Monthly Archives: September 2015

แสดงพลังคัดค้านการเดินหน้าระบบ Single Gateway

112

Gateway เกิดความเคลื่อนไหวขึ้นอย่างรุนแรงบนโลกโซเชียลในช่วงบ่ายที่ผ่านมา เมื่อชาวโซเชียลมีการนัดหมายจะไปถล่มเว็บไซต์ของกระทรวงไอซีที ช่วงเวลา 21.00ในคืนนี้ แต่ในที่สุดเมื่อถึงเวลา 18.00น.ทางเว็บก็ถูกถล่มจนไม่สามารถใช้การได้ ล่าสุดกรณีดังกล่าว แหล่งข่าวระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อแสดงพลังคัดค้านการเดินหน้าระบบ Single Gateway

ซึ่งไอซีทีเป็นหัวเรือใหญ่ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการศึกษาแนวทางเพื่อติดตั้งระบบดังกล่าว ปฏิบัติการสายฟ้าแลบนี้สืบเนื่องจากที่รัฐบาลไทยมีท่าทีจะวางระบบ Single Gateway เพื่อควบคุมการจราจรข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตจากเว็บไซต์ต่างประเทศเข้ามาในไทย ซึ่งหลายฝ่ายโดยเฉพาะประชาชนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตและผู้ประกอบการไอที รวมถึงชาวเกมเมอร์ ต่างแสดงความกังวลต่อการใช้ระบบ Single Gateway ว่าจะส่งผลต่อความเร็วในการใช้อินเตอร์เน็ตที่ช้าลง เนื่องจากทางเข้า-ออกของข้อมูลถูกจำกัดเหลือเพียงช่องทางเดียว และการกลั่นกรองข้อมูลโดยหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้น

กลุ่มผู้ที่รวมตัวกันเพื่อต่อต้านระบบซิงเกิลเกตเวย์ จะทำการถล่มเว็บไซต์ เชิงสัญลักษณ์ ด้วยวิธีการ DdoS เนื่องจากเป็นวิธีการเชิงสัญลักษณ์เพราะเป็นวิธีที่ทุกคนที่มีโทรศัพท์ และ อินเตอร์เน็ตสามารถทำได้ เป็น การแสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชน อยากขอเชิญมาร่วมมือกันกับประชาชนผู้รักในความยุติธรรมของกฏหมาย โดยในวันที่ 30 กันยายนหลัง 4 ทุ่มเป็นต้นไป เป้าหมายแรกของพวกเรา คือเว็บไซต์ของกระทรวงเทคโนโ,ยีและสารสนเทศ http://www.mict.go.th/ วิธีการ

1.ขอให้พวกท่านเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เปิดเว็บไซต์ [ http://www.mict.go.th ] ขึ้นมา

2. กดปุ่มโหลดหน้าใหม่ หรือปุ่มรีเฟรช (Refresh) หรือกดปุ่ม F5 บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์รัวๆ โดยไม่ต้องยั้ง เมื่อเว็บไซต์ดังกล่าวล่มไปแล้ว เราจะแจ้งเป้าหมายใหม่ให้ทราบ มาเถิดเหล่าประชาชนผู้รักความยุติธรรม สิทธิเสริภาพ และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล

จงกระจายข่าวนี้ร่วมกันซะ

(แหล่งข่าวไม่ประสงค์ออกนาม)

Cr. เผด็จการกับกูอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ เพจสอง

ท่านจะได้ในสิ่งที่ท่านต้องการ นายจตุพร กล่าว

111
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านยูทูป ถึงกรณีนายยงยุทธ พบแก้ว หรือ อ๊อด ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวพันการวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ โดย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ระบุว่า เป็นการ์ด นปช. และถูกหมายจับในคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทองปี 2553 และระเบิดย่านมีนบุรี ปี 2557 เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดตามหมายจับ ว่า

ตนเองได้ตรวจสอบรายชื่อการ์ด นปช. ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. ยืนยันว่า ไม่มีรายชื่อนายอ๊อด ในทะเบียนประวัติ นอกจากนี้ ตนให้ทนายตรวจสอบคดีทั้ง 9 ครั้ง และต้องคำพิพากษาอีก 1 ครั้ง ของนายอ๊อดด้วย และปรากฎว่า ไม่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากรอีกเช่นกัน รวมทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ปฏิเสธว่า ไม่พบข้อมูลของนายอ๊อด เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด สมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง เมื่อปี 2553 แต่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กลับบอกปัดว่า เป็นข้อมูลชุดสอบสวนของตำรวจนครบาล ซึ่งต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

นายจตุพร กล่าวว่า ถ้านายอ๊อดถูกจับถึง 9 คดีแล้ว คงมีรายชื่อในทะเบียนประวัติอาชญากร สิ่งสำคัญต้องมีรูปถ่ายและเลขที่บัตรประชาชนด้วย แต่การทำหน้าที่ของตำรวจกลับมีข้อสงสัยอย่างมาก คือ ไม่มีรูปถ่ายที่ชัดเจน ได้แต่รูปภาพจางๆ มาแสดงประกอบการแถลงปิดคดี โดยเฉพาะคนต้องคดีไม่มีเลขบัตรประชาชนนั้น เป็นไปไม่ได้

การจงใจเลี้ยวเอาข้อหามาใส่ นปช. โดยโยงนายอ๊อดมาเชื่อมคนเสื้อแดง เท่ากับมองคนเสื้อแดงเป็นศัตรู ซึ่งเป็นวิธีสกปรกชั่วช้าที่สุด และเป็นไปได้อย่างไรถ้าคนถูกดำเนินคดี 9 ครั้ง ไม่มีบัตรประชาชนก็ปล่อยตัวไป ตำรวจทำหน้าที่เหมือนคนขายชาติเอาหน้ารอด ถ้าไม่เลิกพฤติกรรมประเภทใช้ปืนนัดเดียวยิงนกได้หลายตัวแบบนี้ ไม่ได้กิน นปช. ดังนั้น ควรเปิดตัวนายอ๊อดออกมาเลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่า อ๊อดไหน และเป็นการทำหน้าที่แบบง่ายมากกับการอธิบายความเชื่อด้วยความเท็จเพื่อต้องการปิดคดี และตนจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายขบวนการประชาชน

“ไอ้อ๊อด พวกผมไม่ทราบ ไม่ได้อยู่ในระบบการ์ด นปช. วิธีการแบบนี้ปัญหามันจะไม่จบ ยิ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัย ผมไม่มีปัญหาส่วนตัวกับ พล.ต.อ.สมยศ แต่การเลี้ยวมาที่เสื้อแดง ผมต้องรับผิดชอบต่อ นปช. เราได้พยายามเตือนการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ดังนั้น ใครคิดว่ามีอำนาจ ไปทำเรื่องราวที่เลวร้ายแบบนี้ สร้างความอยุติธรรมไปทั่วหัวระแหง แล้วคิดว่าทำได้ ต้องการบีบบังคับให้สู้เหรอ บอกแล้วว่า อยากอยู่ก็อยู่ไป หรือแผ่นดินนี้จะไม่มีที่ยืนกับคนอื่นด้วยเหรอ” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวอีกว่า มีการไปพูดเรื่องสันติภาพ อยู่ดีกินดีที่สหประชาชาติ แต่ในประเทศกลับหาแพะไปวันๆ คงยิ่งใหญ่กัน ทำไมไม่คิดว่า เมื่อประชาชนให้โอกาสแล้ว ควรบริหารประเทศไป แต่กลับหาเรื่องคนอื่นข้างทางตลอด ทำไมไม่อยู่กันดีๆ จะไปแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็ทำไป จะลดความเหลื่อมล้ำก็ทำไป หรือทำอะไรไม่ได้ก็เอาของตายดีกว่า ทำไมไม่แถลงบอกคนไทยว่า อยากมีเรื่อง ไม่ต้องการหางาน แสดงว่า ไม่ต้องการหาทางออกให้ประเทศใช่หรือไม่

ทั้งนี้ ฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ขอถามหัวใจพวกท่านว่า ต้องการอะไร ถ้าประชาชนยึดมั่นเวลาการคืนประชาธิปไตยแล้ว คงเกิดเรื่องแล้ว แต่ประชาชนยอมขมขื่น เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นได้ หรืออาจคิดเอาเองว่า อำนาจปากกระบอกปืนจะข่มหัวใครก็ได้ ซึ่งลืมไปว่า นิสัยคนไทยจะเหลืออดกับสิ่งที่มากเกินไป

“พวกท่านตอนนี้อยู่ด้วยความระวังหรือระแวง พวกรอบข้างต้องการสร้างจินตนาการให้เกิดขึ้น เพื่อให้ท่านลงมือกับพวกผม ถ้ามีสติอยู่บ้าง ควรตั้งหลักทำหน้าที่ไป และอย่าให้องคาพยพของพวกท่านอย่าไปรุกรานคนอื่น เพราะพวกท่านรู้ดีว่า ขณะนี้กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ผมบอกมาหลายครั้งแล้วว่า มีเรื่องกันไม่ยากหรอก รบกันไม่ยาก ที่อดทนกันเพราะเห็นแก่ชาติบ้านเมือง พวกผมประกาศชัดไม่แย่งชิงอำนาจพวกท่าน แต่ไม่ต้องการให้ใครมาย่ำยีกัน พูดทั้งหมดตรงไปตรงมา อย่าให้พวกผมคิดว่า นั่งพับเพียบก็แล้ว นิ่งก็แล้ว ถ้ายังไม่หยุด ท่านจะได้ในสิ่งที่ท่านต้องการ” นายจตุพร กล่าว

MatichonOnline

หมารับใช้เผด็จการทรราช คสช. เท่านั้น

109

ส่งมอบตำแหน่ง ผบ.ตร.

พร้อม สั่งจับ อ๊อด นปช. ก่อนเกษียณ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์มั่ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบันซึ่งเกษียณอายุราชการในปีนี้ พร้อมออกจับ นายอ๊อด มหากาฬ ที่ประสานงานกัน ระเบิด ราชประสงค์ ได้สำเร็จ

ทั้งส่งมอบเหรียญตราประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แก่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันนี้ เพื่อสร้างความเสื่อมเสีย ที่ตั้งมั่น เลียเผด็จการทรราช คสช. สืบต่อไป

ทั้งนี้ พิธีส่งมอบตำแหน่ง ประกอบด้วยการตั้งแถวกองเกียรติยศ พิธีสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 และพิธีมอบตราประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งมีการตั้งแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจมอบดอกไม้แสดงความเคารพต่อผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กล่าวแสดงมุทิตาจิตแด่ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาที่เกษียณอายุราชการด้วย

ด้านพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในช่วงเช้าวันนี้ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตอบว่าจะเข้ามาทำงานการเมืองภายหลังเกษียณอายุราชการหรือไม่ แต่ขณะนี้สนใจทำธุรกิจร้านอาหาร

………………….

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา สมยศ ประสบความสำเร็จในการ จับแพะมากมาย ตั้งแต่
– แพะ ระเบิด ราชดำริ
– แพะ คดีคอกวัว
– แพะ ระเบิด ศาลอาญา
– แพะเกาะเต่า
– ฯลฯ สุดท้าย
– แพะ ระเบิด ราชประสงค์

ถุย……..สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง มึงมัน ยิ่งกว่าหมา ข้างถนน

ศักดิ์ศรี มึงก็แค่ หมารับใช้เผด็จการทรราช คสช. เท่านั้น

ประชาชน

ผู้หนีภัยสงคราม เป็นวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม

119
ประกาศไทยเสนอตัว

รับการเลือกตั้งในฐานะสมาชิกไม่ถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น เพื่ออาสาเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม-ความแตกต่างทางความคิด พร้อมแนะนำนานาชาติเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ทรราช ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้กล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไปของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 70 ในหัวข้อ “The United Nations at 70 – the road ahead to peace, security and human rights” วันที่ 29 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่นที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า

ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาคมระหว่างประเทศต้องร่วมกันแก้ปัญหาคือผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่เป็นปกติหรือผู้หนีภัยสงคราม ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม

โดยย้ำว่าไทยรับมือกับปัญหานี้โดยเคารพหลักมนุษยธรรม แนะนำเส้นทางสู่สันติภาพและความมั่นคงจะต้องอาศัยการพัฒนาและการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนควบคู่กันไปด้วย นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดไทย+1 มาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เพื่อเพื่อนบ้านจะได้ก้าวไปด้วยกัน

โดยเสนอตัวพร้อมแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการและแนวปฏิบัติที่ดีของไทย อาทิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อีกทั้งเสนอตัวเข้ารับการเลือกตั้งในฐานะสมาชิกไม่ถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอาสาเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม และความแตกต่างทางความคิด

“ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอด 70 ปีที่ผ่านมานั้น สหประชาชาติได้ช่วยแก้ปัญหาสันติภาพและความมั่นคง รวมถึงได้แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนจนสำเร็จในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้ยังไม่หมดสิ้นไปจึงจำเป็นที่จะต้องเน้นการแก้ปัญหาแบบมององค์รวมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในมิติของการพัฒนา เนื่องจากเส้นทางสู่สันติภาพและความมั่นคงจะต้องอาศัยการพัฒนาและการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนควบคู่กันไปด้วย” ทรราช ประยุทธ์ กล่าว

ประชาชน

ซีเรีย กับ ไทย ความจังไร เหมือนกัน

110

เห็นซีเรีย แล้ว หันมามองไทย

ทำไมเหมือนกันจังกับความป่าเถื่อน ทัใช้ปกครอง ประเทศ

กันยายน 26, 2015

หญิงชาวซีเรียคนนี้ เธอแอบเล่น Facebook ด้วยการกระทำเพียงแค่นี้กลับทำให้เธอต้องได้รับโทษถึงตายจาก ISIS โทษที่เธอได้รับคือการตายด้วยการปาหิน การปาหินเป็นอีกหนึ่งบทลงโทษของมุสลิมที่มีการบัญญัติไว้

ถ้าผู้ถูกลงโทษเป็นหญิงก็สมควรขุดหลุมลึกถึงอกของนาง หากการกระทำผิดของนางได้รับการยืนยันด้วยพยาน

ส่วนกรณีที่นางสารภาพนั้นไม่ต้องขุดหลุม เพื่อให้นางนั้นหนีได้หานางกลับคำรับสารภาพ

และในการขว้างนั้นให้ใช้ก้อนหินขนาดปานกลางพอดีมือ โดยการลงโทษให้กระทำต่อหน้าผู้มีอำนาจ หรือ อิหม่าม หรือตัวแทน และต่อหน้าพยานที่มีไม่น้อยกว่า 4 คน และเมื่อจำเลยได้เสียชีวิตแล้วให้จัดการศพตามปกติ อาบน้ำศพ ห่อศพ ละหมาด และนำไปฝัง

ส่วนไทย ความป่าเถื่อนไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่นกัน

เป็นประวัติการณ์ จำคุก 60 ปี ‘พงษ์ศักดิ์’ กรณีโพสต์เฟซบุ๊กผิด 112

หนักสุด

ศาลทหาร สั่งพิพากษาจำคุก พงษ์ศักดิ์ หรือผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก Sam Parr เป็นเวลา 60 ปีจากกรณีโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก 6 ข้อความ (6 กรรม) ตามความผิดมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 (3) ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง เหลือ 30 ปี ซึ่งถือเป็นโทษที่สูงที่สุดที่เคยมีมา

เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้.

108

ข่าวข้นคนเข้ม

พญาไม้ [email protected]

ผ่านไปได้อีกเหตุการณ์สำหรับวันเผชิญหน้ากับ โลก ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย กับ คำยืนยัน ที่ว่ากลางปี 2560 ไทยจะมี การเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งคือประชาธิปไตยหรือ ที่เหลืออยู่คือปัญหา เพราะที่ประชาชนส่วนหนึ่งต้องการ ไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่ที่เขาต้องการคือ การปกครอง ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ตรงนี้แหละคือปัญหา และจะกลายเป็นสงคราม…

ร่างที่ ตายทั้งกลมฉบับที่แล้ว มี การเลือกตั้ง แต่มันไม่ใช่ ประชาธิปไตย คนกลุ่มหนึ่งคุมอำนาจบริหาร คนอีกกลุ่มหนึ่งคุมอำนาจตุลาการ คนอีกกลุ่มคุมอำนาจนิติบัญญัติ มันจึงชัดไม่ใช่ประชาธิปไตย…

จะร่างกันใหม่ วันนี้แค่หาประธาน ยังลำบากยากเย็น คนดีๆ ไม่มีใครอยากเข้า ที่แย่งกันจะเข้าก็มีเน่าๆ เป็นหลัก ชื่อต้นๆ วันนี้ก็มี มีชัย ฤชุพันธุ์ พระอาจารย์ของ 2 กุมาร เจ้าของฉายาเนติบริกร อานันท์ ปันยารชุนนั้นปฏิวัติยุค คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ คงยังจำกันได้ ผู้นี้เรื่องที่จะให้ชงเรื่องราวตามใจแป๊ะ ให้ตัดแปะไว้ด้วย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ลองยกหูถาม พลเอกสุจินดา คราประยูร หรือ พลเอกวิโรจน์ แสงสนิท ดูก่อนก็ได้…

ส่วน น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ชื่อนี้ยังมีคนเอาไปใส่ จะให้เป็น ประธานกรธ.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับตามใจแป๊ะ ใครแค่คิดก็ต้องกลับไป เข้าโรงเรียนใหม่ เขาคนละฝ่ายกัน พ่อคู้น…

ไปๆ มาๆ ก็น่าจะเอา ทหาร ออกมาร่าง แล้วก็จะออกมากร่างๆ จน พรรคการเมือง ไม่ยอมรับ ไม่ผ่านประชามติ แล้วก็ ต่ออายุ รัฐบาล กันไปอีกครั้ง เอา ร่างปี 2540 มายำ ใหม่ พรรคเพื่อไทย ดีใจ แต่ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยอม…

แต่งตั้งโยกย้ายสีกากี เพราะ บิ๊กแป๊ะ-พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา จะนั่งนานหลายปี วันนี้ประดา นายพลสีกากี ทั้งหลาย เลยตั้งอกตั้งใจเกาะเก้าอี้กันแน่น ทิ้งอนาคตกันหมด แถมยังกำหนดเอาพวก สามพราน เป็นหลัก เลยลำบาก ตำรวจอบรม นิติศาสตร์-รัฐศาสตร์…

หะแรกอยากจะเกษียณอายุในอาชีพตำรวจ พลตำรวจเอกเอก อังสนานนท์ แต่ใจอ่อนทนอ้อนวอนไม่ได้ จึงปลงใจรับตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกฯ และอนาคตหลังเกษียณน่าจะถึง รัฐมนตรี โปรดติดตาม…

ถามไถ่กันมา รัฐนาวาจันทร์โอชา จะฟันฝ่าคลื่นลมไปได้หรือไม่ ถามมา “พญาไม้” ตอบไว้ตรงนี้ ตราบเท่าที่ คนเสื้อแดง ยังไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนพล ก็ไม่น่า จะมีอะไรเพราะยังเชื่อกันว่า อยู่กับ ปอป้อม น่าจะดีกว่า ปอเปรม เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้.

บทบาท “ เหล่ ทรราช ” บนเวทียูเอ็น

106
By Woodside New York

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปร่วมประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ที่นิวยอร์ก สหรัฐ ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.-1 ต.ค.

นักวิชาการ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มองบทบาทนายกฯ ท่ามกลางม็อบหนุน-ต้านอย่างไร และการที่นายกฯย้ำกับนายบัน คีมุน เลขาธิการยูเอ็นว่าไทยจะจัดเลือกตั้งกลางปี 2560

หากเลื่อนเลือกตั้งอีกจะส่งผลอย่างไร

นพ.แท้จริง ศิริพานิช

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

การที่ยูเอ็นเชิญนายกฯ ไปเข้าร่วมประชุมที่สหรัฐถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่ต่างประเทศให้เกียรติประเทศไทยได้มีโอกาสไปชี้แจงสถานการณ์ต่อเวทีระดับโลก ซึ่งจะแตกต่างจากช่วงแรกที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหาร

จะเห็นว่าประเทศมหาอำนาจต่างๆ มีท่าทีต่อประเทศไทยในทางลบ

การเชิญให้เข้าร่วมประชุมเช่นนี้อาจเห็นแล้วว่าประเทศไทยกำลังมาถูกทาง และความรุนแรงของสถานการณ์ได้ลดลง

การได้โอกาสไปเข้าร่วมการประชุมยูเอ็นเช่นนี้ น่าจะทำให้สถานการณ์เกี่ยวกับการจัดอันดับประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ที่ปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอันดับให้อยู่เทียร์ 3 ไปในทางที่ดีขึ้น

เพราะผลงานเด่นของรัฐบาลที่เห็นว่ามีการเอาจริงเอาจังเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ ที่ผ่านมารัฐต่างปล่อยปละละเลย อีกทั้ง

เจ้าหน้าที่รัฐยังมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่พอรัฐบาลชุดนี้เข้ามาได้มีการดำเนินการเอาผิดและจัดระเบียบในปัญหาดังกล่าว

รวมทั้งเรื่องข้อจำกัดในการส่งออกสินค้า อาจไปทางที่ดี แม้ว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจหรืออยู่ในช่วงขาลง แต่หากเทียบกับประเทศอื่น ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดีกว่า

การกล่าวเช่นนี้ไม่ได้เป็นการพูดเชียร์รัฐบาลแต่ดูจากข้อเท็จจริงตามเนื้อผ้า
ด้านปัญหาการละเมิดสิทธิเสรีภาพในประเทศนั้น

สถานการณ์ก็กำลังมาอยู่ในความสงบมากขึ้น เริ่มมีการใช้กฎหมายเป็นกฎหมาย แม้จะมีการห้ามแสดงความคิดเห็น แต่อาจเป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้นในขอบเขตช่วงเวลานี้ โดยการละเมิดสิทธิเสรีภาพยังมีข้อที่ห้ามกระทำอย่างเด็ดขาด คือ การซ้อมทรมาน การอุ้มหาย ซึ่งยังไม่ได้เกิดขึ้นและต้องระวังไม่ให้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

สำหรับการที่หัวหน้า กบฏ คสช. ได้ยืนยันกับเลขาธิการยูเอ็นว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2560 นั้น ถือเป็นการให้คำมั่นสัญญา การสร้างความมั่นใจต่อต่างชาติ ที่จะมีผลในเรื่องเศรษฐกิจและการลงทุนต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการทำตามที่ชี้แจงให้ได้
ส่วนกรณีที่มีการชุมนุมของคนไทยทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต้านนั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะการชุมนุมแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องปกติและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

ส่วน ….

ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์
คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

หากมองภาพการนำเสนอของสื่อมวลชนต่อการเยือนเวทียูเอ็นของ กบฏ ประยุทธ์ จะพบว่ามีเพียงประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเท่านั้นที่รายงาน ส่วนสื่อต่างประเทศไม่ได้ให้ความสนใจ เนื่องจากประเด็นการประชุมยูเอ็นครั้งนี้ มุ่งไปที่ปัญหาในตะวันออกกลางของอิรักและซีเรีย

การให้ความสำคัญต่อประเทศไทย จะมีก็แต่เพียงการเข้าพบกับบุคคลระดับรองลงมาคือ แดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศสหรัฐ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ที่เกิดจากความพยายามล็อบบี้ของทีมงานกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งการหารือก็ออกมาเช่นเดิมคือ สหรัฐพร้อมจะให้ความร่วมมือกับเรา ก็ต่อเมื่อสถานการณ์ในประเทศกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตย

ขณะที่การปาฐกถาของกบฏ ประยุทธ์ ถึงโรดแม็ปที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งในประเทศไทยกลางปี 2560 ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะนี่คือโจทย์ที่ทีมงานกระทรวงการต่างประเทศได้วางสคริปต์ล่วงหน้าเอาไว้แล้วว่า จะต้องใช้เวทีระดับนานาชาติชี้แจงเรื่องประชาธิปไตย

ด้านนานาชาติที่ได้รับฟัง คงไม่เชื่อเต็มร้อยอยู่แล้ว เพราะการอ้างว่า การเลือกตั้งในประเทศไทยจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ คือ สิ่งที่ กบฏ ประยุทธ์ มักจะอ้างถึงเวลาไปพูดกับต่างประเทศ

อย่างรอบที่แล้วเห็นได้จากการเยือนญี่ปุ่น ซึ่งสุดท้ายการเลือกตั้งตามโรดแม็ปเดิมก็ยังไม่เกิดขึ้น

สำหรับบรรยากาศโดยรอบที่ประชุม เป็นเรื่องปกติอีกเช่นกัน ที่มักจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาประท้วงเรียกร้อง ตามเวทีการประชุมระดับนานาชาติ เพราะจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ม็อบทั้งที่ออกมาหนุนและต้านรัฐบาลไทย ไม่ได้ทำให้เสียภาพลักษณ์ แต่กลับเป็นการแสดงออกที่ทำให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่า การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลคือ สิ่งที่เราทำไม่ได้ในประเทศ

นอกจากนี้ ความพยายามผลักดันของไทยเพื่อเข้าไปเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งถือเป็นองค์กรที่มีความสำคัญด้านความมั่นคงอย่างมาก สำหรับไทยเคยเป็นสมาชิกครั้งหนึ่งช่วงทศวรรษ 1980 ความพยายามเข้าร่วมเป็นสมาชิกครั้งนี้จึงน่าจับตา

การจะเข้าไปได้ เราต้องล็อบบี้สมาชิกให้สนับสนุน ซึ่งเมื่อมีการล็อบบี้ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนตอบแทน อีกทั้งองค์กรนี้ยังมีประเทศจีนที่เป็นสมาชิกถาวรนั่งอยู่ด้วย

ส่วน…..

พวงทอง ภวัครพันธุ์
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

บทบาทนายกฯที่ไปร่วมประชุมยูเอ็นนั้น ถ้าดูสาระหรือสาส์นที่ออกมาจากผู้นำโลก เช่น นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ให้ความสำคัญกับการที่ประเทศต่างๆ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยชัดเจนมาก

และนี่คือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงไม่แน่ใจว่าหัวหน้า คสช. จะเข้าใจในสิ่งที่นายโอบามา เข้าใจหรือไม่ เพราะเห็นว่า กบฏ ประยุทธ์ ยังสับสนอยู่ ว่าจะเอาหรือไม่เอาประชาธิปไตยอย่างไร

สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศกำลังสวนทางกับความเป็นไปของโลก จึงไม่คิดว่าโอกาสที่นายกฯไปร่วมเวทียูเอ็นจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยดีขึ้น ซึ่งนายบัน คีมุน ก็รู้ว่าคำพูดที่ออกไปจากผู้นำรัฐบาล กบฏ คสช.ของไทย ไม่ได้เป็นไปตามหลักการและแนวทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เป็นการเล่นคำมากกว่า

จึงเห็นว่า ไม่ได้ผลบวกอะไรกับประเทศ และไม่ได้ทำให้ภาพพจน์ของ กบฏ คสช.ในสายตาต่างชาติดีขึ้นอย่างไร เพราะการไปบอกเรื่องโรดแม็ป ราวกับว่าไม่เคยเกิดเรื่องนี้เลย ว่าจะมีการเลือกตั้งปี 2558 แล้วก็เลื่อนเป็นปี 2559

ตอนนี้ไปบอกว่า เป็นปี 2560 พูดเหมือนไปดูถูกเขามากเกินไป พูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีใครเขาเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะคนในประเทศยังไม่มีความมั่นใจเลย แล้วในต่างประเทศซึ่งเขามีบทเรียนมาก่อนว่าเมื่อทหารเข้ามาแล้ว ก็ยากที่จะกลับไปง่ายๆ เขาจึงไม่มีความเชื่อมั่นตรงนี้

ส่วนม็อบที่มาต่อต้านผู้นำ ที่มาจากการ รัฐประหาร ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ไม่น่าจะส่งผลอะไรกับไทย รวมถึงม็อบที่ออกมาหนุน กบฏ ประยุทธ์ ก็คงไม่มีผลอะไร คงเป็นความแปลกใจของคนที่เดินไปมา

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองหลายครั้ง ก็ยังมีคนออกมาสนับสนุนการรัฐประหาร

คนต่างชาติที่มองดูจะรู้สึกประหลาดใจ ว่าคนมีการศึกษา ยังเรียกร้องหาทหาร เพราะคนส่วนใหญ่ ที่ออกมาก็เห็นมีแต่ออกมาต่อต้านรัฐบาล กบฏ คสช.

ครั้งนี้คงเป็นตัวประหลาดในสายตาประชาชนในประเทศอื่น

เพราะไม่ค่อยมีประชาชนออกมาสนับสนุนรัฐบาล แต่ครั้งนี้เขาคงมากันเอง คงไม่มีจัดตั้ง เพราะคนที่อยู่ต่างประเทศ ยังยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย
แต่เป็นระบบอำนาจนิยมแบบไทยๆ

ข่าวดี ของประชาชนชาวไทย

107
มีข่าวจาก นิวยอร์ก แจ้งว่า

เครดิต VictoryHunter

น่าจะมี การฟ้องร้องคดีแพ่ง ในข้อหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตาม ATCA หรือ the Alien Tort Claim Act, 1789 หรือ รัฐบัญญัติ ที่ 1350 (กฏหมายภายในของสหรัฐฯ) ต่อ “ผู้นำ คสช. ประยุทธ” ในศาลสหรัฐฯค่อนข้างแน่

๑. ผมจะขอยืนรอดู เมื่อ U.S. Marshal หรือ ตัวแทน มาส่งสำเนาคำฟ้อง และหมายแก้คดี (คดีแพ่ง) ของศาล District ศาลใดศาลหนึ่ง หรือ ศาล Federal Court ใส่มือหัวหน้า Security Guard ของสหรัฐอเมริกา และ องค์การสหประชาชาติ มอบหมายให้ดูแล “ผู้นำ คสช.” กับคณะ

๒. เมื่อหมายเรียกแก้คดี และ สำเนาคำฟ้อง ถึงมือบุคคลที่ว่า ตามกฏหมายภายในของสหรัฐอเมริกา

๓. “ผู้นำ คสช.” ต้องตั้งทนายความ ไปสู้คดีในศาลภายใน ๒๔ – ๔๘ ชั่วโมง ผลการส่งหมายแก้คดี และ สำเนาคำฟ้อง ในคดีนี้ ถือว่า ถึงคณะ คสช. และ ผู้ร่วมขบวนการในประเทศไทย ที่เข้าไปช่วยทำงานทุกๆคน

๔. ผลต่อไปทางกฏหมาย ที่จะต้องเกิด ก็คือ

๕. อัยการของศาลอาญาพิเศษของ องค์การสหประชาชาติ ที่ตั้งขึ้นตามข้อบัญญัติที่ 827(1993) ของคณะมนตรีความมั่นคง หรือ Security Council

๖. ศาลใดศาลหนึ่ง ก็จะขอเริ่มต้นไต่สวนคดีอาญา ในศาลอาญาพิเศษของ องค์การสหประชาชาติ ในเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นับแต่เดือน กันยายน ปีพ.ศ.๒๕๔๙ จนมาถึงเวลาปัจจุบัน

( เพราะการทำ รัฐประหาร โดยทหาร ทั้ง 2 ครั้ง )

๗. เมื่อศาลอาญาพิเศษฯ ไต่สวนแล้ว มีมูล “Prima Facie produces the Criminal gravity in this case”

๘. ศาลอาญาพิเศษฯ ก็จะออกหมายจับ ” ผู้นำ คณะ คสช. และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดทุกคน ไม่มีการยกเว้น สู่ศาลอาญาพิเศษของ องค์การสหประชาชาติ เพื่อพิจารณา และ พิพากษาคดี ต่อไป.

โดย อ.ธนบูลย์

กรรมของประชา ที่มี พวกบ้าครองประเทศ

105

โฆษก กบฏ คสช.

ระบุยังไม่อาจยืนยันได้ว่าเหตุระเบิดเกี่ยวข้องกับการเมืองหลัง สตช. เผยข้อมูลผู้ต้องหาชาวไทยเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งเป็น แพะตัวล่าสุด ที่ มโน กันทั้ง กรวม ประทุมวัน

ช่วงเช้าวันนี้ สถุน.วินธัย โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวกรณีที่วานนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้รับใช้ เผด็จการทรราช คสช.

เปิดเผยผู้ต้องหาอีกรายเป็นชายไทยชื่อนายอ๊อด หรือยงยุทธ พบแก้ว ว่าฝ่ายความมั่นคงมีข้อมูลแต่ไม่มีรายละเอียดมากนักต้องรอข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง และไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรเกี่ยวข้องกับการเมือง

สำหรับลักษณะของระเบิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าใกล้เคียงกับลักษณะของระเบิดในภาคใต้ของไทย โฆษกกบฏ คสช. ( ออกอาการ อมสากกะเบือไว้ในปาก )

ทั้งไม่ยืนยันข้อวิเคราะห์ดังกล่าว และว่าจากนี้กระบวนการติดตามผู้ต้องหาอื่นๆ ที่อาจจะหลบหนีออกนอกประเทศก็จะดำเนินการไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศ

ทั้งนี้ โฆษก คสช. ระบุว่าคดีนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปฟ้องยังศาลทหาร เป็นการดำเนินการตามกระบวนการปกติ

การนำประชาชนขึ้นศาล

คสช. ถือว่าเป็นขบวนการปกติ งั้นหรือ.

……………………….

ประชาชน

จากอ๊อด ถึง อ๊อด

104

วันที่ 29 กันยายน 2558

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านยูทูป เมื่อวันที่ 29 กันยายน ว่า โดยสงสัยการทำหน้าที่คลี่คลายคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ว่า

บิ๊กอ๊อด .สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เหลืออายุราชการอีกเพียง 2 วัน และมุ่งมั่นรับใช้เผด็จการ ทรราข คสช. แต่เร่งรีบปิดคดี แต่พยายามนำข้อมูลใหม่ลากโยงถึงคนไทยที่เคยเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น รวมทั้งนำคดีระเบิดที่มีนบุรีเข้ามาพัวพัน เพื่อให้เลี้ยวมาถึงคนเสื้อแดงเป็นผู้ต้องสงสัยของสังคม

( ดูผังที่สมยศ ทำแล้ว เหมือน ผังล้มเจ้า ปี 53 กลับชาิ มาเกิด อย่างไงอย่างนั้น )

นายจตุพร กล่าวว่า การแถลงปิดคดีดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา สมยศ กล่าวว่า ได้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น 17 คน แต่จับกุมชายชาวต่างชาติได้เพียง 2 คน คือ นายนายเมียไรลี ยูซูฟู กับนายอาเด็ม คาราดักหรือบิลาล มูฮัมเหม็ด หรือไบลาล มูฮัมมัด ส่วนที่เหลืออีก 15 คน รวมทั้งนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือยงยุทธ พบแก้ว คนไทยที่มีส่วนพัวพัน ยังติดตามตัวไม่ได้ โดยอ้างคดีเกิดจากปัญหาการค้ามนุษย์ชาวอุยกูร์ และอาจมีการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะจ้างวานให้กระทำ

นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อตำรวจพยายามเลี้ยวมาให้เป็นสาเหตุเกิดจากทางการเมืองแล้ว ตนขอให้ช่วยกันประณามกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง ที่สมคบคิดการวางระเบิดว่า เป็นพวกจิตใจผิดมนุษย์ แต่ยังสงสัยว่า การเมืองทำแล้วได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ซึ่งไม่มีเหตุผล และเป็นการโยนข้อกล่าวหากันอย่างมั่วไปหมดพร้อมกับกล่าวความสงสัยว่า การแถลงข่าวปิดคดีวางระเบิดนั้น ได้ระบุสาเหตุว่า เกิดจากการค้ามนุษย์ชาวอุยกูร์ ซึ่งไม่น่าเป็นความจริง เพราะชาวอุยกูร์ออกจากชินเจียงประเทศจีนมีเป้าหมายการเดินทางชัดเจนว่า ไปประเทศตุรกี เพื่อพักอาศัยอยู่กับชนเชื่อชาติเดียวกัน

มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร ……………งง

ส่วนข่าวศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – ศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายอีก “4 นายทหาร” พัวพันคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา เผยเป็นทหารบก 3 นาย และทหารเรือ 1 นาย รวมผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปแล้วเพิ่มเป็น 150 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ซึ่งจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังคงเดินหน้าสืบสวน และออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องต่อคดีนี้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ศาลจังหวัดนาทวี ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 4 ราย เป็นทหารบก 3 นาย และทหารเรือ 1 นาย ประกอบด้วย

1.พ.อ.ณัฐสิทธิ์ มากสุวรรณ สังกัด กอ.รมน.จ.สตูล

2.ร.อ.วิสูตร บุนนาค สังกัด กอ.รมน.จ.ชุมพร

3.ร.อ.สันทัด เพชรน้อย สังกัด กอ.รมน.จ.ชุมพร

และ 4.น.ท.กัมปนาท สังข์ทองจีน สังกัดทัพเรือภาคที่ 3

หมายจับทั้งหมดขณะนี้อยู่ที่ 150 หมายจับ ในจำนวนนี้จับกุมตัวได้แล้ว 89 คน และยังหลบหนีอีก 61 คน ซึ่งเชื่อว่าส่วนที่จับจับกุมตัวไม่ได้เพราะหลบหนีอยู่ในต่างประเทศราว 20 คน นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกเพิ่มเติมด้วยว่า เจ้าหน้าที่ยังเตรียมออกหมายจับทหาร และตำรวจเพิ่มเติมอีกหลายราย โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ เช่น นายบรรจอง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์, นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล, นายสุวรรณ แสงทอง หรือโกหนุ่ย เจ้าของแพปลาใน จ.ระนอง และ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก รวมทั้งผู้ต้องหาคนอื่นๆ ซึ่งมีทั้งตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่น และชาวบ้านอีกหลายคน ทั้งใน จ.สงขลา จ.สตูล และ จ.ระนอง ขณะนี้ทั้งหมดถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดนาทวี และอยู่ระหว่างสืบพยานในชั้นศาล

ถ้ายิ่งอ่านแลัว ยิ่ง งง เพราะการค้ามนุษย์ ล้วนแต่เป็น ทหารและ นักการเมืองท้องถิ่น ทั้งสิ้น ไม่เห็นจะเกี่ยวข้องอะไรกับการ ระเบิด ที่ ราชประสงค์เลย

ยอมรับเสียเถอะ ว่า คสช. ชักนำชักศึกเข้าบ้าน จริงๆ จากการที่ส่งอุย์กรู 109 ชีวิต เซ่นสังเวยจีน……และประยุทธ์ จันทรโอชา ได้ฉายา ” ฆาตกรข้ามชาติ อยู่ทุกวันนี้ ”

คสช. ไม่สามารถจะโกหก จนสร้างเป็นความชอบธรรมให้กับ รัฐบาลที่มาจากการ รัฐประหารได้ ตราบใดที่คนไทย ประชาชน ยังมีสมอง คิดและอ่านได้ ถึงแม้จะถูกครอบงำด้วย อำนาจเผด็จการทรราช ก็ตาม

ประชาชน