Monthly Archives: August 2016

งานเข้า!!! สหภาพยุโรปเตือนการระบาดไวรัสซิกาในไทยระดับสีแดง!!!

49

งานเข้า!!! สหภาพยุโรปเตือนการระบาดไวรัสซิกาในไทยระดับสีแดง!!!

ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับประเทศไทยในหลายๆด้าน หลังจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหภาพยุโรป (European Center for Disease Prevention and Control) เผยแพร่ข้อมูลการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาล่าสุดในวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มพื้นที่สีแดง หรือ มีการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาอย่างกว้างขวาง

http://www.ispacethailand.org/การเมือง/9455.html

ถึงแม้คนตายจะเป็น กปปส. กูก็ไม่ต้องการให้เขาตาย เพราะเขาคือกุญแจสำคัญ

52

ถึงแม้คนตายจะเป็น กปปส. กูก็ไม่ต้องการให้เขาตาย เพราะเขาคือกุญแจสำคัญ ที่จะนำไปให้ถึง ตัวการใหญ่ อย่าง ประชาธิปัตย์ การตายของเขาก็เท่ากับ การฆ่าปิดปาก เท่านั้นเอง

สมัยหมอหยอง ทรราช คสช. ก็บอกสบายดี วันต่อมาก็ตายในคุก เพื่อนของหมอหยอง ผูกคอตายกับหลอกไฟ นีออน และอีกหลายคนกระโดดและยิงตัวตายเอง

มาวันนี้ ผู้ต้องหาใช่ถุงเท้ายาวผูกคอกับบานพับประตู……..ถุยยยย

มึงคิดว่าประชาชนโง่ ถึงขนาดถึงขนาดจะหลอกอะไรก็ได้ อย่างนั้นหรือ ไอ้เหี้ยตูบ ประยุทธ์ จันทรโอชา …….เหย็ดแหม่หัวดอ

—————————————————————————

เงื่อนงำการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตข้าราชการสำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบว่า เสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวก่อนนำส่งฟ้องศาลอาญา ในคดีทุจริตออกโฉนดที่ดิน จ.ภูเก็ต-พังงา-สุราษฎร์ธานี กว่า 500 ไร่ โดยมิชอบ รวมมูลค่ากว่า 10,500 ล้านบาท โดยผูกคอตายในห้องคุมตัวของดีเอสไอ

ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงของดีเอสไอ ไล่มาตั้งแต่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีฯ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์กุล รองอธิบดีฯ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ออกมาให้สัมภาษณ์-แถลงข่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นอย่างทันควัน

เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจมากขึ้น สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ประมวลเหตุการณ์ให้ทราบชัด ๆ ดังนี้

ช่วงหัวค่ำคืนวันที่ 29 ส.ค. 2559 นายธวัชชัยถูกควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมตัวไว้ที่ชั้น 6 อาคารดีเอสไอ ประตูห้องเลขที่ 6008 โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ยืนยันว่า นายธวัชชัยออกอาการเครียด กังวล กระสับกระส่าย

เจ้าหน้าที่จึงได้นำอาหารให้รับประทาน แต่ผู้ต้องหาทานได้เพียงเล็กน้อย ก่อนเดินวนไปมาค่อนคืน

เวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 30 ส.ค. 2559 ผู้ต้องหาแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมตัวว่า แสงในห้องควบคุมสว่าง ทำให้นอนไม่หลับ ขอให้ปิดไฟ แต่เจ้าหน้าที่อธิบายว่า ไม่สามารถทำได้ ผู้ต้องหาจึงนอนบนที่นอน โดยใช้ผ้าคลุมบริเวณหน้า และนอนตะแคง

เจ้าหน้าที่เห็นว่า ผู้ต้องหาพักผ่อนแล้ว จึงเดินตรวจตราตามปกติ

เวลาประมาณ 02.00 น. เศษ เจ้าหน้าที่กลับมาตรวจหน้าห้องควบคุมตัวของผู้ต้องหาอีกครั้ง เห็นว่า ผู้ต้องหานั่งหันหลังพิงประตู จึงเคาะเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

ต่อมาเวลาประมาณ 02.30 น. จึงเปิดประตูเข้าไป พบว่า ผู้ต้องหาได้ใช้ถุงเท้ายาว ผูกคอตัวเองกับขอบบานพับประตูห้องควบคุมตัว จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ต่อมาเวลาประมาณ 04.45 น. พบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าว เสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ยืนยันว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ อธิบดีดีเอสไอ ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด และส่งศพให้สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรต่อไป

อย่างไรก็ดีผู้บริหารของดีเอสไอ ได้พาสื่อมวลชนขึ้นไปตรวจสอบชั้น 6 อาคารดีเอสไอ โดยได้รับการยืนยันข้อมูลจากนายชยพล หวานชะเอม หัวหน้าผู้ควบคุมผู้ต้องหาดีเอสไอว่า ได้พูดคุยกับนายธวัชชัยแล้ว สามารถพูดคุยได้ปกติ ไม่มีอาการซึมเศร้าแต่อย่างใด

ทั้งหมดคือไทม์ไลน์เหตุการณ์เสียชีวิตของอดีตข้าราชการสำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ดังกล่าว

สุขสันต์วันเกิด อาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์

48

สุขสันต์วันเกิด อาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์

————————————————————————-

อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เขียนถึง อ.วรเจตน์ ในวันเกิดปีที่ 46 เมื่อวานนี้

“ผมคิดว่า เรื่องดีๆที่ผมจะเขียนถึงใคร มันไม่ควรจะเขียนเฉพาะตอนคนคนนั้นตาย แล้วเราไปเขียนในงานศพ เราควรเขียนตอนที่เขามีชีวิตอยู่”

“ให้เขาได้รู้”

“ให้คนที่รักเขาได้รู้”

“ให้คนที่เกลียดเขาได้เข้าใจ”

Piyabutr Saengkanokkul

อาจารย์วรเจตน์มีโลกส่วนตัวสูงนะครับ ไม่เล่นเฟสบุค ไม่เล่นโซเชียล มีเดีย ไม่ค่อยพบปะผู้คน เท่าที่ผมรู้จักแกมาตั้งแต่ปี 2542 (ปีแรกที่แกจบเอกกลับมาสอน ผมนี่คุยได้ตลอดว่า ผมเรียนหนังสือกับแกรุ่นแรก) แกก็เป็นคนแบบนี้มาตลอด คือ ไม่นัดเจอใคร นัดกินข้าวกันก็เจอแต่พวกผม พอทำกิจกรรมรณรงค์ แกก็ไปเจออาจารย์ท่านอื่นๆบ้าง แต่ชีวิตแก ก็ยังแบบเดิม สอนหนังสือ นักศึกษาทำ วพ มาขอพบ ประชุมกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กรรมการข้อมูลข่างสารราชการ รับเชิญบรรยายตามส่วนราชการ มีแค่นี้จริงๆ

แกไม่เคยต้องการดำรงตำแหน่งอะไรเลย

ผมใกล้ชิดกับแกมาสิบปีเศษ ทราบดีว่า มีตำแหน่งสารพัดที่ต้องการให้แกไปเป็น เอาเป็นว่ามากทั้งจำนวน ทั้งรายได้ บางตำแหน่ง เป็นตำแหน่งที่คนจำนวนมากอยากเป็นจนตัวสั่น แต่ก็ไม่ได้เป็น หรือดิ้นรนจนเป็นให้ได้ ทั้งหมดนี้ อาจารย์วรเจตน์ปฏิเสธหมด

แกพิสูจน์ชีวิตแกมานานมาก จนไม่มีใครตำหนิแกได้ว่าแกรับเงินทอง หวังยศตำแหน่ง เอาจริงๆ ถ้าแกต้องการ ป่านนี้ แกไปไกลกว่าเนติบริกรที่โด่งดังกันอยู่ในเวลานี้แน่

บางที ผมยังรู้สึกว่าสังคมไทยไม่ยุติธรรมกับแก คนแบบแก ไม่ได้อะไรสักอย่าง ผมไม่ได้หมายถึงลาภยศสรรเสริญตำแหน่ง แต่บางอย่างมันเป็นสิ่งที่แกควรได้ แต่จนวันนี้แกก็ยังไม่ได้ ผมคิดว่าทุกท่านคงรู้ว่าหมายถึงอะไร

ผมเคยคุยกับแกเล่นๆว่า ในแง่ครอบครัว พวกเราคงสอบตกหมด เพราะ พ่อแม่ พี่น้อง ครอบครัว ตอนที่เขารู้ว่าคนแบบพวกเราได้ไปเรียต่างประเทศโดยทุนการศึกษา พวกเขาคงหวังว่า คนแบบพวกเราจะช่วยยกระดับครอบครัวให้ดีขึั้น แต่จนวันนี้ ครอบครัวของพวกเรา ก็ยังคงลำบากแบบเดิม

ผมทราบมาว่า แม่ของแก น้องชายของแก ก็ยังคงทำสวน เผชิญกับภัยพิบัติธรรมชาติอยู่

แล้วลองกวาดตาไปมองพวกเนติบริกรสิครับ

ที่ผมว่าแกพิสูจน์ชีวิตแกมาหลายสิบปี มาจากเรื่องใด

ตอนอาจารย์วรเจตน์กลับมาเมืองไทยใหม่ๆ แกวิจารณ์การทำงานของ กกต ศาลรัฐธรรมนูญ คดีซุกหุ้น จนกองเชียร์คุณทักษิณเกลียดแกไปตามๆกัน (ไม่ต้องบอกก็ได้ว่า เนติบริกรที่ไปรับใช้คุณทักษิณเวลานั้นก็ไม่ชอบแกด้วย)

ต่อมามีเรื่อง มาตรา ๗ มี “ตลก ภิวัตน์” คราวนี้ อีกข้างหนึ่งที่เคยวี้ดบึ้มๆๆ แก ก็หันมาด่าแกว่ารับเงินทักษิณ ในขณะที่คนที่เชียร์ทักษิณ ก็กลับมาเชียร์แก

เปลี่ยนรัฐบาลกี่ครั้ง จะมาจากขั้วใด แกก็ไม่รับตำแหน่งทั้งสิ้น

ผมเข้าใจดีว่า ฝ่าย “อำมาตย์” คงผิดหวังกับแกมาก ที่แกเป็นแบบนี้

แต่ผมยืนยันว่าแกไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก แกเป็นแบบนี้มาตลอด มีแต่พวกท่านนี่แหละ ที่พยายาม recruit คนเก่งๆเชื่องๆเข้าไป พอมีคนที่เขาหนักแน่นมั่นคงในสติปัญญาและเหตุผล พวกท่านก็เลือกที่จะไม่ทำความเข้าใจโลกและสังคมไทยที่เปลี่ยนไป แต่ท่านกลับลงโทษคนที่ท่านคิดว่าดื้อด้านแทน

(จนวันนี้ ใครที่ไปสอบทุนสารพัด พวกเราต้องบอกว่า ห้ามบอกว่าอาจารย์วรเจตน์เป็นไอดอล ไม่งั้นสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ได้)

หลังรัฐประหาร ๒๒ พค ๕๗

รัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

และสิ่งที่รัฐประหารทำกับแก ก็ยิ่งไม่ถูกต้องเข้าไปอีก

คนแบบแก ไม่มีมวลชน ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีใครหนุนหลัง แกว่าตามเหตุผล และหลักวิชาที่แกเรียนมา

จนวันนี้ คณะรัฐประหารก็ยังคง “จองจำ” แกไม่เลิก

ถ้าพวกท่านลองพินิจพิจารณาอย่างถถ้วนถี่ด้วยสติสัมปชัญญะของท่านเอง โดยไม่ต้องไปฟังพวกที่คอยรายงานมากนัก ท่านจะเห็นได้ว่า สิ่งที่อาจารย์วรเจตน์นำเสนอ เป็นทางออกที่สวยงามที่พอจะรับกันได้สำหรับทุกฝ่าย

การจองจำ ทำลาย อาจารย์วรเจตน์ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง มันสมองของแกยังมีคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองอีกมาก

ผมไม่เคยคิดเลยว่าแกจะเป็น “เป้า” ที่สำคัญของคณะรัฐประหารขนาดนั้น บางทีผมก็อาจไร้เดียงสาไปบ้าง พวกเรา ก็ด้วยความหวังดีต่อชาติบ้านเมือง เราก็อยากเสนอรูปแบบการปกครองที่ทุกฝ่ายจะอยู่อาศัยด้วยกันได้ในอนาคต ก็ไม่นึกว่าผลที่ตามมามันจะขนาดนี้

การกักขังจองจำความคิด ไม่มีทางทำให้คนเปลี่ยนความคิด

อัยการในระบอบฟาสซิสต์ที่สั่งฟ้อง อันโตนิโอ กรัมชี่ แถลงว่า “เราต้องหยุดสมองก้อนนี้ที่ทำงานต่อเนื่องมา ๒๐ ปี”

แต่ “สมอง” ของกรัมชี่ ก็ไม่เคยหยุด เขาเขียน สมุดบันทึกจากคุก ความคิดของเขายังเป็น “หมุดหมาย” สำคัญที่ให้อนุชนรุ่นหลังศึกษา

ผมทราบดีว่า ถ้าอาจารย์วรเจตน์มาอ่านที่ผมเขียนนี้ แกคงตำหนิผม และถ้ามีการกระจายข่าวแชร์กันไป คนก็คง “หมั่นไส้” แกอีกมาก

แต่… ผมอดไม่ได้จริงๆ

ผมคิดว่า เรื่องดีๆที่ผมจะเขียนถึงใคร มันไม่ควรจะเขียนเฉพาะตอนคนคนนั้นตาย แล้วเราไปเขียนในงานศพ เราควรเขียนตอนที่เขามีชีวิตอยู่

ให้เขาได้รู้

ให้คนที่รักเขาได้รู้

ให้คนที่เกลียดเขาได้เข้าใจ

สุขสันต์วันเกิด อาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์

ผู้เป็นอาจารย์ เป็นพี่ เป็นเพื่อนของผม

ขอให้อาจารย์หลุดพ้นจาก “วิบากกรรม” เสียที

(จบ)

Cr. ห้องข่าวเสรีไทย

6 ข้อสงสัยชี้ชัด !!?? ปมคดีวัดพระธรรมกาย ⚖DSIชี้แจงด่วน !!!!

ได้เวลาชี้แจงความจริงอย่ารอช้า
แชร์วนไปค่ะ !!!

6 ข้อสงสัยชี้ชัด !!??
ปมคดีวัดพระธรรมกาย ⚖DSIชี้แจงด่วน !!!!

http://xn--42cgc3ea8bp3ae4hf1as4z.blogspot.jp/2016/08/6-dsi.html

เพชรบูรณ์เดินหน้ารื้อถอนต่อรีสอร์ทบนภูสายหมอก

เพชรบูรณ์เดินหน้ารื้อถอนต่อรีสอร์ทบนภูสายหมอก

เจ้าหน้าที่เดินหน้ารื้อถอนรีสอร์ทเพิ่มอีก 2 แห่งในพื้นที่บนภูสายหมอก จ.เพชรบูรณ์ ตามคำสั่งของ คสช. มาตรา 44

news.voicetv.co.th/thailand/406182.html

เนื่องในวันเอกราชมาเลเซีย แอมเนสตี้ทั่วโลกเรียกร้องรัฐบาลมาเลเซียให้ยุติการคุกคามผู้เห็นต่าง

วันนี้ (31 ส.ค.) ตรงกับวันเอกราชของมาเลเซีย (Hari Merdeka) ฉลองเอกราชจากจักรวรรดิอังกฤษในปี 2500 ในยุคนั้น อังกฤษออก “กฎหมายปลุกระดมมวลชน” เพื่อปราบปรามขบวนการเรียกร้องเอกราช ชาวมาเลเซียจำนวนมากถูกกดขี่ ปรับ และจับติดคุกจากกฎหมายดังกล่าว

59 ปีต่อมา แม้ได้รับเอกราชแล้ว แต่กฎหมายยุคอาณานิคมฉบับนี้ยังคงมีอยู่ โดยรัฐบาลมาเลเซียในปัจจุบันกลับใช้มันเป็นเครื่องมือคุกคามผู้เห็นต่างเสียเอง มีคนถูกจับหลายร้อยคน เพียงเพราะไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล

เนื่องในวันเอกราชมาเลเซีย แอมเนสตี้ทั่วโลกเรียกร้องรัฐบาลมาเลเซียให้ยุติการคุกคามผู้เห็นต่างและยกเลิกกฎหมายปลุกระดมมวลชน ร่วมลงชื่อกับเรา

ได้ที่ > bit.ly/2bwsETU

บก.ลายจุด ปศาลตามนัดสืบพยาน ในคดีที่ตนเองตกเป็นจำเลยจากการโพสต์สเตตัสในเฟซบุ๊ก

วานนี้ (30 ส.ค.2559) เวลา 10.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือหนูหริ่ง หรือ บก.ลายจุด เดินทางไปศาลตามนัดสืบพยาน ในคดีที่ตนเองตกเป็นจำเลยจากการโพสต์สเตตัสในเฟซบุ๊กชักชวนคนออกมาชูสามนิ้วหลังการรัฐประหารของ คสช. ในข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา116 และมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพวิเตอร์พ.ศ.2550พยานที่มาในวันนี้ ร.ต.ท.นเรศ ปลื้มญาติ จากกองกำกับการที่ 2 กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เป็นผู้ตรวจคอมพิวเตอร์แมคบุ๊กแอร์ซึ่งเป็นของกลางในคดีนี้ ขึ้นเบิกความในประเด็นผลการตรวจสอบว่ามีการใช้ของกลางโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กผ่านหรือไม่ ศาลทหารนัดสืบพยานปากถัดไปวันที่ 6 ก.ย.2559

อ่านต่อ http://www.tlhr2014.com/th/?p=1865

พรรคการเมืองโดยไม่ให้เป็นเหมือนพรรคทหารแบบเก่า จะไปไม่รอด

หมายเหตุ – นักวิชาการแสดงความเห็นถึงกรณีที่นายสมพงษ์ สระกวี สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ระบุว่ามีกลุ่มเพื่อนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สอบถามความเห็นเรื่องการตั้งพรรคการเมืองโดยไม่ให้เป็นเหมือนพรรคทหารแบบเก่า จะไปไม่รอด

นักวิชาการฟันธง พรรคทหาร ไปไม่รอด

แอมเนสตี้เรียกร้องมาเลเซียยกเลิกข้อหาปลุกระดมมวลชนต่อผู้เห็นต่าง

แอมเนสตี้เรียกร้องมาเลเซียยกเลิกข้อหาปลุกระดมมวลชนต่อผู้เห็นต่าง
ตัวแทนแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย รวมตัวที่หน้าสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เพื่อยื่นจดหมายเรียกร้องทางการมาเลเซียยกเลิกกฎหมายปลุกระดมมวลชนและกฎหมายอื่นๆ ที่ถูกใช้เพื่อปิดปากผู้ที่มีความคิดเห็นต่าง ชี้เป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสงบของประชาชน

อ่านต่อ https://www.amnesty.or.th/news/press/877

“ในนามของความ(อ)ยุติธรรม ภายใต้คสช.”

“ในนามของความ(อ)ยุติธรรม ภายใต้คสช.”

29 ส.ค.59 พนักงานอัยการ จ.ราชบุรี มีความเห็นสั่งฟ้องจำเลยทั้ง 5 คนในคดีซึ่ง ปกรณ์ อารีกุล,อนุชา รุ่งมรกต, อนันต์ โลเกตุ สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ภานุวัฒน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ และทวีศักดิ์ เกิดโภคา ผู้สื่อข่าวประชาไท ถูกกล่าวหาว่ากระทำตามความผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 และประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขฉบับที่ 25 เรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับการยุติธรรมทางอาญา เนื่องจากการตรวจค้นรถและพบเอกสารเกี่ยวกับการรณรงค์ไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ดูรายละเอียดคดีเพิ่มเติมที่นี่

ทั้งนี้ในคดีดังกล่าวพนักงานอัยการได้ขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์ของกลางทั้งหมด 18 รายการ จากทั้งหมด 19 รายการ เนื่องจากพนักงานอัยการเห็นว่าของกลางดังกล่าวมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามมาตรา 61 พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 อย่างไรก็ตามของกลางในลำดับ 19 นั้นเป็นหนังสือ“ในนามของความ(อ)ยุติธรรมภายใต้คสช.”รวมรายงานผลกระทบจากการรัฐประหารและการละเมิดสิทธิมนุษยชน 2557–2558  ซึ่งจัดทำขึ้นโดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อันเป็นผลจากการบันทึกผ่านการลงพื้นที่ สัมภาษณ์ และติดตาม สถานการณ์ ผลกระทบจากการรัฐประหาร ตั้งแต่ พฤษภาคม 2557 จนถึงตุลาคม 2558 เป็นเวลารวมถึง 18 เดือน ซึ่งในระหว่างการทำงาน ศูนย์ทนายฯ ได้มีการจัดทำารายงานหรือบันทึกกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่างๆ และได้นำเสนอต่อสาธารณะในโอกาสต่างๆ กัน หนังสือเล่มนี้จึง เกิดขึ้นจากการรวบรวมและปรับปรุงรายงานดังกล่าวมาจัดมาพิมพ์ให้เป็นระบบมากขึ้น

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าหนังสือดังกล่าวนั้นไม่ได้มีเนื้อหาส่วนใดเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 61 พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 และแม้จะมีความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญภายในหนังสือดังกล่าว ก็เป็นความเห็นต่อร่างเดิมซึ่งเผยแพร่ต่อสาธารณะมาตั้งแต่วันที่ 5ก.ย.2558 ก่อนร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติจะเผยแพร่ออกมา อย่างไรก็ตามศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็น หนึ่งในเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกสถานการณ์สิทธิมนษุยชนที่เกิดขึ้นในปี 2557 – 2558 เพื่อให้ผู้ที่สนใจศึกษาสถานการณ์ของประเทศไทย ในอนาคต ได้เรียนรู้และนำไปสู่การพัฒนาการเคารพสิทธิมนุษยชนของสังคมไทย ทั้งในด้านกระบวนการยุติธรรมและด้านอื่นๆ ต่อไป ศูนย์ทนายฯจึงเปิดให้ดาวน์โหลด หนังสือ“ในนามของความ(อ)ยุติธรรม ภายใต้คสช.” มา ณ ที่นี้

http://i0.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2016/08/photo_2016-08-29_21-31-28.jpg

ดาวน์โหลดที่นี่ : Annual-Report-InTheName0f(in)Justice_final