นชื่อแล้ว วอน คสช. ปล่อยตัว 14 คน ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

12329 มิ.ย. 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ change.org ได้มีการทำแคมเปญรณรงค์ เรียกร้องตัวรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้มีการปล่อยตัวนักศึกษาทุกคน โดยไม่มีเงือนไข ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่ 14 นักศึกษา นักกิจกรรม กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2558 โดยมีการเริ่มรณรงค์วันแรกในวันที่ 28 มิ.ย. 2558 จนถึงวันนี้ 29 มิ.ย. เวลา16.50 น. มีประชาชนร่วมลงรายชื่อทั้งหมด 10,445 รายชื่อ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (New Democracy Movement-NDM) เป็นกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรม จากหลากหลายกลุ่มที่มารวมตัวกัน อาทิ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย(LLTD) กลุ่มประชาคมจุฬาเพื่อประชาชน(CCP) กลุ่มดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น กลุ่มเสรีนนทรี มหาวิทยลัยเกษตรศาสตร์ กลุ่มลูกชาวบ้าน มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเยาวชนนักเรียนปาตานี PerMAS และสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) รวมทั้งชาวบ้านที่รับผลพวง ผลกะรทบจากการทำรัฐประหาร ทั้งจากกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จังหวัดเลย กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนามูล-ดูลสาด จังหวัดขอนแก่น และอีกหลากหลายกลุ่มรวม 20 องค์กร

แถลงการณ์ของประชาชนผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการประชาธิปไตยใหม่

107ถ้าการต่อสู้ด้วยสันติวิธีกลายเป็นอาชญากรรม
ถ้าการเรียกร้องประชาธิปไตยกลายเป็นความผิด
ถ้าการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนกลายเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
ถ้าการเพรียกหาความยุติธรรมกลายเป็นการถูกลงโทษทัณฑ์
ประเทศแบบไหนกันที่รัฐบาลทหารและ คสช.กำลังสร้างทิ้งไว้ให้เรา?

ในขณะที่เศรษฐกิจประเทศกำลังทรุดหนัก ภัยแล้งกำลังสร้างความทุกข์ยากเดือดร้อนทั่วทุกหัวระแหง โรค MERS กำลังเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อชีวิตประชาชน รัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากลับมีเวลาว่างมากพอที่จะระดมกำลังออกมาจับนักศึกษา 14 คน ระบบราชการที่ไม่เคยทำงานเกินสี่โมงเย็นกลับสามารถออกหมายจับหมายค้นนอกเวลาราชการ แถมยังเปิดศาลทหารพิจารณาคดีตอนสี่ทุ่มได้ราวกับร้านสะดวกซื้อ

นี่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาทำงานเพื่อใคร? พวกเขาไม่ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติหรือประชาชนอย่างที่พล่ามปาว ๆ แต่ทำงานเพื่อความมั่นคงของตัวเองและตัวเองเท่านั้น

ทั้งที่มีอำนาจล้นฟ้า มีแสนยานุภาพเต็มอัตราศึก มีมาตรา 44 ในกำมือ มีศาลทหารไว้ข่มขู่ประชาชน มีอันธพาลนอกเครื่องแบบคอยทำร้ายคุกคามคนคิดต่าง แต่รัฐบาลทหารก็ยังรู้สึกไม่มั่นคง พวกเขากลัวนักศึกษาที่ทำแค่ชูป้ายผ้า ตัวสั่นเทาเมื่อได้ยินคำว่า “คสช.ออกไป!” ความกลัวของพวกเขาใหญ่กว่าอำนาจและอาวุธในมือเสียอีก

รัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากลัวการแสดงความคิดเห็นแตกต่าง เพราะพวกเขารู้ตัวดีว่าบริหารประเทศไม่เป็น ไม่มีปัญญาแก้ปัญหาอะไรได้ แต่พวกเขายังดื้อดึงอยู่ต่อไป เพื่อรักษาอำนาจและรักษาผลประโยชน์ของตัวเองไว้ท่ามกลางความฉิบหายของบ้านเมือง

ถ้าวันนี้เราปล่อยให้รัฐบาลทหารลงโทษนักศึกษาที่ต่อสู้เพื่อประเทศชาติและประชาชน ต่อไปเราก็ต้องยอมก้มหน้าจำนนอยู่ภายใต้อำนาจบาตรใหญ่ของรัฐบาลเผด็จการโง่เง่าไร้ประสิทธิภาพ เราจะปล่อยให้อนาคตของตัวเราอยู่ในกำมือของคนเขลาคลั่งอำนาจหรือ? หรือเราจะลุกขึ้นและทวงการกำหนดชะตากรรมของตัวเราคืนกลับมา?

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเคยกล่าวเองว่า “ไม่มีใครเรียกผม ผมมาเอง” นั่นเท่ากับยอมรับแล้วว่าเขาไม่เคยมีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ แต่การจะนั่งรอให้เขาสำนึกได้เองและยอมสละจากอำนาจนั้นคงยากยิ่งกว่าสอนกบเต้นรำ ประชาชนเท่านั้นที่จะผลักให้เขาลงจากอำนาจได้

อย่าได้วอนขอความเมตตาจากเผด็จการ เพราะนั่นเท่ากับเรายอมรับอำนาจของคนบ้า ประชาชนจงลุกขึ้นและบอกเผด็จการเถิดว่าปล่อยนักศึกษาเดี๋ยวนี้ ปล่อยนักศึกษาออกมาอ่านหนังสือสอบ ออกมาตีปิงปอง ออกมาเล่นเกมส์ฟีฟ่าออนไลน์ ออกมาเปลี่ยนกางเกงใน ออกมาชูป้ายผ้าประชาธิปไตย และออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี

นี่คืออนาคตของเรา ประชาชนต้องการอำนาจตัดสินใจคืนมา คสช.ต้องออกไปและคืนอำนาจให้ประชาชน!

ภัควดี วีระภาสพงษ์

เชียงใหม่, Thailand

 

รายงานข่าว: Human Rights Watch ออกแถลงการณ์ถึงกรณีการเข้าจับกุมนักศึกษาและประชาชนทั้ง 14 คน

Human-Rights-Watch_127 มิ.ย. 2558 องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) ออกแถลงการณ์ถึงกรณีการเข้าจับกุมนักศึกษาและประชาชนทั้ง 14 คนในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐควรยกเลิกข้อกล่าวหาและปล่อยตัวนักศึกษานักกิจกรรมทั้ง14 คนซึ่งต้านการปกครองของรัฐบาลทหารอย่างสันติ โดยไม่มีเงื่อนไข

แถลงการณ์ระบุว่า จากวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ตำรวจและทหารได้ใช้อำนาจตามหมายจับของศาลทหารเข้าจับกุมนักศึกษา 14 คนจากกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ข้อหาปลุกระดมและฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐบาลทหารที่ห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งขณะนี้นักศึกษาชาย 13 คนอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และนักศึกษาหญิง 1 คนอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า “รัฐบาลทหารควรหยุดจับกุมและดำเนินคดีนักกิจกรรม ในขณะที่ยืนยันว่าตนเองไม่ใช่เผด็จการ แต่ทหารไทยใช้ศาลทหารเป็นเครื่องมือในการปราบปรามและต่อต้านการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสันติและความเห็นต่างในทางการเมือง”

ในแถลงการณ์ระบุต่อไปว่า เมื่อวันที่ 24 และ 25 มิถุนายน เจ้าหน้าที่รัฐได้เข้าจับกุม รังสิมันต์ โรม, วสันต์ เสดสิทธิ, ทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์, พายุ บุญโสภณ, อภิวัฒน์ สุนทรารักษ์, รัฐพล ศุภโสภณ, ศุภชัย ภูคลองพลอย, อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์, ภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์, สุวิชา พิทังกร, ปกรณ์ อารีกุล, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, พรชัย ยวนยี และ ชลธิชา แจ้งเร็ว ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้ได้ชุมนุมกันอย่างสันติวิธีและเรียกร้องให้ยกเลิกการปกครองโดยทหารภายใต้ คสช. ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก กล่าวหา 14 นักศึกษาว่ามีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง และอ้างว่าการกระทำของนักศึกษาจะนำไปสู่การก่อความวุ่นวายและความรุนแรง

สำหรับความผิดตามข้อหาปลุกระดมตามมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ส่วนการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. มีโทษจำคุกอีก 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

แถลงการณ์ระบุว่า การจับกุมตามอำเภอใจครั้งล่าสุดนี้เป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลทหารไม่ได้เต็มใจจะผ่อนการปกครองที่กดขี่ของตัวเองลงเลย กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่สะท้อนให้เห็นในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยมีผลผูกพันตั้งแต่ปี 2539 นั้นได้รับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมอย่างสงบ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่การเข้ายึดอำนาจของรัฐบาลทหารเดือนพฤษภภาคม 2557 นั้น รัฐบาลทหารได้สั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองที่มีมากกว่า 5 คนขึ้นไป และเจ้าหน้าที่รัฐเข้าจับกุมประชาชนอย่างน้อย 80 คน สำหรับการชุมนุมในที่สาธารณะ

จากประกาศของ คสช. ฉบับที่ 37 ที่ให้อำนาจการตัดสินคดีอยู่ที่ศาลทหารแทนศาลพลเรือน ในความผิดต่อความมั่นคงของชาติ และการปลุกระดม และความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมถึงปัจเจกบุคคลที่ฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช. จะต้องขึ้นศาลทหารเช่นเดียวกัน ประชาชนหลายร้อยคนซึ่งส่วนใหญ่เห็นต่างทางการเมืองและวิพากษ์วิจารณ์ คสช. ถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร

การให้อำนาจศาลทหารในประเทศไทยเป็นการล้มเหลวต่อมาตรฐานการตัดสินคดีนานาชาติภายใต้ ICCPR ซึ่งกำหนดห้ามไม่ให้รัฐบาลให้พลเรือนขึ้นศาลทหารเมื่อยังมีศาลพลเรือนอยู่

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เคยกล่าวถึงกรณีเช่นนี้ว่า “การตัดสินคดีของพลเรือนในศาลทหารหรือศาลพิเศษอาจจะเกิดปัญหาที่ร้ายแรงพอ ๆ กับที่ความยุติธรรมความเป็นธรรม และความเป็นอิสระของกระบวนการยุติ เป็นเรื่องน่ากังวล”

“และสิ่งนี้เป็นปัญหาที่ยากจะแก้โดยเฉพาะในประเทศไทย เมื่อกระบวนการทุกๆ ส่วนของศาลทหารขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชาของกระทรวงกลาโหม” แถลงการณ์ระบุ

“ข่าวการจับกุมครั้งล่าสุดยิ่งตอกย้ำว่า การหาหนทางไปสู่ประชาธิปไตยในประเทศไทยเป็นเรื่องยากกว่าเดิม รัฐบาลทั่วโลกควรกดดันให้รัฐบาลทหารหยุดการปราบปรามและเคารพในสิทธิขั้นพื้นฐาน” แบรด อดัมส์ กล่าว
ที่มาเรียบเรียงจาก
http://www.hrw.org/news/2015/06/26/thailand-junta-arrests-14-student-activists