Monthly Archives: December 2015

ส.ค.ส. 2559 จาก เลขาฯ เสรีไทย

178

Wishing everyone a great year in 2016 !

177

ส.ค.ส. 2559 แด่สมาชิก npcusa.info ทุกท่านครับ

181

180

แด่ พี่วู๊ดไซด์ วีระชนของเรา

184

185

186

187

188

จากใจ

สมาชิก npcusa.info

Happy New Year 2016

172

npuusa.info ส่งข้อความ Happy New Year 2016

มาให้พี่น้อง ผู้รัก ประชาธิปไตยทุกท่านครับ

#เสรีชน

ประชาชน จะต้องมีหน้าที่ขับไล่ รัฐบาลทรราช คสช.

169

มันคือหน้าที่ ของพวกเรา ประชาชน

จะต้องมีหน้าที่ขับไล่ รัฐบาลทรราช คสช.

และจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดย ประชาชน เพื่อประชาชน

#เสรีชน

ส.ค.ส.2559 จาก ทีมงาน Admin เสรีไทย

166

I Walk Therefore I Am

167

เสียงของคนใช่ทาสหากเป็นไท

I Walk Therefore I Am

พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen Community

https://www.facebook.com/Resistantcitizen

#เสรีชน

การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งผิด หรือเป็น อาชญากร

165

จุดเปลี่ยนสังคมเผด็จการทรราชคสช.

ที่อาจพอสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของโลกแบบประชาธิปไตยใหม่ ค่อนข้างชัดเจนที่สุด คงหนีไม่พ้นไปจากฉากสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของแนวรบ ของพี่น้องโซเซียล ฝ่ายประชาธิปไตย ที่เป็นหลัก และยืนยัดต่อสู้ จนมาถึงวันนี้

จากที่เคยหวั่นๆ กันว่า จะถูกจับ จะถูกอุ้ม ก็พากันศึกษาวิชา พลางตัว และตอบโต้ ทรราช คสช. เป็นเซไม่เป็นท่า ไม่สมคำเล่าอ้างเลยว่า ไม่มีกลุ่มใหน สามารถโจมตี ระบบ ของรัฐบาลทรราช คสช.ได้ หลังเหตุการณ์ กลุ่ม F5 และ กลุ่มแฮคเกอร์แอนโนนิมัส ผ่านพ้นไปได้ซักพัก รัฐบาลทรราช คสช. ก็ออกมาแก้ข่าวว่า เว็ปไซค์ล้มเอง ไม่ได้ถูกโจมตีแต่อย่างใด

คำโกหก หลอกลวงของ ทรราช คสช. หนีไม่พ้นต้องถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ อีกครั้ง หลัง ถูกโจมตี จน กระทรวงไอที ออกมาแก้ข่าวว่า ระบบ ซิงเกิลเกทเวย์ ยังไม่ได้ทำ พร้อมเสียง ของผู้นำทรราช คสข. ก็ออกมาแก้ข่าวว่า ที่เซ็นไปนะ ไม่รู้ จะเอาตัวผู้เสนอมาให้เซ็น จะต้องรับโทษ ในครั้งนี้ให้ได้

แต่แล้วเรื่อง นี้ก็เงียบหาย นั้นก็แสดงว่า ระบบการเซ็นและการอนุมัติโครงการใหญ่ ที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน นั้น ทรราช คสช. ไม่ได้ให้ความสำคัญเลย พอเรื่องแดงออกมาก็กล่าวโทษลูกน้อง ที่เอามาให้เซ็น ระบบความรับผิดชอบไม่มีเลย สำหรับ ทรราชคสช. คณะนี้

นั้นก็หมายความว่า หากประชาชนร่วมใจกัน ทรราช ก็จะไม่มีที่ยืนบนผืนแผ่นดิน

ระบบเผด็จการทรราชแบบเก่าๆ เดิมๆ อย่างซีเรีย อิรัก หรือแม้กระทั่งไกลไปถึงอิหร่าน อาจต้องถูกลบทิ้ง หรือถูกเขียนแผนที่ขึ้นมาใหม่ กลายเป็นประเทศ ประชาธิปไตย
.

แนวโน้มที่โลกทั้งโลกกำลังจะเข้าสู่ประชาธิปไตย ใหม่ ในช่วงปีหน้า ฟ้าใหม่ ไม่ว่าในทางการเมือง เศรษฐกิจ การทหาร จึงน่าจะมีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย แม้จะต้องเผชิญกับปัญหา อุปสรรค อีกเยอะแยะมากมาย รวมไปถึงแรงดิ้น แรงทุรนทุราย ของผู้ที่ต้องสูญเสียประโยชน์ที่ครองอำนาจอยู่ในระบบ เผด็จการทรราช มานานปี และอาจทำให้ มุมจบ มันเป็นไปแบบ ฮาร์ดแลนดิ้ง หรือ ซอฟต์แลนดิ้ง ก็ขึ้นอยู่กับแรงปฏิกิริยาเหล่านี้ แต่โอกาสที่ฝ่าย อธรรม จะเอาชนะฝ่าย ธรรมะ นั้น มาถึง ณ ขณะนี้ต้องเรียกว่า ต่อให้ 100 บาทเอาอุจจาระสุนัขกองเดียว ก็น่าจะไม่มีใครกล้ารอง.

แนวโน้มของประเทศไทยก็เช่นกัน ที่กำลังเป็นไปเช่นนี้ เพราะประชาชน เริ่มรูจักหน้าที่ พลเมืองแล้วว่า การลุกขึ้นต่อต้านและขับไล่ ทรราช คสช. มันเป็นหน้าที่ …อันที่จริงแทบไม่ต่างอะไรไปจากแนวโน้มของระบบ กดขี่ ที่จะต้องถูกทำลาย หากเราท่านคิดหวลถึง วันที่ บารัก ฮุสเซน โอบามา Barack Hussein Obama ประธานาธิบดีคนที่ 44 คนปัจจุบันของสหรัฐอเมริกากล่าวในเวทีโลก ที่ ทรราช คสช. ร่วมฟังอยู่ด้วยคำที่กล่าวว่า

” จะไม่มีอำนาจเผด็จการใดๆ อยู่เหนืออำนาจของประชาชนได้”

ย้อนมาบ้านเรา ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าฝ่ายธรรมะ หรือประชาชนผู้รัก ประชาธิปไตยจะสู้ฝ่ายอธรรม หรือประเภทคนไม่ดีทั้งหลายที่เป็นทั้งผู้นำ และ ข้าราชการชั่ว ที่กินเงินเดือนจากภาษีของประชาขนแต่ก้มหัวยอมรับอำนาจเผด็จการทรราข คสช.โอกาสที่จะพลิกฟื้นคืนสถานการณ์กลับมาเป็น ต่อ แทบเป็นไปไม่ได้เอาเลยก็ว่าได้ แต่…….แล้วอำนาจของประชาชนก็เริ่มแสดงออก ไม่ว่าจะเป็น ประชาธิปไตยใหม่ พลเมืองโต้กลับ ดาวดิน อาจารย์ และนักวิชาการ ฯลฯ เข้าผนึกผลังสร้างความสั่นสะเทือนให้อำนาจเผด็จการทรราช ตสช. สั่นไหวได้หลายต่อครั้ง

จนบางครั้งทรราช คสช. จำต้ิงส่งซิก ไม่ให้ขยับ และปล้อยตัวนักศึกษาที่ถูกจับหลายครั้ง แต่ด้วยอำนาจเผด็จการทรราช ก็ยังคงดำเนินการจ้องจับและไล่ล่า นักศึกษาและประชาชน อีกต่อไป เหมือนดั่งกรณี 11 หมายจับที่แสดงออกให้เห็นถึงระบบทรราช อย่างชัดเจน การที่ เฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ หรือ ตูน นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์รูปภาพหมายเรียกผู้ต้องหา ของสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ซึ่งออกที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ในหมายเรียกยังระบุผู้ต้องหาคือ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ กับพวกรวม 11 คน โดยให้เหตุต้องหาว่า มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งเเต่ 5 คนขึ้นไป เเละให้น.ส.ชนกนันท์ ไปที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ในวันที่ 22 ธันวาคม เวลา 9.00น.

น.ส.ชนกนันท์ ยังได้โพสต์ข้อความระบุว่า “เมื่อกี้แม่กับน้องสาวบอกว่า ตูน… หนูมีหมายมาแล้วนะ เป็นคดีวันที่นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ค่ะ จริงๆ เราไม่น่าตกใจหรือแปลกใจ เพราะคสช.มักจะชอบเล่นอะไรลับหลังเสมอ ตอนจับเราที่สถานีรถไฟก็จับไปเฉยๆ ไม่ตั้งข้อหา ปล่อยออกมาให้เรื่องเงียบ หลังจากนั้นพอคิดว่าจะยัดข้อหาอะไรให้ได้ก็ส่งหมายมาตามบ้าน ขอบอกไว้ตรงนี้เลย พวกคุณมันหมามากที่คิดจะตั้งข้อหาพวกเราลับหลังแบบนี้ การที่พวกเราออกมาตรวจสอบการคอรัปชั่นของทหารไม่ได้ทำให้พวกเราเป็นอาชญากร พวกคุณก็แค่กลบเกลื่อนความผิดของตัวเองโดยการตั้งข้อหาพวกเราเท่านั้น (ตอนหยิบมาดูมือสั่นๆ ถ่ายรูปไม่ค่อยชัด ฮือออ เห้ออออ) ใครจะเลี้ยงเบียร์ เลี้ยงไอติมปลอบใจก็รีบๆเลี้ยงนะคะ”


พูดง่ายๆ ว่า…ทรราชคสช.ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อกดคอขี่หัวประชาชนเท่านั้น แม้สิ่งที่ ทรราช คสช.ทำมันเป็นสิ่งผิดก็ตาม ผิดที่แอบอ้างเจ้าหาเงินเข้ากระเป๋าตนเอง ผิดที่หากินบนความศรัทธาของผู้เลื่อมใส และผิดอย่างมหันที่ปกป้องผู้กระทำความผิด ไม่ให้ได้รับโทษ

ถึงวันนี้ พี่น้องประชาชน ต้องมีความพยายม และต้องอาศัย ความรู้-ความรัก-และความสามัคคี ความเสียสละ เท่านั้นมันถึงจะขับไล่ ทรราช คสช. ได้

***********
ขอเป็นกำลังให้ผู้กล้าทุกๆท่านครับ เราจะก้าวไปด้วยกัน เพื่ออนาคตของลูกหลานพวกเรา

– การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งผิด หรือเป็น อาชญากร


#เสรีชน

รับฟ้องอดีตคนสรรพากร หาช่วยโอ๊คหลบภาษีหุ้นชินฯ

164

รับฟ้องอดีตคนสรรพากร หาช่วยโอ๊คหลบภาษีหุ้นชินฯ

ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตฯ ประทับฟ้องคดีทรราช “ป.ป.ช.” ยื่นฟ้อง “อดีตบิ๊กสรรพากร” ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบเอื้อประโยชน์ให้ “พานทองแท้-พินทองทา” ลูกนายกทักษิณไม่ต้องเสียภาษีจากการซื้อหุ้นชินคอร์ปเมื่อปี 49 ศาลนัดให้จำเลยมารายงานตัวและดำเนินการไต่สวนพยานครั้งแรก 23 ก.พ.59

วันจันทร์ที่ผ่านมา ที่ห้องพิจารณาคดี 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลอาญา นัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำ อท.43/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร, น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย, น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย, นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร และ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ดดีนี้ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องแผนกคดีทุจริตฯ ในศาลอาญา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า จำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของกรมสรรพากร ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อไม่ให้นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรของนายทักษิณต้องเสียภาษีอากร หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย และได้รับประโยชน์ที่มิควรโดยชอบด้วยกฎหมาย จากการที่นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทาซื้อหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อปี 2549 คนละ 164,600,000 หุ้น ในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 49.25 บาท ถือได้ว่านายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา เป็นผู้ได้รับเงินพึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีของส่วนต่างราคาหุ้น คนละ 7,941,950,000 บาท ซึ่งการกระทำนั้นทำให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และราชการเสียหาย

โดยชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ตามฟ้อง ป.ป.ช.โจทก์ มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงมีมูลความผิดทางอาญา ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ส่วน น.ส.ปราณี จำเลยที่ 5 ไม่ได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ศาลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป

ทั้งนี้ ศาลมีหมายเรียกให้จำเลยที่ 1-5 มารายงานตัว และดำเนินการไต่สวนพยานครั้งแรกในวันที่ 23 ก.พ.59 เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ น.ส.โมรีรัตน์ อดีต ผอ.สำนักกฎหมายนั้น ก็เคยถูกอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร่วมกับนายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร กับพวกซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รวม 5 คน ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการเรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร จากกรณีเมื่อปี 2540 ที่คุณหญิงพจมาน อดีตภริยานายทักษิณ ได้โอนหุ้น บมจ.ชินคอร์ป จำนวน 4.5 ล้านหุ้นให้นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรม และคนใกล้ชิด แต่ภายหลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง น.ส.โมรีรัตน์กับพวกในคดีดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าพวกจำเลยได้ทำการวินิจฉัยและเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนแล้ว.

*****
#เสรีไทย