Monthly Archives: October 2015

นวมทอง ยังไม่ตาย

40

39

“มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร”

38

“เครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัย”

รวมตัวกันทั่วประเทศรวม 7 สถาบันร่วมตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้รัฐบาลทอปบู๊ตเรื่อง “มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร” หลังถูกกล่าวหาการจัดการเรียนการสอนก่อให้เกิดการต่อต้านอำนาจรัฐ ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยโดยรวม

คณาจารย์มหาวิทยาลัยรวม 7 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ประกอบด้วย ม.ทักษิณ ม.เชียงใหม่ ม.บูรพา ม.ขอแก่น ม.วลัยลักษณ์ ม.ศิลปากร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีแถลงข่าวและออกแถลงการณ์ในนาม “เครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัย” เรื่อง “เสรีภาพทางปัญญาของระบบการศึกษา” เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (31 ต.ค.) ณ โรงแรม IBIS จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ร่วมแถลงข่าวและอ่านแถลงการณ์ นอกจาก รศ.ดร.ณฐพงศ์และ อ.จรูญจาก ม.ทักษิณแล้ว ยังมีประกอบด้วย ศ.ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ และ รศ.ดร.สมชาย ปรีชาศิลปะกุล จาก ม.เชียงใหม่ ดร.มานะ นาคำ จาก ม.ขอนแก่น เป็นต้น โดยเนื้อหาของแถลงการณ์มีดังนี้

จากการที่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษาว่า เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดการต่อต้านรัฐบาล ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยโดยรวมนั้น ในฐานะคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย ขอแสดงปฏิกิริยาต่อคำวิจารณ์ดังกล่าว ดังต่อไปนี้

ประการแรก “เสรีภาพ” เป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความงอกงามในทางความรู้ การแสดงความเห็นจากมุมมอง หรือวิธีคิดที่แตกต่างบนพื้นฐานของการใช้เหตุผลและข้อเท็จจริง จะนำไปสู่ความเข้าใจใหม่ในเรื่องต่างๆ ซึ่งทำให้มนุษย์และสังคมมีความรู้และสติปัญญามากขึ้น สามารถจัดการปัญหาและเผชิญหน้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การจัดการเรียนการสอนของคณาจารย์จำนวนมากในมหาวิทยาลัย จึงไม่ได้เป็นการสอนให้ท่องจำ และยึดมั่นในวิธีคิดและอุดมการณ์แบบใดแบบหนึ่ง โดยปราศจากการโต้แย้ง เพราะบทเรียนจากประวัติศาสตร์ทั้งในสังคมไทย และสังคมอื่นๆ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า การปลูกฝังอุดมการณ์หรือ “ความเชื่อ” หนึ่งๆ เพื่อครอบงำสังคม หมายถึงการทำให้คนในสังคมยอมรับโครงสร้างอำนาจแบบใดแบบหนึ่ง ที่คนบางกลุ่มได้ประโยชน์ และอาจส่งผลให้มีการใช้รุนแรง หรือแม้กระทั่งการเข่นฆ่าผู้คนร่วมสังคมที่ปฏิเสธโครงสร้างอำนาจดังกล่าว

ดังนั้น คณาจารย์จำนวนมากจึงเห็นว่า การทำให้เกิดทัศนะวิพากษ์ หรือมุมมองที่แตกต่างเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในสังคม เพื่อให้ผู้คนในสังคมสามารถคิดได้เอง และมีความเคารพ ตลอดจนความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจในผู้คนที่ในมุมมองที่แตกต่างจากตนเองอย่างแท้จริง

ประการที่สอง ในสังคมไทยยุคโลกาภิวัตน์ ที่ชีวิตและความคิดของผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย การใช้อำนาจบังคับให้บุคคลต้องปฏิบัติไปในรูปแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะโดยอำนาจจากปากกระบอกปืน หรืออำนาจกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม อาจจะทำให้เกิดความสงบราบคาบขึ้นได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่สามารถนำพาสังคมไทยไปสู่ภาวะแห่งสันติสุขได้อย่างแท้จริง

การสร้างความเห็นพ้องต้องกันในเรื่องต่างๆ รวมทั้งความชอบธรรมในการใช้อำนาจ จำเป็นต้องมีรากฐานอยู่บนการถกเถียงกันด้วยความรู้ เหตุผล และข้อเท็จจริง ในบรรยากาศของความเสมอภาคและเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย

พวกเราในฐานะคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาหลายสถาบัน มีความเห็นร่วมกันว่า การที่จะนำพาสังคมไทยให้พ้นจากความขัดแย้ง เพื่อไปสู่สังคมที่มีสันติภาพ ความเสมอภาค และความเป็นธรรมในระยะยาวได้นั้น หลักการพื้นฐานคือ ต้องสร้างสังคมที่สามารถยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง มีกระบวนการในการจัดการกับปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ที่เป็นธรรมและโปร่งใส มีระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่เป็นกลางและตรวจสอบได้ ซึ่งสังคมในลักษณะดังกล่าวก็คือสังคมที่ปกครองในรูปแบบเสรีประชาธิปไตย โดยมีรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการสร้างความเป็นธรรม และค้ำประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ทั้งนี้ สถาบันการศึกษาทุกระดับย่อมมีหน้าที่โดยตรงในการสร้างสังคมแบบประชาธิปไตยดังกล่าวนี้ มิใช่ทำให้ยอมรับการข่มขู่ด้วยอำนาจ ซึ่งมีแต่จะนำพาสังคมไทยให้จมดิ่งลงไปสู่ความมืดมนทางปัญญา และไม่อาจปรับตัวได้ในโลกปัจจุบันและอนาคต

หยอง คุกขัง

37

แค่ นวมทอง 31 ต.ค. 58

36

ขอยกย่องในจิตใจที่ยิ่งใหญ่ของลุง นวมทอง

35

แค่ ลุงนวมทอง 31 -10 – 2558

34

ขอยกย่องในจิตใจที่ยิ่งใหญ่ของคุณลุง นวมทอง

33

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี

โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก พร้อมจดหมายลาตายของนายนวมทอง

ระบุ วันนี้เมื่อ 9 ปีที่แล้วคือวันที่ 31 ต.ค. 2549

ซึ่งถือเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของลุงนวมทอง ขอยกย่องในจิตใจที่ยิ่งใหญ่ของคุณลุง ที่เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อเรียกร้องหาประชาธิปไตย ก็หวังว่าดวงวิญญาณคุณลุงจะได้เห็นประชาธิปไตยของไทยกลับมาในเร็ววันนะคะ

พร้อมกันนี้ขอฝากจดหมายที่คุณลุงเขียนไว้ก่อนเสียชีวิตเพื่อแสดงออกถึงความหวงแหนประชาธิปไตยค่ะ

“เสี่ยอู๊ด” ศพร้องขอ ให้เผา ?

พี่ชายคนโตและน้องชายของ “เสี่ยอู๊ด”

หรือ นายสิทธิกร บุญฉิม เซียนพระชื่อดังที่ฆ่าตัวตายได้เดินทางมาติดต่อรับศพเสี่ยอู๊ดที่อาคารเก็บศพโรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด จ.ระยอง

พี่ชายของ “เสี่ยอู๊ด” ที่ไม่ประสงค์เป็นข่าวให้ข้อมูลว่า “เสี่ยอู๊ด” ห่างจากครอบครับมานาน แต่ในฐานะพี่ต้องมานำน้องกลับบ้านเกิด

คสช. รีดภาษีเพิ่ม ควญเถอะมึง

32

ผู้นำ คสช. ประยุทธ์
ทหารหมาหน้าตัวเมีย

สั่งให้กระทรวงการคลัง เร่งศึกษาวิจัย ว่าจะสามารถเพิ่มช่องทางการรีดภาษี ประชาชนเพิ่มเติม เพื่อนำเงินไปสนันสนุนนโยบายของรัฐบาลโจร

คสช. ล้างผลาญและยัดห่าจนเงินหมดคลัง ก็มาปล้นชาวบ้าน เอาเงินเพิ่ม มันง่ายดีต่อการแก้ปัญหา

เมื่อมาคิด

เพื่อไทยรัฐบาลนายกทักษิณและยิ่งลักษณ์ หารายได้เข้าประเทศ แต่พวกทหาร กปปส. เหี้ยมาขับไล่ออก พอพวกทหาร และ กปปส. เหี้ยไม่มีจะแดกก็มาปล้นกระเป๋าประชาชน

ถามซื้อมาหาพ่องมึงหรือ ประยุทธ์ รถถังน่ะ

ถามซื้อดำ มาหาพ่องมึงหรือ ประยุทธ์ เรือดำน้ำ

ถามซื้อมาหาพ่องมึงหรือ ประยุทธ์ เรือเหาะ

ถามซื้อมาหาพ่องมึงหรือ ประยุทธ์ GT 200

ถามซื้อมาหาพ่องมึงหรือ ประยุทธ์ ฝูงบิน ที่แพงที่สุดในโลก

พอเงินในคลังสมองคิดแต่จะปล้น หารายได้ให้ โดยการ ปล้น และ รีด ภาษี จากประชาชน งั้นหรือ

ต้องหารายได้เข้าประเทศสิ ไม่ใช่ประกาศ ปิดประเทศ ปล้นประชาชน

ทหารหมาหน้าตัวเมีย คสช. อย่างพวกมึง

ประชาชนอย่างกุ เสียดายว่ะ

เสียดายเงินภาษี ที่หลงชุบเลี้ยง พวกทหารเหี้ย และพ่องของมึง มาช้านาน

วันนี้ งานก็ไม่มีทำ ข้าวเกวียนละ 6 พัน ยาง 5 โลร้อย

มึงจะรีด ภาษีอะไร ประชาชน อีกล่ะ ไอ้ทหารเหี้ย

ควญเถอะมึง

ประชาชน

นวมทอง 31 ต.ค. 58

31