แถลงการณ์โดยแอน นอร์แมน ประธานบริหารภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ณ งานสัมนาด้านสิทธิมนุษยชนลาว-ไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี

แถลงการณ์โดยแอน นอร์แมน ประธานบริหารภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ณ งานสัมนาด้านสิทธิมนุษยชนลาว-ไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี
(ฉบับภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปลภาษาไทย)

ดิฉันจะพูดถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนสามราย มันจะไม่น่าเบื่อ เพราะมันจะเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนขวัญ

กริชสุดา คุณะเสน

สตรีวัย ๒๗ ปี ซึ่งเป็นผู้นำเสื้อแดงคนหนึ่ง เป็นหนึ่งในคนหลายพันคนที่ถูกจับตัวไปจองจำโดยไร้หลักเกณฑ์ ณ จุดที่ไม่เปิดเผย หลังจากการรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ ซึ่งก่อการโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ครอบครัวของกริชสุดาตื่นตระหนกยิ่งเพราะเธอไม่ได้ถูกปล่อยตัวกลับบ้านเหมือนรายอื่น ๆ ภายในเจ็ดวันที่รัฐบาลทหารโจรได้ให้อำนาจตัวเองกักกันผู้คน แต่ในวันที่ ๒๘ ของการกักขัง เธอก็ปรากฎตัวทางโทรทัศน์และให้สัมภาษณ์แบบฟังแล้วขนลุก คือเธอยิ้มเหมือนมีเลศนัย ยืนยันว่าเธอได้รับการปฏิบัติอย่างดีโดยทหาร ทุกอย่างวิเศษและเธอใช้เวลากับการดูโทรทัศน์และท่องอินเตอร์เน็ต และยังได้บอกอีกด้วยว่า ทหารได้ปล่อยตัวเธอกลับบ้าน แต่เธอพอใจมากกับการถูกกักขังจนได้ขออยู่ต่อ!! แล้วพวกเขาก็ปล่อยตัวเธอ รัฐบาลทหารโจรหวังอะไรจากการปล่อยบทสัมภาษณ์ที่ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าเป็นจริงนั้น คงเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าพวกเขาได้คาดหวังอย่างโง่เง่าว่าผู้คนจะเชื่อเรื่องนี้หรือไม่ หรือว่าพวกเขาต้องการจะข่มขู่ผุ้คนด้วยอำนาจอันมหัศจรรย์ของพวกเขาในการจะทำให้คนต้องสยบยอมตาม

กฤชสุดาหนีออกจากประเทศ และเมื่ออยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว เธอได้เล่าเรื่องที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงว่า เธอได้ถูกปิดตาทั้งสองข้างตลอดเวลาที่เธอถูกคุมตัว มือของเธอถูกมัด แม้กระทั่งเวลาเธออาบน้ำ และทหารหญิงต้องมาดึงกางเกงลงให้เธอ ทหารยังถึงกับอาบน้ำให้เธอ ซึ่งเธอมองว่ามันเป็นการละเมิดทางเพศต่อเธอ และเธอได้ยินเสียงของผู้ชายคนหนึ่งอยู่หลังฉากในขณะที่เธอกำลังถูกอาบน้ำอยู่ พวกเขาตบเธอ และบางทีก็เอาถุงพลาสสิคคลุมหัวเธอและทำให้เธอถึงกับหมดสติเลยทีเดียว เธอฟื้นขึ้นพร้อมกับเสียงที่ได้ยินว่า “ตายหรือยัง?”รัฐบาลทหารโจรได้ขู่เธอให้หยุดให้สัมภาษณ์ โดยบอกว่าพวกเขาจะยัดคดีอาชญากรรมอื่น ๆ ให้อีกหากยังไม่หยุดพูด แต่การต่อต้านรัฐบาลทหารโจรไม่ใช่อาชญากรรมที่นอกประเทศไทย ดังนั้นรัฐบาลทหารโจรก็เลยกล่าวหาเธอว่าได้ให้ปืนแก่กลุ่มห้าคนที่ได้สารภาพว่าเป็น “มือปืนชายชุดดำ” จากเหตุการณ์เมื่อปี ๒๕๕๓ (นี่เป็นยุทธวิธีที่ใช้อีกครั้งกับกรณี หมาน้อย) แต่ชายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชายชุดดำก็ได้กลับคำให้การสารภาพ โดยบอกว่าพวกเขาถูกทรมาณ โดยขู่ว่าจะประหารชีวิต ปิดตาสองข้าง ทุบตี ปิดกั้นการหายใจม ฝังทั้งเป็นถึงคอ และใช้ไฟฟ้าช็อตขณะที่อยู่ในการควบคุมโดยทหาร

ชัยภูมิ ป่าเส

ชัยภูมิ ป่าเส เป็นเด็กชาวเขาที่ไร้สัญชาติ เผ่าลาฮู ที่เกิดในประเทศไทยแต่ไม่ได้เป็นพลเมืองไทย เช่นเดียวกับที่เกิดกับชาวเขาจำนวนมาก ชัยภูมิถูกยิงตายโดยทหารคนหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว ณ จุดตรวจแห่งหนึ่ง

ทหารอ้างว่าพวกเขาได้พบยาเสพติดซ่อนอยู่ในรถ ซึ่งเขาโดยสารมา บอกวว่าชัยภูมิได้วิ่งหนีและเมื่อพวกเขาวิ่งตาม ชัยภูมิได้ดึงเอาระเบิดมือออกมาจะโยนใส่พวกเขา เถื่อนของชัยภูมิหลายคนได้ส่งเสียงคัดค้านทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ ปรากฎว่าเขาไม่ใช่แค่เด็กชาวเขาธรรมดาคนหนึ่ง แต่กลับเป็นนักกิจกรรมเพื่อชุมชนที่มีชื่อเสียง เป็นนักร้อง และผู้สร้างภาพยนตร์สั้น ผู้คนรู้จักเพลงที่มีเนื้อหาเชิงบวกของเขา ซึ่งเตือนว่า แม้คุณจะไม่มีสัญชาติ แต่ก็มีอะไรที่คุณทำให้กับสังคมมากมาย “แม้คุณจะไม่มีสัญชาติ แต่คุณก็ยังมีลมหายใจ มีชีวิต และมีความฝัน จงภูมิใจกับตัวตนของคุณ” ภาพยนตร์สั้นของเขาถูกฉายทางสถานี PBS แม้แต่หนังสือพิมพ์ไทยที่อนุรักษ์นิยมที่สุด ก็ยังนำเสนอเรื่องนี้ ข่าวการประกาศการเสียชีวิตของชัยภูมิในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ The Nation ได้ใช้รูปของเขาที่ใส่เสื้อที่มีตราสัญลักษณ์นักพิราบพร้อมกับคำว่า PEACE หรือสันติภาพ

Voice TV ได้ออกอากาศรายงานเชิงสืบสวนโดยสัมภาษณ์พยานที่ได้ระบุว่าพวกเขาเห็นชัยภูมิถูกทุบตีอย่างแรงโดยทหาร และเขาก็วิ่งหนีจากการถูกทุบตี แล้วก็เลยถูกยิง รัฐบาลทหารโจรก็ได้ออกมาโต้ข่าวโดยการแบนหรือสั่งห้ามช่อง Voice TV เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในข้อหารายงานข่าวแบบลำเอียง กล้องวงจรปิดหลายกล้องจับภาพเหตุการณ์ไว้ แต่รัฐบาล(โจร)บอกว่าจะไม่ปล่อยภาพที่บันทึกไว้สู่สาธารณะ

ไผ่ ดาวดิน

ไผ่ ดาวดิน (หรือชื่อจริง จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา) เป็นเหยื่อคดีหมิ่นฯ รายแรกในรัชกาลที่ ๑๐ ก่อนอื่น ต้องขอแสดงความยินดีกับไผ่ ดาวดิน) ที่ได้รับรางวัล Gwanju Prize ด้านสิทธิมนุษยชน จากมูลนิธิของเกาหลีใต้แห่งหนึ่ง

รัฐบาลไทยไม่มีสิทธิใด ๆ ในการคุมขังผู้คนที่อ่านและแชร์ข่าว ในสายตาชาวโลกแล้ว ไผ่ ดาวดิน เป็นเหมือนนักกิจกรรมด้านสิทธิพลเรือนของอเมริกัน ที่ชื่อ โรซ่า พาร์คส์ ผู้ซึ่งถูกจองจำเมื่อเธอปฏิเสธที่จะยกที่นั่งบนรถเมล์ให้กับคนขาว ทั้งโรซ่า พาร์คส์ และไผ่ ดาวดิน ทำผิดกฎที่ไม่ควรจะเป็นกฏ กฎหมายควรจะถูกนำไปปฏิบัติกับทุกคนโดยเท่าเทียมกัน ไม่ควรมีกฎหมายที่เข้าข้างคนขาวมากกว่าคนดำ และเช่นกัน ไม่ควรมีกฎหมาย (เช่นกฎหมายหมิ่นฯ) ที่ทำให้คนหลายร้อยต้องเข้าคุก และหลายพันต้องหลบหนีออกนอกประเทศ (รวมถึงคนหลายคนในห้องนี้ด้วยย) เพียงเพื่อจะปกป้องสมาชิกไม่กี่คนของครอบครัวราชวงศ์ ตามคำประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิมนุษยชนสากลที่ไม่สามารถถูกพรากไปได้ ไม่แม้แต่กรณีของกฎหมายหมิ่นเจ้า ของไทย มาตรา ๑๑๒

บทความของบีบีซีที่ไผ่เผยแพร่ต่อเกี่ยวกับกษัตริย์นั้น ไม่ได้เป็นบทชื่นชม แต่มันเป็นจริงทั้งสิ้น ดังที่บทความได้ระบุ ผู้ใกล้ชิดจำนวนมากของวชิราลงกรณ์ได้ตายไปในช่วงไม่กี่ปีนี้อย่างมีเลศนับ แต่ข้อมูลที่น่าพรั่นพรึงมากกว่านั้นถูกเผยแพร่ด้วย เช่น กษัตริย์ได้สร้างคุกลับไว้ที่ใกล้วัง ซึ่งจุมพล มั่นหมายและอีกหลายคนถูกคุมตัวไว้ ภรรยาคนที่สาม หรืออดีตหม่อมศรีรัศม์ได้หายไป และเราได้ข่าวลือมาว่าเธอเสียชีวิตแล้ว หลายคนบอกว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ แต่กำลังถูกล่วงละเมิดสิทธิ แต่คงจะต้องใช้มาตรการเฉียบขาดแบบเกาหลีเหนือจึงจะสามารถหยุดยั้งความลับที่โจ๋งครึ่มที่วชิราลงกรณ์ต้องการซ่อนไม่ให้โผล่ออกมา แทนที่จะไปปกป้องกษัตริย์จากไผ่ ดาวดิน ประเทศไทยควรปกป้องไผ่ ดาวดิน และคนไทยทั้งหลายจากกษัตริย์ที่จัดการกับศัตรูของเขาด้วยความป่าเถือนและความถี่ระดับที่วลาดิเมียร์ ปูตินใช้ ความคล้ายกันระหว่างวชิราลงกรณ์และปูติน ไม่น่าประหลาดใจนัก เพราะสิทธิพิเศษที่ไม่ต้องรับโทษนั้น สามารถทำให้มนุษย์กลายเป็นอสูรร้ายได้ (นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน ธรรมาภิบาลไม่ใช่เรื่องของการหา “คนดี” มาปกครอง คนดีสามารถกลายเป็นคนชั่วได้ ธรรมาภิบาลจึงเป็นเรื่องของการจัดการสถาบัน) ประเทศไทยต้องมีความเสมอภาคกันภายใต้กฎหมาย หากจะมีทางออกสำหรับฝันร้าย Orwellian ก็คงต้องใช้วิธีของไผ่ และของโรซ่า พาร์คส์ นั่นก็คือ การปฏิวัติสันติเพื่อสิทธิพลเมือง ด้วยการประท้วงด้วยการไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน (ห้าสิบปีที่แล้ว สหรัฐอเมริกาได้มีการปฏิวัติสิทธิพลเมือง เมื่อตอนที่ประเทศสังเกตุเห็นว่าคนดีที่สุดของสังคมถูกจับเข้าคุก ซึ่งก็คือนักสิทะิมนุษยชน นักกิจกรรมเพื่อส้นติภาพ และนักกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย ผู้ที่แค่ต้องการจะใช้สิทธิเลือกตั้งและได้รับการปฏิบัติโดยเท่าเทียมกัน เราหวังว่าประเทศไทยจะได้ตระหนักในสิ่งเดียวกัน และไผ่ ดาวดิน จะกลายเป็นโรซ่า พาร์คส์ แห่งประเทศไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *