Monthly Archives: November 2015

ทหารปล่อยตัว “ณัฐวุฒิ-จตุพร”

294

ทหารปล่อยตัว “ณัฐวุฒิ-จตุพร” จากพล.ร.9

นั่งรถส่งถึงบ้าน เผยขอร่วมมือยุติเคลื่อนไหว

วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 21:24 น.

จำนวนคนอ่านล่าสุด 6963 คน

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในค่ำวันเดียวกัน นายทหารระดับผู้บังคับหน่วยในกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้ปล่อยตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธ์ แล้ว โดยพาขึ้นรถนำไปส่งที่บ้านพักในกรุงเทพมหานคร

ขณะที่นายสมหวัง อัสราษี และนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ ที่ถูกเชิญมาพูดคุยขณะแวะพักกินกาแฟในปั๊มปตท. จ.ราชบุรี มาพูดคุยที่เขตราชบูรณะ กทม. เสร็จแล้วก็ปล่อยตัวออกมา พร้อมขอความร่วมมือให้ยุติการเคลื่อนไหวในเชิงการเมืองทั้งหมด ทั้งนี้เจ๋ง ดอกจิก หรือยศวริศ ชูกล่อม ไม่ถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1448893501

ดีใจด้วยครับ

#เสรีไทย

ทหารคุมตัวแกนนำนปช.อีก 2 ‘ธนาวุฒิ-สมหวัง’

293

ทหารคุมตัวแกนนำนปช.อีก 2 ‘ธนาวุฒิ-สมหวัง’

ขณะแวะจิบกาแฟในปั๊มที่ราชบุรี

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.58

หลังจากที่หน่วยงานความมั่นคงนำตัว 3 แกนนำนปช. ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ได้ที่ด่านตรวจใน จ.สมุทรสาคร ขณะทั้ง 3 คนกำลังเดินทางไปไปดูสถานที่จริงของอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทั้งเตรียมเครื่องบูชาไปสักการะ เพื่อไปตรวจสอบการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งภายหลังถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่จะนำตัวไป

ล่าสุดเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงได้เข้าไปพูดคุยและคุมตัวแกนนำนปช.อีก 2 คน คือ นายสมหวัง อัสราษี และนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ซึ่งมาแวะพักที่ร้านกาแฟภายในปั๊มน้ำมัน จ.ราชบุรี

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

MatichonOnline

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยจี้ทหารปล่อยตัว “ณัฐวุฒิ-จตุพร”

292

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยจี้ทหารปล่อยตัว “ณัฐวุฒิ-จตุพร”

30-11-2558

ชี้เป็นการละเมิดสิทธิ แนะควรเร่งแก้ไขข้อครหาโครงการราชภักดิ์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ส่วนตัวมีความห่วงใย

ส่วน “ก่อแก้ว”วอนปล่อย”จตุพร-ณัฐวุฒิ” ชี้ยิ่งตอกย้ำให้สังคมเพิ่มความเคลือบแคลงในการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ กำชับมวลชนแดง สงบ-อย่าเคลื่อนไหว

นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัว นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ระหว่างแถลงข่าวที่ตลาดมหาชัยก่อนเดินทางไปดูพื้นที่อุทยานราชภักดิ์เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบการทุจริตโดยไม่แจ้งให้ทราบว่าจะควบคุมตัวไปที่ใด นานแค่ไหน และด้วยเหตุผลอะไรนั้น การเข้าควบคุมตัวทั้ง 2 คนท่ามกลางสื่อมวลชนที่รอทำข่าวและประชาชนจำนวนมาก เป็นการใช้อำนาจเผด็จการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างชัดเจนโดยไม่สนใจสายตาและความรู้สึกของคนไทยและนานาชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงถึงความต้องการขัดขวางการตรวจสอบการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ ทั้งๆ ที่คสช.ประกาศต่อสังคมไทยเรื่อยมาว่า จะเข้ามาแก้ปัญหาทุจริตของประเทศ แต่เมื่อมีบุคลากรของคสช.เกี่ยวข้องกับการทุจริต คสช.กลับพยายามขัดขวางไม่ให้มีการตรวจสอบ ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้สังคมเพิ่มความเคลือบแคลงสงสัยในการทุจริตโครงการนี้มากขึ้นไปอีก

นายก่อแก้ว กล่าวอีกว่า ในฐานะที่เป็นคนไทยและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของนายจตุพรและนายณัฐวุฒิ ขอเรียกร้องไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ให้สั่งเจ้าหน้าที่ทหารปล่อยตัวทั้ง 2 คนในทันที โดยไม่มีเงื่อนไขและขอให้คสช.และรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลของการดำเนินโครงการนี้ในทุกประเด็น อย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งแต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้าร่วมเป็นกรรมการตรวจสอบโครงการนี้ มิใช่จำกัดวงเฉพาะผู้ตรวจสอบจากกระทรวงกลาโหม และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมตรวจสอบโครงการ ตั้งคำถาม ตรวจสอบข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะโดยไม่มีการขัดขวางและคุกคาม เพื่อจะได้แสดงความบริสุทธิ์ใจว่า คสช. รัฐบาล หรือพลเอกอุดมเดช สีตบุตร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการนี้

“ผมขอเรียกร้องให้พี่น้องนปช.ที่กำลังห่วงใยในชะตากรรมของแกนนำทั้ง 2 ท่านอยู่ในขณะนี้ ขอให้อยู่ในความสงบ อย่าไปเคลื่อนไหวหรือดำเนินการใดๆ อันอาจจะผิดกฎหมาย ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์ใดๆ ต่อตัวท่านเองและสังคม พวกผมจะติดตามการควบคุมตัวแกนนำทั้ง 2 ท่านจนกว่าจะได้รับการปล่อยตัวต่อไป”นายก่อแก้วกล่าว

#เสรีไทย

นปช.ออกแถลงการณ์ เรียกร้อง คสช.ปล่อยตัว”จตุพร-ณัฐวุฒิ”ก่อนจะบานปลาย

286

นปช.ออกแถลงการณ์ เรียกร้อง คสช.ปล่อยตัว”จตุพร-ณัฐวุฒิ”ก่อนจะบานปลาย

หยิกเล็บ เจ็บเนื้อ รุกไล่ อุทยาน ราชภักดิ์ สะเทือน ถึงใคร

291

หยิกเล็บ เจ็บเนื้อ รุกไล่ อุทยาน ราชภักดิ์ สะเทือน ถึงใคร

ที่”มติชนสุดสัปดาห์” ฉบับใหม่เอี่ยม ประจำวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558 กำลังวางอยู่บนแผงพาดหัวหน้าปกตัวเบ้อเริ่มเทิ่มว่า

กระทง “ลายพราง”

ความหมาย “เลิกเซิ้ง” สอดรับกับบรรยากาศแห่งเทศกาล “ลอยกระทง” ตามประเพณีไทยแท้แต่โบราณเป็นอย่างสูง

ความน่าสนใจอยู่ตรงที่คำ “ลายพราง” อันตามมากับ “กระทง”

เมื่อนำมาสอดสวมกับบรรยากาศและความอื้อฉาวอันเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ก็รับกับประเด็น “ร้อน” ในทาง “การเมือง”

เมื่อเป็นกระทง “ลายพราง” จึงส่อนัยยะไปยังเพลงฮิตติดอันดับที่ว่า กระทง “หลงทาง” ของ ไชยา มิตรชัย

เป็นการ “หลงทาง” ในแวดวง “ลายพราง” ด้วยกัน

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดไฟเขียวผ่านตลอด เมื่อ พล.ต.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซ้อนทับตามมาจากของกองทัพบก

อนาคตของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ก็ทำท่าว่าจะ “ริบหรี่”

อย่าคิดว่าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ “คสช.” จะร้องได้เพลงเดียวอันแต่งโดย พล.ต.หลวงวิจิตรวาทการ

นั่นก็คือ เพลง “เลือดสุพรรณ”

ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยจดจำอย่างฝังตรึงและประทับใจในท่อนสร้อยที่ว่า “มาด้วยกัน ไปด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย”

กระนั้น บทเรียน “หมาดใหม่” สดๆ ร้อนๆ มิได้เป็นอย่างนั้น

หากยึดมั่นในบทเพลง “เลือดสุพรรณ” ดรีมทีมเศรษฐกิจระดับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และคณะจะถูกปรับออกหรือ

แล้วชะตากรรมของ นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ เล่า คืออะไร

ทั้งๆ ที่ทำตามใจ “แป๊ะ” ตามอนุศาสน์ที่ญาติผู้พี่มอบให้ครบถ้วนกระบวนความ แต่ “ร่าง” รัฐธรรมนูญยังถูก “คว่ำ”

ถ้า “แป๊ะ” ไม่มีบัญชามาจะ “คว่ำ” ได้อย่างไร

ไม่ต้องให้ “เนติบริกร” ระดับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อ่านเกม บรรดา “ลูกแหล่งตีนมือ” ระดับ นายประสาร มฤคพิทักษ์ ก็ทะลุลอดได้อย่าปลอดโปร่ง เช่นเดียวกับ ท่าทีและท่วงทำนองในแบบของ นายวันชัย สอนศิริ

ไม่มีหรอกที่ว่า มาด้วยกัน ไปด้วยกัน “เลือดสุพรรณ” เอ๋ย

การที่กระทรวงกลาโหม ปลดออก ถอดยศ พ.อ.คชาชาต บุญดี ออกจากราชการ กลายเป็น นายคชาชาต บุญดี พร้อมกับริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์

สะท้อนอะไร

เท่านั้นยังไม่พอ คณะกรรมการ ปปง.ยังสั่งอายัดเงินในบัญชีของ นายคชาชาต บุญดี จำนวน 40 ล้านบาทอีกด้วย

สะท้อนอะไร

เท่านั้นยังไม่พอ ศาลทหารกรุงเทพ ยังออกหมายจับ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ในคดีอันเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

สะท้อนอะไร

แนวโน้มและความเป็นไปได้ของ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ ก็คือ การเดินไปบนเส้นทางเดียวกันกับ พ.อ.คชาชาต บุญดี

คล้ายกับสัมพันธ์กับ “หมอหยอง” คล้าย กับสัมพันธ์กับ “ไบค์ ฟอร์ มัม”

แต่ที่ไม่ควรลืมอย่างเด็ดขาดก็คือ ไม่เพียงแต่ “หมอหยอง” จะมีบทบาทใน “ไบค์ ฟอร์ มัม” หากแต่ยังเข้าไปมีส่วนอย่างสำคัญกับ “ไบค์ ฟอร์ ราชภักดิ์ คอนเสิร์ต” ซึ่ง พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ และ พ.อ.คชาชาต บุญดี ยืนเด่นเป็นสง่า

ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่โดยรอบกาย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร

หากสรุปโดยอาศัยสำนวนไทยแต่เก่าก่อนมาเปรียบและเทียบเคียงก็ดำเนินไปในลักษณะ “หยิกเล็บเจ็บเนื้อ”

พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ กับ พ.อ.คชาชาต บุญดี ดำรงอยู่ในลักษณะเหมือนกับเป็น “เล็บ” เพียงแต่เล็บนี้วางอยู่บน “เนื้อ” ของใครกันเล่า

ทุกก้าวย่างจึงเข้าใกล้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร มากยิ่งขึ้น

MatichonOnline

*****

#เสรีไทย

ทูตสหรัฐฯ แจงปมแสดงความเห็นกฏหมายไทย

290

ทูตสหรัฐฯ แจงปมแสดงความเห็นกฏหมายไทย

หากกระทบการค้าขึ้นอยู่กับรัฐบาล คสช.

(30 พ.ย.58) นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และนางคริสติน่า คาวิน ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ ได้แถลงข่าวเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและประเทศไทย

นายกลินกล่าวถึงการเดินทางเยือนทวีปเอเชียครั้งที่ 9 ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่าแสดงถึงความตั้งใจของสหรัฐในการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับภูมิภาคนี้ ซึ่งมีเวทีพหุภาคีที่สำคัญ ทั้งเอเปคและอาเซียน ซึ่งไทยมีบทบาทนำในทั้งสองเวทีความร่วมมือ และอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงกับหลายประเทศ ซึ่งในปีนี้ สหรัฐกับอาเซียนตกลงจะพัฒนาความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาการต่อต้านการก่อการร้าย รวมถึงการหารือถึงความมั่นคงในน่านน้ำที่เกี่ยวข้อง และการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อให้ประชาชนในภูมิภาคได้แสดงออกอย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย

โดยในขณะนี้ประธานาธิบดีโอบามาอยู่ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 21 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งสหรัฐ ยินดีที่หลายประเทศ รวมถึงไทย ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว โดยจะผลักดันให้เกิดความตกลงเรื่องการลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว ผ่านการมีข้อเสนอเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับประเทศต่างๆ และให้ความช่วยเหลือประเทศยากจน ซึ่งไทย ในฐานะประธานกลุ่ม 77 ถือว่ามีบทบาทสำคัญในปีนี้ด้วย

ในประเด็นความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ “ทีพีพี” นั้น นายกลิน กล่าวว่าเป็นความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในอนาคต ที่มีการกำหนดมาตรฐานสูงสำหรับประเทศที่จะเข้าร่วม ให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน การดูแลสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใสในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ การบังคับใช้กฎหมายด้านสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างเสรี ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการลดอัตราทางภาษีสำหรับด้านการค้าแล้ว ยังเป็นเป็นการพัฒนาคุณภาพและสิทธิประโยชน์ของแรงงานและผู้บริโภคด้วย

โดยเรื่องนี้ สหรัฐยินดีที่ไทยแสดงความสนใจในการเข้าร่วมกับทีพีพี และหากมีการแสดงความจำนงอย่างเป็นทางการก็พร้อมจะช่วยเร่งประสานในเรื่องของกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนในขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารับรองของชาติสมาชิก 12 ประเทศ ดังนั้น การเปิดรับสมัครสมาชิกเพิ่มนั้นอาจยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ จึงถือว่าไทยมีเวลาในการพิจารณาข้อตกลงว่าจะเป็นประโยชน์กับไทยหรือไม่

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า ในข้อกังวลเรื่องสิทธิบัตรยาของทีพีพีที่อาจทำให้ราคายาแพงขึ้นนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของไทยจะเข้าร่วมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมทางเภสัชกรรมของไทยถือว่ามีการพัฒนาอย่างมาก และข้อตกลง ทีพีพี นั้น เกิดขึ้นจากการตกลงร่วมกันระหว่างชาติสมาชิก 12 ประเทศ ซึ่งต่างเห็นตรงกันว่าเป็นประโยชน์ โดยประเทศไทยสามารถพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบได้ก่อนจะตัดสินใจ

ส่วนอุปสรรคของไทยในการเข้าร่วมทีพีพีนั้น นายกลิน กล่าวว่า ในข้อตกลงมีมาตรฐานที่สูงในหลายหัวข้อ ซึ่งรวมถึงด้านแรงงาน ที่ไทยต้องปฏิบัติตามด้วย อย่างไรก็ตาม การที่ไทยถูกจัดให้อยู่ใน เทียร์3 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ รวมถึงสถานการณ์การเมืองในไทยนั้น ไม่มีผลกระทบต่อการเข้าร่วมทีพีพีของไทยแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายกลิน ยังกล่าวย้ำด้วยว่าข้อตกลงทีพีพี ไม่ใช่การแข่งขันการมีอิทธิพลในภูมิภาคระหว่างสหรัฐกับจีน และสหรัฐยินดีที่ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ซึ่งความสัมพันธ์ไทยกับสหรัฐนั้น ก็มีความผูกพันมาอย่างยาวนานและลึกซึ้ง ตนจึงไม่เคยรู้สึกว่าได้เสียประเทศไทยไปในฐานะพันธมิตร แต่สิ่งที่สหรัฐหวัง คือให้ไทยกลับมามีบทบาทสำคัญในภูมิภาคและในโลกอีกครั้ง ซึ่งการทำเช่นนั้นได้ ต้องให้ไทยกลับสู่ประชาธิปไตยได้ตามที่รัฐบาลประกาศ ซึ่งตนคาดหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นได้ เพราะไทยเคยแสดงให้เห็นในอดีต ว่าสามารถแสดงปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจมาได้หลายครั้ง

ทูตสหรัฐ ยังกล่าวถึงกรณีที่ได้แสดงความคิดเห็น ถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าตนได้แสดงความเห็นเนื่องจากต้องการเห็นคนไทยสามารถมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างสงบได้ในทุกประเด็นเท่านั้นซึ่งสหรัฐคงไม่มีการหารือในประเด็นนี้อีก

ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การแสดงความเห็นนี้อาจกระทบกับการค้าระหว่าง 2 ประเทศ นั้น ทูตสหรัฐ ระบุว่าขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าการค้ากับการเมืองนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ส่วนตัว ตนมีความเคารพต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างมาก และได้ประดับพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ทรงฉายพระรูปร่วมกับนายเอลวิส เพรสลี่ย์ ไว้ที่บ้านด้วย เนื่องจากแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ยาวนานของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ตนจะเข้าร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อด้วย แต่อาจปั่นได้ไม่ครบทั้งหมดเพราะไม่ค่อยได้ฝึก

MatichonOnline

#เสรีไทย

คสช. ส้นตีน รวบ 2 แกนนำ นปช. ต่อหน้าสื่อมวลชน

287

คสช. ส้นตีน รวบ 2 แกนนำ นปช. ต่อหน้าสื่อมวลชน

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558

นายสุพจน์ เลขาส่วนตัวของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เปิดเผยว่า ระหว่างที่นายณัฐวุฒิ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่บริเวณมหาชัย เมืองใหม่ ได้ประมาณ 15 นาที จบการสัมภาษณ์ ปรากฎว่าทางเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาควบคุมตัวทั้งสองคนขึ้นรถตู้ไปทันที ซึ่งทางนายณัฐวุฒิ ได้พยายามชี้แจงว่า การเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์นั้นไม่มีเป้าประสงค์อะไร ไม่มีนัยยะทางการเมืองอะไร เพียงแต่ต้องการไปดูรูปปั้นของบูรพากษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ว่ามีความงดงามแค่ไหน และจะไม่มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวอะไรทั้งนั้่น แต่ทางเจ้หาน้าที่ทหารก็ไม่ฟัง ดึงแขนขึ้นรถตู้ไปเลย

“ผมกำลังขับรถตามรถตู้ของทหาร ซึ่งไม่รู้เลยว่าเขาจะพากันเดินทางไปไหน ดูจากเส้นทางไม่น่าจะนำตัวขึ้นมากรุงเทพ น่าจะเดินทางไปใต้ แต่ยังไม่รู้จุดประสงค์ว่าไปที่ไหน ซึ่งตอนที่ถูกจับผมพยายามชี้แจงว่าขอติดตามไปด้วย แต่ทางทหารไม่ยอมให้ผมเข้าไปในรถตู้ ผมจึงต้องใช้วิธีขับรถตามรถตู้แทน พร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังทีมงานของนายณัฐวุฒิ และนายจตุพร เพื่อจะปรึกษาว่าทำอย่างไรต่อไป”นายสุพจน์ กล่าว

From the earth to the sky Red Shirt Thailand.wmv

#เสรีไทย

คสช. ทหารหมาหน้าตัวเมีย บุกรวบตัว “ณัฐวุฒิ”-“จตุพร”

285

ปล่อยเพื่อนเรา

คสช. ทหารหมาหน้าตัวเมีย บุกรวบตัว “ณัฐวุฒิ”-“จตุพร” ขึ้นรถเข้าค่ายทหาร หลังโผล่ตลาดมหาชัย – เตรียมไป “ราชภักดิ์” จากกรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ที่ออกมาประกาศว่า จะมีการเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ พร้อมกับโพสต์รูปภาพว่า หลังประกาศออกไป ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารมาเฝ้าประกบติดที่บริเวณหน้าบ้านนั้น จน คสช.ออกมาเตือนว่าอาจเป็นการเคลื่อนไหวทางเมืองหรือไม่

https://twitter.com/…/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A3%…

วัชระ”สถุนเหี้ยแมงสาปไล่ทูตมะกันออกจากประเทศไทยวิจารณ์ม.112

284

วัชระ”สถุนเหี้ยแมงสาปไล่ทูตมะกันออกจากประเทศไทยวิจารณ์ม.112

สถุนวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แสดงความเห็นเรื่องมาตรา 112 วิจารณ์ถึงสถาบันฯ ว่า ส่วนตัวเคารพการแสดงความคิดเห็นของทุกฝ่าย แต่การแสดงความเห็นของนายกลินถือว่าไม่เหมาะสม เพราะในหลวงเป็นที่รักของคนไทย ดังนั้นการทำหน้าที่ทูตของ นายกลิน ที. เดวีส์ มีศักดิ์ศรี จึงขอให้มีความระมัดระวัง อย่าทำตัวเป็นขี้ทูด หากทำหน้าที่หรือคิดเรื่องนี้ไม่ได้ ก็ออกไปจากประเทศไทย ส่วนพรรคเพื่อไทย ระบุว่า เป็นการแสดงความเห็นและทำหน้าที่ นายวัชระ กล่าวว่า ที่พรรคเพื่อไทยสนับสนุนนายกลิน เพราะมีหลายคนที่อยู่ในขบวนการเสื้อแดงที่มีพฤติกรรมหมิ่นสถาบันฯ จึงไม่แปลกใจ

แหม่ ๆ พอ คสช.โกงเจ้าหากิน รวยกันทั้่ว ทั้งโรงหล่อ-การปรับภูมิทัศน์-การจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้-การจัดงาน “ไบค์ ฟอร์ ราชภักดิ์ แอนด์ คอนเสิร์ต” และขายโต๊ะจีนกันราคาแพงหูตูบโต๊ะละล้าน-การจัดทำเหรียญที่ระลึก วัชะ เงียบเหมือนอมลูกกะโป๊ก ไว้ในปาก อย่างไงอย่างนั้น

กูไม่เห็นนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หมิ่นเจ้าตรงใหน แค่บอกว่า สังคมมนุษย์ต้องเท่าเทียบ แล้วมันผิดตรงใหน

กูท้า………วัชระ และพวกสลิ่มทั้งประเทศ ให้ประกาศ สงครามกับ อเมริกาไปเลย หรือไม่ พวกมึงรับความเป็นคน เท่าเทียมกันไม่ได้ ก็พลีชีพ ฆ่าตัวตายหน้าสถานฑูต เพื่อให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า พวกมึง โคตรจริง พวกมึงไม่ต้องการให้ คนเท่ากับคน

ไอ้วัชระ ……………..เหย็ดแหม่ หัวดอ

#ประชาชน

กระทงผ่านไปแล้ว แต่เทศกาลลอยแพ อาจกำลังจะมา

283

ลอยแพ

โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

เทศกาล “ลอยกระทง” ผ่านไป

เทศกาล “ลอยแพ” จะตามมาหรือไม่

น่าระทึกใจอย่างยิ่ง

ด้วยโครงการ “ปั่นเพื่อแม่” และโครงการราชภักดิ์ อยู่ในสภาวะบานปลายอย่างยิ่ง

เป็นภาวะบานปลาย ที่ลึกเข้าไปถึง “ข้อเท็จจริง” สำคัญมากขึ้นทุกที

ข้อมูลของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ระบุว่าโครงการราชภักดิ์มิใช่เรื่องเงินบริจาคของประชาชนเท่านั้น

หากแต่เกี่ยวพันกับงบประมาณของรัฐบาลด้วย

ในเบื้องต้นก็คืองบกลาง 63 ล้าน ถือเป็นกุญแจสำคัญ ที่เปิดประตูให้ สตง.ต้องเข้าไปตรวจสอบตามหน้าที่

และพลอยทำให้ ป.ป.ช., ปปท. แม้กระทั่ง ศอตช.-ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ที่ตั้งขึ้นในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เคยละล้าละลัง อยู่เฉยไม่ได้ ต้องขยับเข้ามามีบทบาท

มิเช่นนั้นอาจจะถูกมองไปในทางไม่ดี

ประกอบกับการที่ พ.อ.คชาชาต บุญดี และ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ ตกเป็นผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการ ในคดีแอบอ้างสถาบันเรียกรับผลประโยชน์ ก็ยิ่งทำให้เรื่องเขม็งเกลียวขึ้น

แม้ทั้ง 2 คนจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

และยังไม่สามารถเชื่อมโยงถึงโครงการราชภักดิ์ได้

แต่ก็ทิ้ง “อะไรๆ” ให้สังคมได้คิดและติดตามเรื่องได้ชัดเจนขึ้น

อย่าง พ.อ.คชาชาต ที่ปัจจุบันถูกถอดยศเป็นนายคชาชาตแล้ว ยังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) อายัดเงินเอาไว้ถึง 40 ล้านบาทนั้น

เงิน 40 ล้านบาทที่พบในเบื้องต้น น่าจะเป็นเบาะแสสำคัญ

เพราะสำหรับนายทหารยศพันเอก และมิได้ปรากฏการทำธุรกิจอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ยากยิ่งที่จะมีทรัพย์สินได้มากมายขณะนี้

ส่อถึงภาวะ “ร่ำรวยผิดปกติ”

เป็นความผิดปกติ ที่หน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริตน่าจะเคลียร์ให้ชัดเจน

จะเกี่ยวข้องแค่โครงการ “ปั่นเพื่อแม่” เท่านั้น หรือจะโยงถึงโครงการราชภักดิ์ ที่เคยมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการหรือไม่

นี่เป็นปริศนา ที่สังคมสงสัยและอยากให้มีคำตอบ

เช่นเดียวกับ พล.ต.สุชาติ ที่อึมครึมมาโดยตลอด หลังจากตกเป็นผู้ต้องหาชัดเจน คงจะเริ่มปรากฏข้อมูลและหลักฐานออกมาให้ทราบ

ป.ป.ง.คงต้องเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินอย่างที่ตรวจสอบนายคชาชาต ซึ่งนั่นอาจจะได้อะไรดีๆ อีก

ต้องไม่ลืมว่า อดีตนายทหารทั้งสองอยู่ในศูนย์กลางของอำนาจ ทั้งในกองทัพ ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และในรัฐบาลมาโดยตลอด

ซึ่งก็มีคำถามว่า พฤติกรรมอันไม่ชอบทั้งหลาย จำกัดไว้เฉพาะตัวเท่านั้นหรือไม่

หรือจะพาดพิงถึงบุคคลอื่นด้วย

และบุคคลอื่นนี้กระมัง ที่ทำให้เรื่องนี้บานทะโรค ไปสู่ประเด็นการเมืองอันแหลมคม

นั่นคือท่าทีของพรรคเพื่อไทย และคนประชาธิปัตย์ จี้ให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ในฐานะ “นาย” และผู้ดำเนินการโครงการราชภักดิ์ลาออก เพื่อรับผิดชอบต่อสิ่งอื้อฉาวที่เกิดขึ้น

ธงจริยธรรมถูกย้อนเกล็ด ชูเหนือความผิดตามกฎหมายแล้ว

แถมยังเริ่มมีประเด็นพาดพิงไปถึงคนที่สูงกว่าอีกด้วย

หากไม่เร่งดับไฟที่เริ่มลาม อาจจะวุ่นไปกว่านี้อีก

แม้ตอนนี้จะมีเสียงเข้มๆ จากทำเนียบในทำนองแข็งขืน ไม่เห็นพ้อง

แต่กรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็เป็นตัวอย่างของการ “ต้องเสียสละ” มาแล้ว

ดังนั้น ในกรณีนี้จึงอาจจะมี “กระทงลายพราง” โผล่ออกมานอกเทศกาล เพื่อลอยใครบางคนไป ในนามแห่ง “การรับผิดชอบ”

เพื่อช่วยลดน้ำหนักแห่งความอื้อฉาวลง

ถึงได้บอก แม้เทศกาลลอยกระทงผ่านไปแล้ว

แต่เทศกาลลอยแพ อาจกำลังจะมาอย่างน่าระทึกใจยิ่ง

MatichonOnline

*****

#เสรีไทย