Monthly Archives: May 2016

มึงยังทำงานไม่เสร็จหรือแดกงบประมาณแผ่นดินยังไม่พอกันแน่ ไอ้ตูบ

161

ทรราช ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่ดาวอังคารเคลื่อนใกล้โลก

เชื่อหมอดูเตือนไม่ให้พูดมากว่า วันนี้ยังอารมณ์ดีอยู่

เมื่อหมอดูเตือนมาก็รับฟังไว้ แต่ถือว่าตัวเองทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ แม้จะโมโหอารมณ์รุนแรงบ้าง ก็ต้องให้อภัย เพราะทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

ตนมีความกดดันเพราะงานที่ทำยังไม่เสร็จ และมีปัญหาอยู่มาก ต้องทำให้ได้เพราะเป็นความคาดหวังของประชาชน แม้มีบางส่วนที่ไม่คาดหวังก็ตาม ตนทำเพื่อทุกคน ทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ …………..(ถุยยยยยยยยยย)

——————————————————————————–
มึงยังทำงานไม่เสร็จหรือแดกงบประมาณแผ่นดินยังไม่พอกันแน่ ไอ้ตูบ

แล้วที่มึงหุบปาก ทำตัวเหมือนหมาถูกน้ำร้อน กุมตัวเองไม่ชี้หน้าด่าเขาไปทั่วเหมือนก่อน ก็เพราะ มึงกลัว ดาวอังคารจะไม่ซื้อยางมึง ใช่ไหมล่ะ

และที่หุบปาก ก็เพราะ ทั้งยาง ทั้งข้าว มีปัญหาหมด ไม่กล้าแม้จะกล่าวซ้ำๆ คำโกหก หลอกลวงเดิมๆ จน ชาวบ้านเขาเอื้อมระอา ทรราช คสช. เกือบทั้งโลกแล้ว ……….. รู้ไว้สาด้วย ไอ้ตูบ ไอ้หมาขี้เลื้อน………..ถุยยยยยยยยยยย


เสรีชน

สุดทนกับ เทวทัต อิสระ

160

สุดทนกับ เทวทัต อิสระ

สถาบันอุดมศึกษา 100 องค์กร ได้มายื่นเอกสารถึง พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ เทวทัตอิสระ โดยเรียกร้องให้ลาสิกขา เพื่อประโยนช์สุข ของประชาชน และพระศาสนา ในวันที่10 มิ.ย.59 นี้ ที่พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม

ประกาศ ยกเลิกการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

159

ประกาศ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 25/2559

เรื่อง ยกเลิกการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ความว่า

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ส่งเสริมความรักและความสามัคคี ของประชาชนในชาติ อันจะทำให้กระบวนการปฏิรูปประเทศสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับในห้วงที่ผ่านมารัฐบาลได้รับความร่วมมือจากประชาชนโดยปฏิบัติตามมาตรการบางอย่างที่กำหนดขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ส่งผลให้สถานการณ์ของประเทศโดยรวมอยู่ในสภาวะสงบจึงสมควรยกเลิกมาตรการดังกล่าวได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557

ดังนี้ 1. ให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 21/2557 เรื่อง ห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2557

2.การยกเลิกประกาศตามข้อ 1 ไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติตามคำสั่งศาลเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และคำสั่งคสช.เกี่ยวกับการให้บุคคลมารายงานตัว รวมทั้งการกำหนดวันเวลาและสถานที่รายงานตัว

3.บุคคลใดที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งดังต่อไปนี้ หากจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติก่อน

(1) ประกาศคสช. ฉบับที่ 39/2557 เรื่อง การกำหนดเงื่อนไข การปล่อยตัวของบุคคลที่มารายงานตัวต่อคสช. ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2557

(2)ประกาศคสช. ฉบับที่ 40/2557 เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัว ของบุคคลที่ถูกกักตัวตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 15 ทวิ ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2557

(3)ประกาศคสช. ฉบับที่ 41/2557 เรื่อง กำหนดให้การฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว เป็นความผิด ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2557

(4) คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เมษายน 2558 ความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับกับบุคคลที่เคยมีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งดังกล่าวด้วย

โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป

Cr.http://www.matichon.co.th/news/155412

หลังจากทรราช คสช. ต้องเอาตีนก่ายหน้าผากนอนอยู่หลายคืนจึงสั่งหยุดบุกวัด

158

หลังจากทรราช คสช. ต้องเอาตีนก่ายหน้าผากนอนอยู่หลายคืนจึงสั่งหยุดบุกวัด


เรื่อง บุกวัดธรรมกาย ถึงแม้ไอ้ตูบจะออกมาปัดข่าวว่า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ สมุนรับใช้อย่าง DSI และถึงแม้จะมีการวางแผน บุกเข้าอุ้ม พระธัมมชโย ด้วยกำลังกว่า 2500 นาย แต่ เมื่อทรราช ประยุทธ์ คิดได้ก็สั่งหยุดการเคลื่อนพล บุกเข้าวัดของ DSI วันนี้

หากแต่ เป้าหมายของการทำลายล้าง วัดธรรมกาย ยังคงมีอยู่ เรื่องกระชับพื้นที่คงไม่เหมาะเพราะนอกจากตีน ของลูกศิษย์วัดธรรมกายแล้ว ยังกลัวสื่อที่อาจจะถ่ายทอด การบุกวัดครั้งนี้ กระจายสู่สายตาชาวโลก อีกด้วย

“ไอ้ตูบ” ยัวะ บอกจับพระธัมมชโยได้แน่ในชาตินี้แน่

ณ. ทำเนียบรัฐบาลทรราช คสช. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของศิษยานุศิษย์ของธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ขยายวงกว้างในวัดต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศว่า “ต้องร่วมกันรับผิดชอบ มีการขยายความกันไปเรื่อย ความจริงเป็นเรื่องคดีความของคนไม่กี่คนแล้วก็ขยายไปยังศิษยานุศิษย์ ไปทั้งในและต่างประเทศ จัดทีวีถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เดินไปไหนมาไหนก็ถ่ายทอดทั้งหมด ก็สมควรแล้วจะให้ผมทำอย่างไร แล้วถ้าดีเอสไอนำกำลังตำรวจ ทหารเข้าไป จะเกิดอะไรขึ้นคิดดูบ้าง ปี 2553 มันเกิดอะไรขึ้น


อ้างเหตุผลตามสันดานเดิม เหี้ยไม่ทิ้งแถว…..ว่า


ถ้ามีใครสักคนเอาอาวุธปืนมายิงใส่กัน แต่ละข้างจะเกิดอะไรขึ้น เอาทหาร ตำรวจเข้าไป แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนยิงเข้ามา ทางนี้ก็ต้องป้องกันตัว มันก็จะไปโดนคนที่สวดมนต์อยู่หรือเปล่า อยากให้เป็นอย่างนั้นกันหรือ ถ้าอยากก็เร่งกันเข้ามาเรื่อยๆ กดดันเจ้าหน้าที่กันต่อไป กล่าวหาว่าไม่ไปทำหน้าที่เสียที หาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ผมไม่กลัวกฎหมายเขามีเขียนไว้อยู่แล้ว ว่าถ้าจะทำให้สถานการณ์บานปลายเขาก็รอไปก่อนได้ จับวันนี้หรือวันหน้าก็เหมือนกัน

นอกจากกลัวตีน ลูกศิษย์วัดธรรมกายแล้ว ทรราชประยุทธ์ ยังกลัว คดีความเก่าที่ได้ร่วมมือกับ ประชาธิปัตย์ ฆ่า ประชาชนเมื่อปี 2553 อีกด้วย


โดยกล่าวว่าบางกรณีก็ละเว้นได้ด้วยสถานการณ์ภายใน แต่ผมถามว่าถูกต้องหรือไม่ปิดประตูเอาลวดหนามมาล้อม เหตุการณ์เหมือนการตั้งป้อมค่ายที่สวนลุมฯ คิดกันบ้าง เอาอดีตมาเรียนรู้ ทหารก็ต้องทำหน้าที่เข้าไปดูแล แล้วก็มีการยิงอาวุธใส่มา จะให้ทำอย่างไร ต้องการให้เกิดอย่างนั้นอีกหรือ ไม่พอหรือ ตายกันเยอะแยะยังไม่พอ แล้วจะยังปลุกกันต่อไป จากนี้ไปก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน จะให้ผมมารับผิดชอบคนเดียวผมไม่รับ จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ถือว่าเป็นการทำให้เหตุการณ์บานปลายจนแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้ามีการจับตั้งแต่แรกควบคุมตัว หรือมอบตัวก็จบไปแล้วไม่ใช่หรือ คดีก็ยังไม่สิ้นสุดว่าผิดหรือถูกก็ต้องไปพิสูจน์ทราบกัน ก็จบแค่นั้น อย่ามาบอกว่าไปรังแกพระ มันไม่ใช่ มีการโกงมาตั้งแต่เรื่องของสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น มีการโอนเงินเข้ามาก็ไปพิสูจน์ทราบกันว่ามันไม่ใช่ แต่ปล่อยมาจนกลายเป็นว่าเราไปรังแกพระ มันไม่ใช่”

แต่ทรราช คสช. ก็ยังขู่อาฆาต ต้องจับ พระธัมมชโยให้ได้

เมื่อถามว่า ที่บอกว่าจับวันนี้ไม่ได้ วันหน้าก็จับได้ มั่นใจคิดว่าจะจับตัวได้ใช่หรือไม่ ทรราช ประยุทธ์กล่าวว่า “เอาเป็นว่าชาตินี้จับได้แน่นอน” เมื่อถามว่า แต่ปัญหาขณะนี้คือฝ่ายที่ถูกกล่าวหายังมีกำลังในการต่อสู้ และมีกระบวนการต่างๆ ฝ่ายเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไร ประยุทธ์กล่าวว่า สื่อก็รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ก็ช่วยสร้างการรับรู้ให้ประชาชน ถ้าคิดว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกก็ต้องช่วยกัน ไม่ใช่ไปเขียนเข้าข้างทั้งสองฝ่าย


เสรีชน

สุดทน………… กับเทวทัตอิสระ 31-5-2559

สุดทน………… 31-5-2559

จตุพร จี้ อัยการ-DSI เร่งคดี หลวงปู่พุทธะอิสระ คนอย่างวัดอ้อน้อยต้องเจอตน!

เทวทัตอิสระ เดินสายอีก รอบนี้ ร้องทุกข์กล่าวโทษ “ตู่ จตุพร” พร้อมสั่งให้ดีเอสไอ

157

เทวทัตอิสระ เดินสายอีก รอบนี้ ร้องทุกข์กล่าวโทษ “ตู่ จตุพร”
พร้อมสั่งให้ดีเอสไอ ขอให้ค้านประกันตัว “พระธัมมชโย”

————————————————————————————-
เทวทัตอิสระ แห่งอ้อน้อย กล่าวร้ายว่า วัดธรรมกายจะเป็นดินแดนมิคสัญญี ทั้งได้ยื่นเรื่อง คัดค้านการให้ประกันตัวหากพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และยอมรับที่ เทวทัตอิสระ มี 3 คดี โดยอ้างตนเดินทางมามอบตัวและขอประกันตัวในชั้นศาลออกมาเพื่อต่อสู้คดี


อีกทั้งเทวทัต อิสระ ยังไปหาพระผู้ใหญ่ให้ ปลดพระธัมมชโย และยึดพรัทย์ของวัดธรรมกาย ส่วน มารศาสนา DSI ประสาน ตำรวจและข้าราชการชั่วทั้ง ภาค 2 – 5 – 9 .เตรียมชุดปราบจลาจล เต็มอัตราศึก วางแผน รวบ “พระธัมมชโย” ขึ้น ฮ.!!


ณ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ออกหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ถึง สุนัขรับใช้ทรราข คสข. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรื่อง แจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม หรือ ดีเอสไอ ขอรับการสนับสนุนกำลังพล สถานที่และอุปกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจ ในกรณีที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในความผิดฐานฟอกเงิน ตามที่ได้ยัดเยียดข้อหาให้ ก่อนนี้


โดยที่ประชุม ของเหล่าสุนัขรับใช้ ทรราช คสช. รวมเป็นคณะกรรมการกองอำนวยการในการปฏิบัติการ “บุกจับ” พระธัมมชโยที่ชราและอาพาธหนัก ไม่สามารถเดินเหินไปใหนมาใหนได้

ทางคณะกรรมการกองอำนวยการในการปฏิบัติการ ขอรับการสนับสนุนสถานที่เพื่อให้เป็นจุดรวมพล จุดจอดเฮลิคอปเตอร์รวมถึงสถานที่จัดตั้งกองอำนวยการในการปฏิบัติภารกิจนี้โดยใช้สถานที่ของ บก.ตชด.ภาค1 โดยขอเฮลิคอปเตอร์ พร้อมนักบิน เพื่ออุ้ม(พระ)ผู้ต้องหา

อีกทั้งวางแผน เคลื่อนพลสนันสนุน ทั้งบกเรืออากาศ สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามจลาจล หลายกองร้อย


โดยแบ่งงานเป็น จุดสกัดทั้งพร้อมเสริมกองกำลังสนันสนุน ประจำวัดพระธรรมกาย


จุดสกัดประจำศาลอาญาถนนรัชดาฯ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงเจ้าหน้าที่จราจร และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลในพื้นที่ทั้ง นนทบุรี ปทุมธานีและ พื้นที่ๆเกี่ยวข้อง 2000 นาย


อีกทั้งเตรียมการสนับสนุนรถนำขบวนและอำนวยการจราจรตลอดเส้นทางในพื้นที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดวันเวลารายละเอียดการเคลื่อนกำลัง ตาม ดีเอสไอ กำหนด ซึ่งยังเป็นความลับ พร้อมกันนั้น DSI ได้เข้าพบพระผู้ใหญ่ เพื่อประชุมในทางลับ ไม่ให้นักข่าว เข้ารับฟังขัอมูล

—————————————————————————————-

สงสัย…คงต้องวุ่นวายในจับ พระธัมมชโย เป็นการใหญ่ ส่วนเจ้าลัทธิ เทวทัต อิสระ แห่งอ้อน้อย ก็คงต้องดองคดีกันไปอีกซักพักใหญ่ เหมือนๆ คดีการบุกยึดทำลาย สนามบิน และสถานที่ราชการ เพราะเป็นเดียวกันกับผู้สนันสนุน ทรราช คสช. ให้ขึ้นครองอำนาจ ในปี 2557


ทั้งๆ ที่ ไม่ควรจะเป็นเรื่องใหญ่ หากมาเทียบคดี ราชภักดิ์ ที่ทางทรราช อนุพง์ เผ่าจินดา ออกมาบอกว่า เงินที่กินค่าหัวคิวในโครงการนั้นได้คืนหมดไปแล้ว จบ


ทรราชธีรชัย ผบ.ทบ.สุนัขรับใช้ทรราช คสช. ก็ออกมาหอนรับเป็นช่วงๆ ว่า ตรวจสอบคดีราชภ้กดิ์แล้วไม่เจอการโกง………..(ถุยยยยยย)


ไอ้ทรราชหน้าหมูใจหมา อย่างประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ก็ออกมา การันตี อีกว่าไม่มี็ ไม่มี โกง จบ ๆ ๆ


หากแต่พอคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่เกี่ยวข้องกับวัดนั้นจบไปแล้ว แต่ แต่ ……………. ไม่จบ

การที่สหกรณ์ ฯ นำเงินมาให้วัด และมีปัญหากับเงินก้อนนั้น ทางญาติโยมภายในวัดก็ได้ ร่วมกัน บริจาค นำคืนเงินทั้งหมดที่ให้คืน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่……………..ไม่จบ


สมาชิก สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น หมดตัว เพราะการบริหารของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเอง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ไม่ได้บริหารด้วยวัด แต่กลับเอาเรื่องทั้งหมดมาลงที่วัด ทั้งๆที่รู้ว่าวัดไม่ผิด และไม่จบ เพราะเพื่อต้องการ ปล้นเงินบริจาคของวัดธรรมกาย ด้วยการยึดทรัพย์ ต่างหากเล่า


เอาล่ะมาเรื่องสำคัญ กันดีกว่า…………

ตอนนี้ เหล่า สุนัขรับใช้ ทรราช คสช. ได้รับการอนุมัติออก “อุ้ม” พระธัมมชโย มาเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว จะ อุ้มตอนไหน อุ้มเมื่อไหร่ อุ้มอย่างไร จะต้องช้ำเลือด ช้ำหนอง กันขนาดใหน เหล่าทรราช คสช.ไม่สน พร้อมยืนกระต่ายขาเดียวว่า พระธัมมชโย ต้องผิด ต้องถูกดำเนินคดี เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง เหมือนไม่ฟังเหตุและผล และเหมือนตั้งธงไว้เพราะ กำจัด พระธัมมชโย


คงต้องปล่อยความหวังไว้กับ เพื่อนๆ พี่ ๆน้อง 072 ของเรา และ ประชาชนผู้ศรัทธาพระพุทธศาสนาเป็นผู้ตัดสินใจแล้วครับ ว่า จะยอมให้ สุนัขรับใช้ ทรราช คสช. มาอุ้ม หลวงพ่อ พระธัมมชโย หรือจะปล่อยให้ท่านต้องโดดเดี่ยวอยู่ตามลำพัง และมองพระศาสนาล้มสลายไป…… ต่อหน้าเรา


สำหรับผม ………… ในเมื่อความอยุติธรรมถูกใช้ให้เป็นกฏหมาย การต่อต้านจึงเป็นหน้าที่ของ ประชาชนทุกๆ คน.


เสรีชน

เราต้องการคำตอบ

156

ทหารและข้าราชการไทย มีไว้เพื่อทำร้ายประชาชน และพระ…หรือ

155

ทหารและข้าราชการไทย มีไว้เพื่อทำร้ายประชาชน และพระ…หรือ


เคยมีคำถามที่คาใจ ว่า จิตใจและความคิดของทหารและข้าราชการชั่ว เหล่านั้น ทำด้วยอะไร ทำไมทหาร ฯ จึงเก่งแต่กับพระ และประชาชน เท่านั้น


บ่อยครั้งตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ทหารและข้าราชการชั่ว มักใช้กำลังและความหยาบคายในการบังคับขู่เข็ญ ยันเข่นฆ่า ประชาชน หรือแม้กระทั้งพระ อยู่เป็นประจำ เพราะเหตุอันใดเล่า พวกมารศาสนา และฆาตกรเหล่านั้น ถึงไม่คิดเรื่องบาปบุญคุณโทษ ที่จะได้รับทั้งภพนี้ และนรกภูมิที่รอรับความระยำของพวกเขา อยู่เบื้องหน้า


แม้เรื่องการคุกคามเสรีภาพของประชาชน จะถูกสื่อต่างชาติประนามบ่อยครั้งในชุดรัฐบาลทรราช คสช ตลอดระยะเวลา กว่า 2 ปี ที่ผ่านมา ก็เป็นที่ประจักษ์ ต่อสายตาชาวโลก จนสภาEU และสหรัฐอเมริกา ประนามการกระทำแบบเลวระยำของ ทรราช คสช. ครั้งแล้วครั้งเล่า


และทาง รัฐบาล ทรราช คสช. ก็ตั้งคณะทำงานที่ตอแหลหน้าด้าน อย่าง ไอ้ไ่อูหรือ สถุนวินทัย ออกมาแก้ข่าวทุกครั้ง จนเป็นที่เอือมระอา และน่าเวทนา ในคราวเดียวกัน ของสายตา ประชาชน ที่ไม่เอาระบบเผด็จการ ทรราช และสื่อมวลชนทั่วโลก


องค์กรสิทธิฯ ที่ถูกรัฐบาลทรราช คสช. แต่งตั้ง ก็ดูเหมือนเป็นแค่ฉากบังหน้า คอยแต่จะกินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ก็เท่านั้น ไม่เคยสักครั้งเดียวที่จะออกมาปกป้อง สิทธิมนุษยชน ตามตำแหน่งที่ได้รับ หรือว่า จะปกป้องแต่พวกตนที่นับถือระบอบเผด็จการเท่านั้น


เรื่องความรับผิดชอบในหน้าที่ของ องค์กรสิทธิฯ ความเป็นคนของประชาชน ได้ถูกอำนาจเงินตราและยศถาบรรดาศักดิ์ บดบังจนหมดสิ้น


ความรับผิดชอบขององค์กรสิทธิฯ ต่อสังคม ต่อเพื่อนมนุษยร่วมโลก ขาดหายไปสิ้น ตั้งแต่มีการทำ รัฐประหาร ในปี 2549 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน


อีกทั้งสติปัญญามารยาท ของทหารและข้าราชการชั่ว นั้นหายไปไหนกันหมด นี่ต้องขอโพสต์ และขอโทษทหารและข้าราชการดี ๆ ที่มีอยู่อย่างน้อยนิดในสังคมทุกวันนี้ด้วย ที่ต้องกล่าวตรงๆ อย่างนี้


เพราะมันเหลือที่จะทนกับการปกครองด้วย ความ อยุติธรรมจาก ทรราช คสช. แล้ว หรือว่าทราาช และข้าราชการชั่วเหล่านั้น คิดว่าเครื่องแบบมีอำนาจและต้องมีความสุข เหนือกว่าประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ


แท้จริงแล้ว ทหารและข้าราชการชั่วเหล่านั้น ควรมีความสุขุมและเป็นสุภาพชนมากกว่านี้ และควรแสดงความรับผิดชอบกับคำพูดที่หยาบคาย ต่อพระผู้สละชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา ในฐานะของชายชาติทหาร ในฐานะผู้นำ คสช. ไม่ใช่ นินทาว่าร้าย ใส่ร้าย บนข้อหาบิดเบือนของกฏหมา ต่อ “พระธัมมชโย” อย่างที่ ทรราชประยุทธ์ จันทรโอชา กระทำอยู่อย่างทุกวันนี้


หากเป็นโจรหรือ หัวหน้าแก๊งแมงดาคุมซ่องทั่วไป ผมคงจะไม่ถือสา เพราะมันชั่วโดยสันดาน หรือว่าอนุศาสนาจารย์ และพ่อแม่ของทหารเหล่านั้นในกองทัพ ไม่ได้สอนว่าอะไรดี….อะไรไม่ดี…. อะไรควร…. อะไรไม่ควร… หรือว่า ทหารและข้าราชการชั่วเหล่าไม่ได้กินน้ำนมจากอกแม่ หากแต่ดืมน้ำล้างเท้า แทนน้ำนมในวัยเด็ก


ทหารและข้าราชการชั่ว ควรจะปฏิบัติตนกับพระภิกษุสามเณรเช่นไร ในสภาวะอย่างนี้ ในวันนี้ นั้นคือคำตอบ ที่ทหารและข้าราชการชั่วรู้อยู่แก่ใจกันอยู่แล้ว ว่า พระธัมมชโย ท่านไม่ผิด แล้วยังจ้องทำลายล้างวัดธรรมกายและพระศาสนา เพื่อยึดทรพย์ตามคำสังของ ทรราช คสช และ DSI เพื่ออะไร


วันนี้ ยังไม่สายสำหรับทหารและข้าราชการชั้วเหล่านั้น การกลับตัวกลับใจเป็น คนดี ไม่ใช่เรื่องยาก แค่หันปากกระบอกปืนไปทางมารศานาและผู้สั่งการเท่านั้น พวกทหารและข้าราชการชั่วก็เป็นคนดี ของสังคม ของประเทศ และเป็นผู้ค้ำจุน พระศาสนาของชาติสืบต่อไปได้แล้ว ……….. เริ่มทำตั้งแต่บัดนี้ เลยครับ


เสรีชน

พี่น้อง 072 และผู้ศรัทธาพระศาสนา ครับ… เราไม่มีใครจริงๆ ครับ

153

เราไม่มีอะไร หลายๆ อย่างๆ ที่ทรราช คสช.มีครับ พี่น้องครับ

เราไม่มีโอกาสได้รับความยุติธรรมจากรัฐบาล ทรราช คสช.

เราไม่มีโอกาสได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากองค์กรของรัฐทรราช

เราไม่มีโอกาสได้รับพื้นที่ ที่นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาจากสื่อหลายแขนง ที่รัฐบาล ทรราช คสช. ควบคุมอยู่

เราไม่มีโอกาสได้ประกาศการต่อสู้ของตัวเอง แต่…………..เราขอประกาศปกป้องพระศาสนา และวัดพระธรรมกาย

นี่คือการต่อสู้อย่างชัดเจน บริสุทธิ์ใจ ตรงไปตรงมา และที่สำคัญที่สุดพี่น้อง 072 และผู้ศรัทธาพระศาสนา ครับ…

ให้พี่น้องจดจำและมั่นใจว่า เราไม่มีใคร ที่จะเข้ามาช่วยเหลือเรา และ พระ ที่เราเคารพ ในเวลานี้

…เราไม่มีใครจริงๆ ครับ

แม้เราเกิดบนผืนแผ่นดินไทย

แม้พ่อแม่ของเรา ก็โตบนผืนแผ่นดิน

ทุกย่างก้าวที่เราเดินบนผืนแผ่นดิน ผ่านระยะเวลามาตั้งแต่ปี 2549

ความอยุติธรรม เข้าครอบงำ ประเทศ มุ่งทำลาย และยึดทรัพย์ นักการเมืองน้อยใหญ่ และผมไม่เคนคิดเลยว่า วันนี้ ความอยุติธรรม เหล่านั้นจะเข้ามากระทำต่อ พระ ผู้ที่ท่านสละชีวิต เพื่อพระศาสนา และทำทุกอย่างเพื่อชาติและประชาชน อย่าง ” พระธัมมชโย”


พี่น้องที่เคารพครับ แต่ไม่ว่าเราจะสู้หรือไม่สู้ กับความ อยุติธรรม มันก็เข้ามาเคาะประตูบ้านเราอยู่ดี แม้กับสิ่งที่มีค่าที่สุดในเวลา อย่าง พระธัมมชโย ยังถูก ทรราช คสช จ้องทำลาย แล้วนับประสาอะไร กับ ชาวบ้าน ตาสียายสา อย่าง เราๆ ท่าน ๆ

การต่อสู้ เพื่อปกป้อง พระศาสนา คุ้มครองพระวัดธรรมกาย คือจิตวิญญาณของนักสู้เพื่อประชาธิปไตย ทุกคน

ที่ผ่านมาหัวใจประชาธิปไตยถูกเหยียบย่ำมามากแล้ว เราถูกเหยียบย่ำจนยับเยิน มาวันนี้ ทรราช คสช มัน เหยียบย่ำถึงพระศาสนา เราจะยอมให้มัน กระทำ ต่อหลวงพ่อ อีกต่อไปหรือครับ

หากเราไม่ร่วมมือรวมใจ หยุดการกระทำความชั่วของมัน พวกมันก็จะ เหยียบย่ำพระ ยึดวัด ปล้นเงินบริจาค แล้วก็เดินข้ามหัวเราไป เป็นอยู่อย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วทรราช คสช ก็บอกพวกเราว่า ให้สงบเพื่อสันติภาพ จงยอมรับทุกข้อหาที่ ทรราช คสช จะยัดเยียดให้ อย่างนั้นหรือ ครับ

ผมอยากจะบอกให้ ทุกท่าน และ เพื่อน 072 ทราบว่า ในผืนแผ่นดินนี้ ถ้าไม่มีความยุติธรรม เราต้องสร้างความ ยุติธรรมด้วยมือของพวกเราเอง เท่านั้นครับ

ไม่มีอะไรจะกล่าวเพิ่มเติม เพียงขอให้พี่น้อง ชาวพุทธ และพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน จงพร้อมใจกันปกป้องพระศาสนา รักษาชีวิต พระ เณร และสตรี ในวัดธรรมกาย . พร้อมกันที่วัด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


เสรีชน

ผิดพลาด “ดีเอสไอ”จึงตกที่นั่ง”ลิงแก้แห”

62

บทสรุป นพ.ประเวศ วะสี กับ กรณี วัดพระธรรมกาย

กรณีของ “วัดพระธรรมกาย” ก็เหมือนกับกรณีของ “สปสช.”และกรณีของ “สสส.” นั่นแหละ

หากสรุปตามสำนวนของ นพ.ประเวศ วะสี ก็ต้องว่า สะท้อนความผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญในทางการเมือง

นั่นก็คือ ความผิดพลาดในทาง”ยุทธศาสตร์”

“ไม่มีความเข้าใจการทำงาน สปสช.และสสส. แต่กลับไปฟังเสียงของบุคคลบางคนเพื่อทำลายองค์กรเหล่านี้ เมื่อพิสูจน์แล้วว่า ข้อกล่าวไม่เป็นความจริง

“ตรงนี้ก็ทำให้เสียแนวร่วมไป”

สปสช.และสสส.อาจเป็น “แนวร่วม”ซึ่งอยู่ในกระบวนการสาธารณสุข

แต่ก็สัมพันธ์กับ “ประชาชน” ในวงกว้าง

เช่นเดียวกับ กรณีของ”วัดพระธรรมกาย”ก็มากด้วย “แนวร่วม”มหาศาล

ทั้งที่เป็น “พระ” ทั้งที่เป็น”พุทธศาสนิก”

เพียงมองเห็น “บุคคล” ที่เคลื่อนไหวอยู่โดยรอบ “ดีเอสไอ”ในกรณีของ “วัดพระธรรมกาย”ก็ประจักษ์

ประจักษ์ในกรณี พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือ”พุทธอิสระ”

ประจักษ์ในกรณี นายไพบูลย์ นิติตะวัน

และประจักษ์ในกรณีของ นายมโน เลาหวณิช หรือ เมตตานันโทภิกขุ ในกาลอดีต

นี่คือ “พัฒนาการ”อย่างสำคัญ

เป็นพัฒนาการจาก 1 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ 1 กปปส.

ก่อนรัฐประหาร 2549 ก่อนรัฐประหาร 2557

ยิ่งมีการโยงไปยัง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปัญ โญ) ก็ยิ่งหวาดเสียว

หวาดเสียวในกระบวนการทาง “ความคิด”

ผู้คนจึงเริ่มมีคำตอบว่าเหตุใดกระบวนการสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช องค์ใหม่ จึงไม่ราบรื่น

แม้จะมีมติของ “มหาเถรสมาคม”ตั้งแต่เดือนมกราคม

เป็นมติยืนตามพรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535

สะท้อนความคิด ความเชื่อในลักษณะ”พันกัน”

พันกันระหว่าง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปัญโญ) กับ พระเทพมหาญาณมุนี(ธัมมชโย)

ระหว่าง “วัดปากน้ำ” กับ”วัดพระธรรมกาย”

จึงทำให้กรณีอันเกี่ยวกับ “รถโบราณ” และกรณีอันเกี่ยวกับ “คดีฟอกเงิน”และ”รับของโจร”

กลายเป็นเรื่องในทาง “การเมือง”

ที่ควรจะแก้ไขอย่างง่ายๆไม่สลับซับซ้อน ก็กลายเป็นเรื่องยุ่งยากมากด้วยเงื่อนปม

“ดีเอสไอ”จึงตกที่นั่ง”ลิงแก้แห”

Cr http://www.matichon.co.th/news/152969