อีกมุมหนึ่งของบันทึกช่วยจำเกี่ยวกับการก่อตั้งภาคีฯ

ผู้เขียน ต้องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งองค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งผู้เขียนได้ร่วมรับรู้ รับฟัง และอยู่ในเหตุการณ์ เรียกว่า เป็นวงในของแท้เลยทีเดียว เพื่อข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับลูกหลานไทยและเทศในอนาคต และเพื่อเชิดชู ผู้ที่อุทิศตนกับงานนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เริ่มแรกนั้น หลังจากมีการรัฐประหาร ๑๙ กันยา ๒๕๔๙ ทางคนไทยผู้รักประชาธิปไตยในแคลิฟอร์เนีย ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรม เพื่อเป็นกำลังใจและช่วยเหลือคนไทยในประเทศไทยที่ได้ลุกขึ้นสู้กับอำนาจเถื่อน ซึ่งมันเป็นหนทางอันดูเหมือนริบหรี่ เนื่องจากอำนาจเถื่อนนี้ อยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แต่เมื่อเราได้ลุกขึ้นมาแล้ว มันสร้างความฮึกเหิมให้กับพี่น้องไทยว่า หนทางอันริบหรี่นั้นมันมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จริง ๆ

หลังจากเริ่มจับกลุ่มทำกิจกรรมได้สักพัก เราเริ่มมีการติดต่อและให้การช่วยเหลือเท่าที่กำลังของเราจะทำได้ หลาย ๆ ท่านที่ต้องลี้ภัยมืด หนึ่งในผู้กล้า ที่เราพูดคุยติดต่อด้วยตลอดเวลา คือ อ.ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ซึ่งมีคุณลิลลี่(นามแฝง)เป็นผู้ประสานงานและเป็นธุระจัดหาการอุดหนุนท่าน แม้ว่าบางครั้งเธอต้องได้รับผลกระทบจากฝ่ายตรงข้ามที่สนับสนุนอำนาจถ่อยก็ตาม แต่เธอไม่เคยท้อถอย ยังเป็นคนยืนหยัดโดยท้าทาย

จากการที่ฝ่ายตรงข้ามประชาธิปไตย เป็นอำนาจเถื่อน อ.ชูพงค์ ก็จุดประกายให้กับกลุ่มว่า การต่อสู้นี้เราจะต้อง ต่อสู้อย่างชาญฉลาด จากการที่อ.ชูพงค์ ริเริ่มโครงการตาสว่าง โดยการพูดออกอากาศ แล้วผู้คนทำคลิป เผยแพร่จนเป็นที่มาของ การส่งขนมตามมอบเสื้อแดง หรือตามห้องน้ำในร้านแม็กดอนัลที่ราชประสงค์

อ.ชูพงค์กล่าวว่า การที่พวกเราอยู่ต่างประเทศ เราสามารถต่อสู้กับอำนาจเถื่อนได้อีกรูปแบบหนึ่งคือ การจัดตั้งองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน ขึ้นเพื่อช่วยเหลื่อผู้ที่ถุกคุกคามจากอำนาจเถื่อนนี้ การต่อสู้ในประเทศไทยเริ่มรุนแรงขึ้น เราก็เริ่มมีกิจกรรมพบปะ พูดคุยกัยบ่อยขึ้น เพราะเรารู้ว่าความรุนแรงนี้จะทำให้พี่น้องไทยต้องเสียเลือดเสียเนืออย่าง แน่นอน   จากนั้นไม่นาน เราได้รับการติดต่อจาก ดร.ริชาร์ด ผ่านมาทาง คุณยุทธ แอลเอ เพื่อจะมาพบปะกับพวกเราและเพื่อชวนพวกเราไปร่วมงานฮิวแมนไรท์ ของทางลาว ที่ วอชิงตัน ดีซี  เราได้จัดต้อนรับ และ พบปะกันที่วัดเขมร ใน ย่านดาวน์ทาวน์แอลเอ  โดยมีคนมาร่วมงานพอสมควร

ต่อมาพวกเราได้มีดำริที่จะเดินหน้า เรื่องการตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชน  โดยเรียกประชุมพวกเราชาวแอลเอ และใกล้เคียง มากพบปะพูดคุยกัน หัวข้อสำคัญครั้งนี้ก็คือ การจัดตั้งองค์กร  ซึ่งการพูดคุยแสดงความคิดเห็น ครั้งนี้เรียกว่า ถึงพริกถึงขิงกันเลยทีเดียว  ขนาดที่ต้องมีคนจัดคิวขึ้นพูดเลย งานครั้งนั้นเราจัดกันที่ Avocado Park ใกล้ ๆ กับวัดป่าธรรมชาติ เมืองลาพวนเต้  งานนี้ ทุกกลุ่มของผู้รักประชาธิปไตยมากันอย่างพร้อมเพรียง ไม่ใช่พอเพียง

หลังจากนั้นเรานัดกันสานต่อเจตนา จาก Avocado Park อีกครั้งหนึ่ง ที่บ้านเพื่อนของพวกเราใน Monterey Park เพื่อหาข้อสรุปว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร เรามีมติว่า ควรจะส่งคนไปดูงาน ที่ ดีซี ของ ดร. ริชาร์ด ซึ่งมี อาสาสมัคร ควักกระเป๋าตัวเองไปกันหลายคน เช่น คุณลิลลี่ คุณไซม่อน คุณตั้ม คุณใจแดงและเพื่อนจา วิกเตอร์วิวอีก ๒ ท่าน การไป ดีซีครั้งนั้น ทำให้ ทางกลุ่มได้รู้จักกับ ดร.เพียงดิน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พูดของงานนั้น ทางกลุ่มก็ได้ทำการแลกเปลี่ยน พูดคุยและติดต่อกันต่อมา

หลังกลับจาก ดีซี ทางกลุ่มที่ไปก็เริ่มดำเนินการต่อ โดยเฉพาะ คุณลิลลี่ได้ทุ่มเท เวลา เพื่อรวบรวมผู้ที่จะมาช่วยกัน หลังจากนั้น ก็ได้ คนเพิ่มเพื่อมาช่วยเหลือ งานสานต่อ เช่น พี่ซู ซึ่งตอนนี้เป็นกำลังสำคัญ และกำลังหลักของทางกลุ่ม คุณเนด ซึ่งเคยใช้บ้านเป็นที่จัดงานตอน อ.ชูพงษ์ เดินทางมาที่แอลเอ คุณพารา ซึ่งเข้ามาช่วยงานและยังทำงานให้กับทางภาคีไทยฯ จนถึงปัจจุบัน
ความหวังที่จะจัดตั้งองค์กรณในแอลเอ ไม่คืบหน้ามากนัก เพราะ หลายท่านไม่สะดวก  เนื่องจากมีภาระกิจส่วนตัว ไม่สามารถให้เวลาได้เต็มที่ ทางคุณลิลลี่ ซึ่งมีจิตมุ่งมั่น ที่จะต้องทำสิ่งนี้ ซึ่งเธอคิดว่าเป็นคุณงามความดี ที่จะทิ้งใว้ให้ลูกหลานไทยได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงก่อนที่เธอจะจากโลกนี้ไปโดยที่ยังเหลืออะไรไว้ เพราะเธอก็อายุมากแล้ว จึงพยายามเป็น ตัวเชื่อมให้งานที่เดินมาแล้วจะต้องเดินต่อไป

เธอ ลิลลี่ ได้เพียรโทรหา บุคคลที่จะสานต่อเรื่องนี้ให้สำเร็จ เธอทำตัว เป็น match maker โดย ติดต่อ ดร เพียงดิน ซึ่งเธอได้เบอร์คราวไปดีซี และมองว่า ดร. เป็นคนหนุ่มที่รักความเป็นธรรม จะเป็นประโยชน์ ยาวนาน ถ้าได้มาร่วมงาน คือมีเวลาทำงานได้นานกว่า เฉียบแหลม ทันเหตุการณ์ เพราะการต่อสู้ในโลกยุคนี้ เทคโนโลยีสำคัญมาก หลังจากได้คุย และบอกเจตนารมณ์กันแล้ว คุณลิลลี่ ได้ต่อสายไปหา คุณเอนก ซานฟราน ซึ่งเป็นผู้ที่พวกเราเรียกพี่ได้อย่างสนิทใจ คุณลิลลี่ได้บอกเหตุผล และเจตนาที่เรามีให้พี่เอนก ได้รับรู้ ไม่ต้อง พูดเยิ่นเย้อสำหรับพี่คนนี้ พี่ได้ติดต่อพูดคุยกับ ดร เพียงดิน เพื่อทำความรู้จัก ก่อนที่จะร่วมงานกัน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

ในที่สุด แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็เริ่มปรากฎ เมื่อทั้งสองท่านได้พูดคุยและ ตกลงที่จะสานต่อเจตนา ที่ทางพวกเราหวังองค์กรนี้ จึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

การจัดตั้งองค์กรให้ถูกต้องตามกฎหมาย และในทางปฏิบัติก็ควรมีสมาชิกร่วมงานพอสมควร  คุณลิลลี่ได้ต่อสายพูดคุยกับพรรคพวกเพื่อนฝูงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ชี้แจงทำความเข้าใจกับประโยชน์ที่จะเกิดกับมวลมนุษย์ในที่สุด เราก็ได้สมาชิกที่พร้อมร่วมเส้นทางในปริมาณพอสมควร หลังจากนั้นเราก็ได้ไปทำการเปิดสำนักงานกันที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งมีพวกเราชาวแอลเอ และใกล้เคียงไปกันหลายคนทีเดียว
นี่จึงเป็นที่มา ของความสำเร็จ จากความมุมานะ ของท่านเหล่านี้ ที่เสียสละ ทั้งกำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญา จนทำให้ มีสิ่งมีค่าสิ่งนี้ ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน ได้พึ่งพา

ในนามของผู้เขียน ขอกราบคารวะ ทุกท่าน ไว้ ณ ที่นี้
ขอคารวะ คุณเอนก ซานฟราน ดร. เพียงดิน คุณลิลลี่ คุณซู คุณไซม่อน คุณเนด คุณพารา และ อีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม แต่ เป็นกำลังใจให้ทุกครั้ง ที่พวกเราขอความช่วยเหลือ
ขอคารวะ ทุกท่าน ที่ทำให้ การเริ่มต้นนี้สำเร็จ

จากใจ
วาสนา รอดน้อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *