Monthly Archives: September 2016

Thai singer sentenced to 10 years for alledged royal Insult. Free Tom Dundee!

You Can Help!!

Thanat Thanawatcharanon, also known as Tom Dundee ทอม ดันดี, 58, was a celebrity in Thailand for over a decade as a singer in the band Zu Zu. His music was playful and flirtatious. In 2010, he gave up doing concerts to become a leader of the Red Shirts (or United Front for Democracy Against Dictatorship), giving speeches at rallies. During this time, he was denounced by royalist watchdogs (the Network of Volunteer Citizens to Protect the Monarchy on Facebook) for insulting the monarchy in some of these speeches.

The Thai constitution states that “The King shall be enthroned in a position of revered worship and shall not be violated. No person shall expose the King to any sort of accusation or action.” Section 112 of Thai Criminal Code states: “Whoever defames, insults or threatens the King, the Queen, the Heir-apparent or the Regent, shall be punished with imprisonment of three to fifteen years.” We do not actually know what Tom Dundee or Thanat Thanawatcharanon said to cause the lese majesty accusation, because the alleged insults cannot be repeated.

Thanat’s case dragged out until after the May 2014 coup led by Prayut Chan-ocha. Sentences for royal insults have become increasingly harsh under the junta, which justifies itself as protector of the monarchy. Thanat Thanawatcharanon at first he denied he was guilty of lese majesty, but after 11 months he confessed, as most lese majesty prisoners do in hope of receiving a pardon or a lenient sentence. So all were shocked when, on June 1, 2016, he was given a sentence of 7.5 years. In addition, the royalist judge added that after he is released, he must compose a song promoting national reconciliation and plant trees in honor of the king.

On July 11, 2016, he was punished again for the same statements, when he was sentenced to several additional years under the Computer Crimes Act, which came into play because his speeches had been posted online. This brings the total time he will be imprisoned to 10 years, 10 months.

Former editor, and fellow lese majesty political prisoner Somyot Prueksakasemsuk, calls Tom Dundee Thailand’s true Songs for Life artist.

Thanat Thanawatcharanon, or Tom Dundee, remains in jail separated from his wife and family. He can be pardoned by the King. You can help by sending snail mail to the Thai Embassy in Washington DC.

Royal Thai Embassy Embassy
2300 Kalorama Rd NW, Washington,
DC 20008

Or go to this link and sending a quick email to (self-appointed) Prine Minister Prayut Chan-ocha and to Minister of Justice:

Free Tom Dundee

10 ปีที่ผ่านมา แต่ละวันคืนไม่ได้เปลี่ยนไปเลย…ทำไมเราถึงแตกแยก

10 ปีที่ผ่านมา แต่ละวันคืนไม่ได้เปลี่ยนไปเลย…ทำไมเราถึงแตกแยก
ชุมนุมขับไล่รัฐบาล รัฐประหาร ล้อมปราบ ได้รัฐบาลแต่งตั้ง แล้วชุมนุมใหม่
เราถูกบังคับให้เกลียดคนที่เราไม่เคยรู้จัก เหลือง-แดง
ทำไม…

ทรราชประยุทธ์ ใช้ ม.44 จำนำข้าวเพื่อยึดทรัพย์นายก ” ปู “

109

ทรราชประยุทธ์ ใช้ ม.44 จำนำข้าวเพื่อยึดทรัพย์นายก ” ปู ”

———————————————————————–

กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่งตามมาตรา44 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐและการดำเนินต่อผู้ต้องรับผิด โดยลงนามและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.2559

สาระสำคัญตอนหนึ่งของคำสั่งฯ ในข้อ 2 ระบุว่า เมื่อได้มีคำสั่งทางปกครองของหน่วยงานรัฐฯ ให้มีการบังคับทางปกครองต่อผู้ต้องรับผิดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐ ตั้งแต่ปี 2548/49 จนถึงปีการผลิต 2555/57 และโครงการแทรกแซงมันสำปะหลังของรัฐตั้งแต่ปีการผลิต 2551/52 จนถึงปี 255/56 หรือโครงการแทรกแซงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2551/52 ให้กรมบังคับคดีมีอำนาจหน้าที่ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามคำสั่งหรือคำพิพากษาดังกล่าว….

แต่สาเหตุของการออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพราะเจ้าหน้าที่ไม่กล้าลงนาม เพราะเกรงผลที่ตามมาภายหลังเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตุว่าคำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากที่ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุถึงความคืบหน้าการลงนามในหนังสือบังคับทางปกครองให้นักการเมืองและข้าราชการรวมทั้งหมด 6 คน ชดใช้ค่าเสียหายจากกรณีการขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จำนวน 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน ว่า เรื่องนี้ถือเป็นกรณีแรกของกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่การซื้อขายปกติ จึงจำเป็นต้องดูให้รอบคอบ ต้องเป็นไปตามกฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์

ค่าเสียหายจากกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลความผิดแก่นักการเมือง 3 ราย ข้าราชการ 3 ราย ได้แก่นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์และประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว นายบุญทรง รมว.พาณิชย์และประธานอนุระบายข้าว พ.ต.ท.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ เลขานุการรมว.พาณิชย์ ในฐานะผู้ให้ความเห็นชอบ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายทิฆัมพร นาทวรทัต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ และรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายอัตรพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือ ทีปวัชระ เลขานุการกรมและผอ.กองข้าวฯ ในฐานะผู้เจรจา

หลังปปช.ใช้ข้อมูลการไต่สวนจากสัญญาซื้อขายข้าวทั้ง 4 ฉบับ ประกอบด้วย 1.เป็นการขายข้าวให้บ. GSSG. ปริมาณ 2 ล้านตัน มูลค่า 1.82 หมื่นล้านบาท 2.ข้าวใหม่ ให้บริษัท GSSG. ปริมาณ 2 ล้านตัน มูลค่า 1.89 หมื่นล้านบาท 3.ข้าวนาปรัง 2555 ให้ บริษัท GSSG.ปริมาณ 2.3 ล้านตัน มูลค่า 2.0 หมื่นล้านบาท และ 4. ข้าวนาปี 2554/55 และนาปรัง 2555

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุถึงสาเหตุที่ต้องใช้“เวลา”ในการตรวจสอบ เพราะมีความกังวลว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้มีอำนาจยึดทรัพย์เพราะเป็นความรับผิดทางละเมิดที่จะต้องมีการเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งในส่วนของข้าราชการ กฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ได้กำหนดให้ปลัดกระทรวงหรืออธิบดี เป็นผู้มีอำนาจในการสั่งอายัดทรัพย์ได้อยู่แล้ว

แต่ในส่วนของนักการเมือง กฎหมายไม่ได้ระบุไว้ว่าใครเป็นผู้มีอำนาจ ทำให้มีปัญหาในการดำเนินการจึงได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมกันหาทางด้วยการใช้มาตรา 44 กำหนดบุคคลเพื่อใช้อำนาจสั่งยึด อายัด และนำทรัพย์นั้นมาขายทอดตลาด เพื่อแก้ปัญหาติดขัดตรงนี้ก็ได้

“เราเป็นหน่วยราชการผู้เสียหายตามหลักการก็ต้องเป็นผู้ไปยึดทรัพย์เพื่อมาขายทอดตลาดและนำเงินมาชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่ความเชี่ยวชาญที่จะไปยึดทรัพย์เขามา เช่น ถ้าไปยึดเรือยอร์ช แล้วเอาไปไว้ไหน เอาไปขายยังไงให้ได้ราคาที่เหมาะสม ตรงนี้มันเป็นปัญหาเราจะทำยังไง” นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

หลังการออกม.44 ดูเหมือนปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไข แต่ก็ยังติดประเด็นที่ว่า การใช้อำนาจพิเศษเช่นนี้ จะเป็นผลดีต่อรูปดคีจริงหรือไม่ เพราะ ตามพ.ร.บ.รับผิดทางละเมิด พ.ศ. 2539 ให้อำนาจสำนักนายกรัฐมนตรีให้ออกกฎกระทรวงเพื่อสั่งให้กรมบังคับดคีดำเนินการยึดทรัพย์แทนหน่วยงานที่ได้รับความเสียหาย

แต่ขั้นตอนตามกฎหมายปกตินี้ อาจยุ่งยากในแง่คนตั้งเรื่องต้องเป็นกระทรวงพาณิชย์ และอาจใช้ระยะเวลาตามขั้นตอนประมาณ1-2 เดือน แต่ในชั้นนี้ ไม่มีเงื่อนไขเรื่องเวลาดำเนินการ เพราะ อายุความจะหมดลง หากผู้รับผิดยังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งทางปกครองจากกระทรวงพาณิชย์ภายในเดือนก.พ. 2560 แต่หากได้รับหนังสือตามกำหนดเวลาแล้วจะไม่มีเงื่อนไขด้านเวลาที่จำกัดอีก

ดังนั้น ขั้นตอนหลังจากนี้ รมว.พาณิชย์จะต้องลงนามในหนังสือคำสั่งบังคับทางปกครองฯ ผู้รับผิดทั้ง 6 รายนำเงินมาใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำสั่งทางปกครองภายใน 45 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ แต่หากยังไม่มีการชำระชดใช้ กระทรวงพาณิชย์จะมีหนังสือเตือนไปอีกครั้ง และภายใน 7 วันหากยังไม่มาชำระ จะมีการลงนามหนังสืออีกฉบับเพื่อใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

ในขั้นตอนนี้กรมบังคับคดีจะเข้าไปทำหน้าที่ในการยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดนำเงินมาชดใช้

แต่ผู้ต้องรับผิดทั้ง 6 ราย มีสิทธิ์อุทธรณ์เพื่อฟ้องร้องต่อศาลปกครองภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือบังคับทางปกครองฯ โดยให้ฟ้องร้องต่อศาลประเด็น “ให้ยกเลิกคำสั่งทางปกครอง” หากศาลปกครองรับฟ้อง หรือ มีคำสั่งทุเลา คดีนี้จะขึ้นสู่การพิจารณาของศาลตามขั้นตอนทางกฎหมายคดีแพ่งทั่วไป ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี

แต่หากศาลไม่ทุเลาคำร้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับจะเดินหน้าตามกระบวนการข้างต้นให้นำเงินมาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

จนถึงขณะนี้ นางอภิรดี ยังไม่ได้ลงนามในหนังสือบังคับทางทางปกครอง และกำลังมีความพยายามให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์มาลงนามแทน ซึ่งจะทำให้หนังสือคำสั่งดังกล่าวมีการลงนาม 2 รายชื่อ ได้แก่ รมว.พาณิชย์ ซึ่งลงนามแทนนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงพาณิชย์ ลงนามแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยอ้างเหตุผลเพ่ื่อกระจายอำนาจ

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการระบบข้าราชการ(กพร.)ได้ให้ความเห็นมายังกระทรวงพาณิชย์แล้วว่า การให้ปลัดลงนามหนังสือดังกล่าวด้วย สามารถทำได้แต่เงื่อนไขการอ้างเหตุกระจายอำนาจยังไม่สมควรพอ ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขให้ผู้รับผิดทั้ง 6 ราย กล่าวอ้างว่าเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่ไม่ถูกต้องได้ในภายหลัง

ดังนั้น ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของกระทรวงพาณิชย์หลังจากนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไร

“ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่มีการไม่เซ็นเพื่อเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหาย เพราะมีหน้าที่ต้องเซ็น ก็จะเซ็น ถ้าทุกอย่างมีความชัดเจนแล้ว และมั่นใจว่าจะดำเนินการได้ก่อนที่จะหมดอายุความในเดือนก.พ.2560”นางอภิรดี กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

หากเป็นไปตามที่กล่าวไว้ก็ไม่ต้องห่วงว่าการถามหาความรับผิดชอบจากนักการเมืองและข้าราชการในกรณีนี้จะล่มไม่เป็นท่าเหมือนกรณีอื่นๆที่เคยผ่านมา

นอกจากนี้ ตามคำสั่ง ม.44 ดังกล่าวได้คุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐฯเพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่กระทำโดยสุจริต และเพื่อระงับยับยั้งความเสียหายของภาครัฐที่จะมีเพิ่มขึ้น ล่าสุด รัฐบาลมีมันเส้นในสต็อก340,000 ตัน เสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาเดือนละ 50 ล้านบาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีกราว94,000ตัน เสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 7 ล้านบาท ส่วนใหญ่เสื่อมสภาพ

ดังนั้น ต้องติดตามว่าการเอาผิดนักการเมืองต่อกรณีนี้ได้หรือไม่ หรืออาจจะเหมือนคดีอื่นๆ ซึ่งถึงที่สุดแล้วก็ไม่สามารถเอาผิดใครได้


Cr. http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/718001

นี้คือความ อยุติธรรม ของ ทรราช จีนใช้ปืนกดกัวประชาชน

นี้คือความ อยุติธรรม ของ ทรราช จีนใช้ปืนกดกัวประชาชน

Residents of the Chinese village Wukan, once seen as a cradle of grassroots democracy, were in shock after a “wild crackdown” by police in clashes with protesters which they said led to about 70 people being detained. See more:

http://reut.rs/2cJ49Fv

https://www.facebook.com/Reuters/videos/1227291673957853/

รวยกระจุก จนกระจาย

107

รวยกระจุก จนกระจาย

ทราบกันหรือไม่

ประเทศไทยเรานั้น ประชาชน10%มีที่ดินในประเทศถึง80%
แต่ประชาชนที่เหลืออีก90%ต้องแย่งชิงที่ดินเพียง20%
“รวยกระจุก จนกระกาย” ประเทศไทยคงไม่หนีคำๆนี้
ทุกคนคงหลงคิดว่าประเทศไทยคือเมืองประเทศที่มีความสุข

” เมืองไทยเมืองยิ้ม”

แต่ในรอยยิ้มของทุกคนมันแฝงไปด้วยความทุกข์หลายๆอย่าง

” ยิ้มแฝงนํ้าตา ”

แฝ้งไปด้วยความหวนแหงที่ดินบ้านเกิดที่กำลังถูกนายทุนลุกลํ้า หวงแหนในทรัพยากรของชุมชน

ตนเองที่กำลังถูกเวียนไปทำเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อประโยชน์แก่นายทุน โดยอ้างการทำเพื่อประเทศจะได้พัฒนา แต่จะรู้กันไหมว่า เราไม่เคยคิดจะแก้ปัญหาความเหลืื่อมลํ้าทางสังคม ทางเศรษฐกิจของประชาชนเลย มีแต่จะเอาทุนใหญ่มาลง หวังเพียงแค่มพภาค แต่ไม่เหลียวแลจุลภาค

” รอยยิ้มแฝงนํ้าตา ”

รอยยิ้มแฝงนํ้าตา ของชาวบ้าน ชาวบ้านที่คงต้องฝืนยิ้มตามวาทะกรรม เมืองไทยเมืองยิ้ม

ทั้งที่ตนจะไม่มีกิน ไม่มีเงินจะใช้ ไม่มีที่จะทำกิน แต่ต้องฝืนยิ้มตามวาทะกรรมนี้ ที่มันฝังลึกลงในระดับวัฒนธรรมของตนเองแล้ว

คำกล่าวว่า ชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ พวกท่านคิดยังไง?

“ชาวนา ชาวไร่ที่ไม่มีที่ทำกิน

ชาวนาชาวไร่ ที่เป็นคนชั้นล่าง ไม่มีเงินไม่มีจะกิน

ชาวนาชาวไร่ที่มีไม่มีกำลังจะส่งลูกหลานให้มีการศึกษา

ท่านคิดว่าถ้ากระดูกสันหลังของชาติเป็นเช่นนี้ ประเทศจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้จริงๆหรือ? ”

ผมคงเขียนให้ท่านได้แง่คิดมุมมอง คงถือว่าเป็นโชคดีมากสำหรับคนที่ได้อ่าน ช่วยบอกต่อกันด้วย ถ้าอยากให้ไทยเราพัฒนาจริงๆ
MirrorThailand

เศรษฐกิจไทยกำลังเป็นหลุมดำของอาเซียน?

106

เศรษฐกิจไทยกำลังเป็นหลุมดำของอาเซียน?

ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่ไหลท่วมท้นตลาดเอเชีย อันเป็นผลมาจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารสหรัฐ หรือ เฟด เมื่อสองปีก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ การอ่อนตัวของค่าเงินสหรัฐ พร้อมกับเงินทุนจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ภาคการเงินของเอเชีย

ในจังหวะที่เงินดอลล่าร์กำลังอ่อนค่า และกระแสทุนไหลเข้านี่เอง ประเทศกำลังพัฒนาหลายๆประเทศก็ได้ใช้โอกาสนี้เร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพราะรู้ดีว่าไม่สามารถที่จะพึ่งพาการส่งออกให้เป็นหัวจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกต่อไปแล้ว นี่จึงเป็นที่มาของลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน หรือ การก่อสร้างขนาดใหญ่อื่นๆเพื่อสร้างกิจกรรมต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในอนาคต

“อาเซี่ยน” ในฐานะที่เป็นตลาดเกิดใหม่ และในทางภูมิรัฐศาสตร์ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางทางการค้าที่เชื่อมระหว่างประเทศกำลังพัฒนาค่ายใหญ่สองประเทศก็คือ จีน และ อินเดีย นอกจากนี้ในตัวของอาเซียนเอง นอกจากจะเป็นศูนย์กลางแล้ว ก็ยังมีศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งเรื่องค่าแรงราคาถูก แรงงานมีฝีมือ รวมถึงอุตสาหกรรมภาคบริการและการท่องเที่ยว ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาเซี่ยนเป็นตลาดที่มีการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี สูงเป็นอันดับต้นๆของโลก

ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (ภาษาอย่างเป็นทางการคือ “ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ” เรียกย่อๆว่า “จีดีพี”) ไม่ได้เป็นแค่เพียงตัวเลขที่ใช้ชี้วัดความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย(purchasing power) ของประชาชนในประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเติบโตของภาคการผลิต การขยายตัวของอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งสามารถสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนมาลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศนั้นๆ เพราะในระดับสากลแล้ว จีดีพีก็เป็นอีกดัชนีหนึ่งที่บอกถึงความน่าลงทุนในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ

หลังช่วงวิกฤติฟองสบู่เป็นต้นมา ประเทศไทยก็นับว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูง จนกระทั่งเกิดวิกฤติการเมืองต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน การลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐก็ดี การลงทุนภาคเอกชนก็ดี หรือแม้แต่ภาคการท่องเที่ยวก็ดี ก็ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

การประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 1-2% ปีนี้ คือภาพะท้อนที่ชัดเจนว่า หัวจักรทางเศรษฐกิจไทยที่มีการกระตุ้นมาตั้งแต่ปี 2544 ได้หยุดลงอย่างสนิทแล้ว การชุมนุมยืดเยื้อกว่า 6 เดือน จนนำมาสู่การประกาศกฏอัยการศึก และการทำรัฐประหาร ทำให้การจับจ่ายใช้สอยหยุดชะงัก การอัดฉีดเม็ดเงินของภาครัฐผ่านการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี และโครงการลงทุนต่างๆก็ถูกเลื่อนออกไป เช่นเดียวกับภาคบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งสร้างรายได้ให้ถึง 1 ใน 4 ของประเทศ ก็หดตัวลงถึงร้อยละ 40 มีข่าวปรับลดคนงาน จนถึงปิดกิจการมากขึ้น

ในขณะที่ประเทศรอบข้างเราอย่างพม่า ประมาณการตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในต้นปีนี้ กลับเติบโตก้าวประโดดถึงร้อยละ 7.5 เช่นเดียวกับเศรษฐกิจลาวที่คาดว่าจะเติบโดได้ถึงร้อยละ 7.6 กัมพูชาเติบโตถึงร้อยละ 7.2 ส่วนเวียดนามชะละตัวหน่อย ก็ยังอยู่ในระดับร้อยละ 5.6 และมาเลเซียในไตรมาสแรกก็สามารถเติบโดได้ถึงร้อยละ 6.2 เช่นกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้แสดงให้เห็นชัดว่าประเทศไทย กำลังสูญเสียโอกาสในการพัฒนา ขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการลงทุนในสายตาต่างชาติไปเรื่อยๆทุกที และในฐานะที่เป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาของอาเซีย ไทยกำลังเป็นหลุมดำใหญ่ที่ฉุดตัวเลขการเติบโตของภูมิภาคอย่างเห็นได้ชัด เพราะในขณะที่ประเทศอื่นๆล้วนเติบโตเกินกว่า 5% ไทยกลับอาจมีลุ้นว่าจะเติบโตไม่ถึง 1%

ซึ่งถ้าแปลตรงๆก็คือในปีนี้ประเทศไทยเดินช้ากว่าประเทศรอบข้างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถ้ารัฐบาลใหม่ยังไม่มี “ยุทธศาสตร์” หรือ “นโยบาย”ใหม่ๆในการจุดระเบิดทางเศรษฐกิจให้เดินหน้าอีกครั้ง ก็รอลุ้นได้เลยว่า ในปีหน้าประเทศไทยเราอาจจะแพ้พี่น้องพม่า ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย จนรั้งท้ายอาเซี่ยนอีกรอบก็เป็นได้


Cr. .ispacethailand.org

ชี้ผิดชี้ถูก 11 กันยายน 2559 ….. ตอน………… ทรราช คสช.ปฏิรูปเพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตย

ชี้ผิดชี้ถูก 11 กันยายน 2559 …..

ตอน…………

ทรราช คสช.ปฏิรูปเพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตย ฉุดไทยสู่หลุมดำ

—- โดย ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ —
เลขาฯเสรีไทย—

อ ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ 11 กันยา 59 ฉบับเต็ม 3 ชม

อ ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ 11 กันยา 59 ฉบับเต็ม 3 ชม

ทางออกประเทศไทย ..

.ตอน ทรราช คสช. สร้างเงื่อนใขให้เกิดความรุนแรง ——-

อ. ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ

การตายของประชาชน กว่าหมื่นคน ทรราช คสช. ต้องรับผิดชอบ

100

การตายของประชาชน กว่าหมื่นคน ทรราช คสช. ต้องรับผิดชอบ

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยต้องจารึกว่า ขณะที่เหล่าทหาร ทำรัฐประหาร ตั้งแต่ปี 2549 จนถึง 2559 ปัจจุบัน ได้ฆ่าประชาชน ทั้งในเมืองใหญ่ และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ตายไปแล้วกว่า หมื่นคน ทรราช คสช และคณะต้องรับผิดชอบ ผลของการกระทำนี้

ประชาชนที่เขาออกมาเรียกร้อง เพื่อประชาธิปไตย และที่อาศัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญอย่างสงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ แต่ได้ถูก ทรราช ฆ่าตายครั้งแล้วครั้งเล่า

เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจอย่างสมบูรณ์ ของเหล่า ทรราช ประยุทธ์ จันทรโอชา และทหาร- ข้าราชการชั่ว ที่ได้ร่วมรัฐบาล ทรราช คสช. อีกทั้ง ทรราช คสช.ไม่สนใจว่าการใช้กำลังประทุษร้ายต่อประชาชนของ ทหาร-ตำรวจจะเป็นไปอย่างไร ตั้งหน้าตั้งตาแถลงนโยบายของตนไปพร้อมกับการโกหก ตอแหลรายวัน ของเหล่าสุนัขรับใช้ เผด็จการ

ผลการปราบปรามของทหาร-ตำรวจส่งผลให้ ประชาชนหลายหมื่นคน ถูกกระทำอย่างป่าเถื่อนโหดร้ายบาดเจ็บ ล้มตาย ติดคุก เป็นจำนวนมาก

อาวุธของทหาร – ตำรวจที่พยายามจะบอกว่ามีแค่ “ปืนยิงนก” แต่ทำไม?… ทำให้ชายผู้หนึ่งนั่งทรุดอยู่กับพื้นถนนท่ามกลางกองเลือด ขาของเขาขาดเสมอเข่า คนหนึ่งต้องเสียดวงตา คนหนึ่งนิ้วมือ นิ้วเท้าฉีกขาด ผู้หญิงคนหนึ่งเลือดอาบใบหน้า และอีกหลายๆ คนอาการสาหัส ร่างของผู้บาดเจ็บคนแล้วคนเล่าถูกลำเลียงนำส่งโรงพยาบาลละแวกใกล้เคียง และตายในเวลาต่อมา

ภาพดังกล่าวนี้ปรากฏเป็นข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลก! ทั้งที่ราชประสงค์ และหัวเมืองใหญ่ ด้วยคำสั่งของ ทรราช ประยุทธ์ จันทรโอชาและคณะ

ประชาคมสังคมโลกได้รับรู้พฤติกรรม ธาตุแท้จากการกระทำของ ทรราช คสช. อย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงจากหลายฝ่ายรุมประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ ก่อนรัฐประหาร 2549 จนถึงปัจจุบัน

ทว่า.. ทรราช ประยุทธ์ และพรรคพวกไม่แยแส แม้จะถึง UN – EU และสหรัฐอเมริกา ประนามความชั่วช้าสามาน ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม

ทรราช ประยุทธ์ ยังคงรีบเร่งอ่านแผ่นกระดาษในมืออย่างลุกลี้ลุกลน อ่านผิดอ่านถูกเพื่ออ่านให้จบโดยเร็ว ในการประชุมระหว่างประเทศ หรือแม้กระทั้งครั้งสุดท้ายที่ลาว สายลับของเรา ได้รายงานข่าวมาว่า ทรราชประยุทธ์ ตกอยู่ในอาการกลัว ตลอดเวลา กลัวที่จะถูกระเบิดพลีชพ กลัวที่จะถูก Sniper ซึ่งหลายครั้ง ทรราช ประยุทธ์ ได้เคยสั่งให้ สังหารประชาชน ไม่ว่าจะเป็น เด็กเล็ก ผู้หญิง หรือคนชรา ในการตายทุกครั้งที่ผ่านมา

ทรราช ประยุทธ์ อ่านแผ่นกระดาษไปเรื่อยเปื่อย อ่านเองฟังเอง ผู้นำในหมู่คณะและ นาๆ ประเทศ ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะพูด นอกประเด็น และอาศัย วาทะ หากินที่ใช้ได้ผลมาแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นั้นคือ “เศรษฐกิจพอเพียง “

ไม่ต้องถามหานโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ วิกฤตการเงิน ที่งบประมาณติดลบ และหนี้ผูกพัน ที่ทิ้งไว้ให้กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ กว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้า ปัญหาการว่างงานที่กำลังส่งผลกระทบลุกลามซึมลึกอยู่ในเวลานี้กว่า ล้านคน ยิ่งไม่ต้องถามหานโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน เพราะไม่มีอะไรใหม่ไปกว่ารัฐบาลทรราช คสช. เพิ่มเงินเดือนให้ ข้าราชการ – ทหาร ตำรวจ ให้อยู่อย่าง ปรีเปรมโดยทิ้งภาระ อดอยากไว้ให้กับ ประชาชน ผุ้เป็นเจ้าของประเทศ สืบต่อไป

ไม่มีอะไรใหม่ นโยบายรัฐบาลทรราช คสช.เท่าที่เคยมีมา นโยบายที่เห็นชัดเจนในทางปฏิบัติของพวกทรราช คสช. คือ นโยบายเข่นฆ่าประชาชน! โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มาแล้วตลอดอายุการครองอำนาจของ ทหารทรราช ที่เปลี่ยนแค่ผู้นำ แต่ความระยำยังเหมือนเดิม ตั้งแต่ปี 2549

นี่หรือคือความสง่างามของประชาธิปไตยที่ ทรราช ประยุทธ์ กล่าวหา ระบอบประชาธิปไตยว่าคืออระบอบทักษิณ

การแถลงนโยบายของ ทรราช คสช. ของประยุทธ์ บนคราบเลือดและน้ำตาของประชาชน มันก็เท่ากับรัฐบาลเถื่อน รัฐบาลทรราช หรือจะเรียกได้ว่า เป็นทรราชเผด็จการรวบอำนาจอย่างสมบูรณ์ ก็ว่าได้

แม้ทรราช ประยุทธ์ และพรรคพวกจะแถลงนโยบายจัดสรรงบประมาณได้สำเร็จ ก็เท่ากับการกอบโกงเงินงบประมาณ กว่า 2.7 ล้าน ล้านบาท เข้ากระเป๋าของตนเองและพรรคพวกเท่านั้น เพราะ ในขณะนี้ ข้าราชการ จนถึงรัฐมนตรี ทุกกระทรวงทบวงกรม ล้วนแล้วแต่เป็น สุนัขรับใช้ ทรราช ประยุทย์ ทั้งหมด ทั้งสิ้น จากนี้ไปคำกล่าวอ้างตัวว่าเป็นรัฐบาลทรราช คสช.โดยความชอบธรรม ประชาชนให้การสนันสนุน ประชามติ ด้วยคะแนน 15 ล้านเสียง ยังคงใช้ประโยนช์หากินได้อีกนาน

เหตุการณ์รุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น เหมือน 17 จุด 7 จังหวัด ก็สิทธิส่งผลให้ประชาชนรับเคราะห์กรรมอยู่เช่นนั้น ความปลอดภัยในชีวิตก็จะไม่ต่างไปจาก พี่น้อง 3 จังหวัด ชายแดนใต้

ประชาชนผู้รักชาติ รักศาสนา รักสถาบัน ทุกคนต่างหากที่มีสิทธิที่จะแสดงออกด้วยการขัดขวางไม่ให้รัฐบาล ทรราช ประยุทธ์ ได้ใช้อำนาจบริหารประเทศ ด้วย ม. 44 อย่างถูกต้องตามกฏหมาย เพราะนั้นคือกฏโจรที่ สังคมโลก ไม่ยอมรับ

ต้องไม่ลืมว่า รัฐบาลทรราช คสช. ที่จัดตั้งขึ้นเป็นการสืบทอดอำนาจการบริหารจากรัฐบาล ที่ทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 แม้ นายกสมัคร สุนทรเวช ก็ถูกกระชากลงจากเก้าอี้ด้วยกระบวนการศาลที่ไม่สถิตยุติธรรม ขณะนี้ นั้นพลังประชาชนยังต้องลุ่นคดีความ ที่ยัดข้อกล่าวหาให้ นายก ยิ่งลักษณ์ อีกในคดีจำนำข้าว แม้ศาลของทรราช คสช. จะกล่าวว่าอยู่ระหว่างการพิจารณา ก็ตาม หรืออาจจะเลยไปจนถึงถูกยุบพรรค เพราะตัดตอน พรรคของประชาชนฝ่าย ประชาธิปไตย ในที่สุด

ความชอบธรรม หาไม่ได้แล้วไม่ว่าจะเป็น นิติบัญญัติ – บริหาร – ตุลาการซึ่งล้วนแล้วแต่ เลวชั่วช้าทั้งสิ้น ภายใต้อำนาจของ ทรราช คสช.

ดังนั้น ผิดด้วยหรือประชาชนอย่างผม จะออกมาเขียนบทความขับไล่ และจะปักหลักสู้จนกว่า ทรราช คสช. จะต้องชดใช้กรรมที่กระทำไวกับประชาชน ศาลอาญาระหว่างประเทศจะต้องลงโทษ ทรราช คสช. และคณะ


แม้ทุกวันนี้ พลังประชาชน จะยัง ไม่สามารถรวมตัวกันขับไล่ ทรราช คสช.ได้ แต่ผมเชื่อว่า อนาคตอีกไม่นานนี้ พลังของประชาชนจากทั่วทุกหัวระแหงจะรวมตัวกันได้ และจะกำจัด ข้าราชชั่วที่ก้มหัวรับใช้ ทรราช คสช. ในทุก ตำบล อำเภอ จังหวัด และผู้สนันสนุนทราช คสช ในทุกมิติ

และผมก็ยังเชื่อต่ออีกว่า ทุกย่างก้าว ทุกการเคลื่อนไหวของประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย เป็นไปอย่างอารยะตามกติกาของประชาธิปไตยที่ทั่วโลกให้การยอมรับ หรือแม้แต่ สหรัฐอเมริกาก็ให้การสนันสนุน จากคำปราศัยของ โอบามา ครั้งล่าสุดที่ลาว โดย โอบามา กล่าวว่า

“I believe that nations are stronger and more successful when they uphold human rights. We speak out for these rights not because we think our own country is perfect—no nation is—not because we think every country should do as we do because each nation has to follow its own path. But we will speak out on behalf of human rights because we believe they are the birthright of every human being. And we know that democracy can flourish in Asia because we’ve seen it thrive from Japan and South Korea to Taiwan. Across this region we see citizens reaching to shape their own futures. And freedom of speech and assembly, and the right to organize peacefully in civil society without harassment or fear of arrest or disappearing we think makes a country stronger.

A free press that can expose abuse and injustice makes a country stronger. And access to information and an open Internet where people can learn and share ideas makes a country stronger. An independent judiciary that upholds the rule of law, and free and fair elections so that citizens can choose their own leaders—these are all the rights that we seek for all people. We believe that societies are more stable and just when they recognize the inherent dignity of every human being—the dignity of being able to live and pray as you choose, so that Muslims know they are a part of Myanmar’s future, and Christians and Buddhists have the right to freely worship in China.

The dignity of being treated equally under the law so that no matter where you come from or who you love or what you look like, you are respected. And the dignity of a healthy life—because no child should ever die from hunger or a mosquito bite, or the poison of dirty water. This is the justice that we seek in the world. And finally we believe that the ties between our nations must be rooted in friendship and trust between our peoples.” Barack Obama from his speech in Laos


เมื่อทรราช ใช้ความอยุติธรรมเป็นกฏหมาย การต่อต้านและขับไล่ทรราช คสช. จึงเป็นหน้าที่ของ ประชาชนทุกๆคน

เสรีชน

ทางออกประเทศไทย .

ทางออกประเทศไทย .

..ตอน ทรราช คสช. สร้างเงื่อนใขให้เกิดความรุนแรง –

๑๑ กย ๕๙ ———— เวลา๙โมงเช้าเมืองไทย

อ. ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ