Message from จรรยา ยิ้มประเสริฐ Junya Yimprasert

4 สิงหาคม 2560

August 4, 2017

ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

Thai Alliance for Human Rights

สวัสดีพี่น้องในภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนทุกท่าน

Hello Brothers and Sisters in the Thai Alliance for Human Rights.

ก่อนอื่นก็ต้องขอร่วมแสดงความยินดีในวาระครบรอบ 5 ปีของการก่อตั้งองค์กร ที่ทำงานเพื่อรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศไทย จากสหรัฐอเมริกา

First off, I’d like to express congratulations on the 5th Anniversary of the organization that works for the pursuit of human rights and democracy in Thailand from the United States of America.

ประเด็นเรื่อง “ทางเบื้องหน้าสู่อนาคตประเทศไทยที่เคารพหลักสิทธิมนุษยชน” เป็นหัวใจสำคัญของทุกผู้คนที่สนใจพัฒนาการอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ที่สนใจจะร่วมคิดวิเคราะห์และร่วมสร้างให้เกิดขึ้น

The issue of the way forward to a future for Thailand with respect for human rights is the heart of the matter for every person interested in Thailand’s permanent and stable development of Thailand, who is interested in coming together to analyze this issue and bring it about.

การอยู่ร่วมสมัยกับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ต่อเนื่องยาวนานกว่าสิบปี ที่เป็นสิบปีแห่งความโกลาหล วุ่นวายและไร้วุฒิภาวะที่เมืองไทย จะถือได้ว่าเป็นสิบปีแห่งการต่อสู้ที่บันทอนความเชื่อมั่นและความรู้สึกของผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็คงไม่ผิดนัก เพราะคู่ต่อสู่ทางความคิด ไม่ได้เป็นแค่ทหารและกลุ่มนายทุนและชนชั้นสูง ที่เป็นกลุ่มคนที่มั่งคั่งจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนทั้งประเทศได้อย่างไม่ถูกลงโทษเท่านั้น

Joining the time [?] and struggling for democracy that continues on and on more than 10 years, which are ten years of commotion, troubles, and lack of maturity in Thailand, will be looked on in history as as ten years of struggle that greatly slash the confidence and feelings of people, and I’m unlikely to be wrong about this [?] Because opposed to  the way of thinking are not only the soldiers and the capitalists and the upper class who are the groups of people who without punishment can be wealthy from abusing the human rights of the people throughout Thailand.

แต่คู่ต่อสู้ของขบวนการประชาชนที่มุ่งหวังปักหมุดหมายแห่งประชาธิปไตยในประเทศไทย กลับเป็นประชาชนด้วยกันเอง ที่อาจจะเป็นคนใกล้ตัว เป็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูง และเพื่อนบ้านใกล้เคียง มันจึงเป็นสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการปริแยกแตกขััวทางความคิดของผู้คนในประเทศอย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสงครามแห่งชนชั้นระหว่าง “ผู้ได้ประโยชน์จากวิถีเผด็จการ ปะทะ กับประชาชนที่ไม่ยอมเสียประโยชน์อีกต่อไป”

But the opponents of the people’s movement that hope to gum up the aims of democracy in Thailand to return to being one people, who might be someone close to you, might be family, friends, and neighbors. So this is a situation that clearly indicates the tearing and divisions in the people in the country. This may be called a class war between “the people who benefit from the pathway of dictatorship and the citizens who are unwilling to forgo the benefits anymore.”

ในการพยายามขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เริ่มเดินหน้าสู่ความเป็นประเทศที่เรียนรู้ และรู้จักหลักการด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของหลายภาคส่วนที่ดำเนินมาต่อเนื่อง  ที่ต้องเข้าสู่สภาวะที่ต้องเข้าสู่สภาวะสิบปีแห่งความสับสนและเจ็บปวด – ผู้คนจำนวนมากก็จำเป็นต้องประนีประนอมทุกหลักการเพื่อชลอความขัดแย้งและการต่อสู้กันเองแห่งความสับสนและเจ็บปวด – ผู้คนจำนวนมากก็จำเป็นต้องประนีประนอมทุกหลักการเพื่อชลอความขัดแย้งและการต่อสู้กันเอง

In trying to move Thailand to start to advance towards being a country that learns and knows principles of human rights and liberties of the many various sectors that proceed forward continually, which reaching the condition they must reach, the condition of 10 years of confusion and hurt—the many people must accommodate themselves to every principle in order to slow conflict and fighting among themselves.

ทหารและชนชั้นสูงของไทย บ่มเพาะประสบการณ์มานานจนชาญฉลาด ในการสั่งการอยู่เบื้องหลังมวลชนที่พวกเขาหล่อเลี้ยงด้วยการให้อภิสิทธิชนเหนือคนอื่นกับพวกเขาเหล่านั้น ให้ทำหน้าที่เป็นพลังมวลชน “ที่มีความชอบธรรม” (เช่นกัน) ในการลุกมายึดพื้นที่บนท้องถนน เพื่อส่งเสียงดังกว่าว่า พวกเขาเท่านั้นที่ครอบครองสิทธิในการกำหนดเส้นแบ่งทางชนชั้น และได้สิทธิแสดงความเป็นอภิสิทธิชนเหนือคนอื่นในประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า พลังมวลชนของค่ายอภิสิทธิชน กระทำโดยการละเมิดสิทธิและเสรีภาพคนส่วนใหญ่ในประเทศมาตลอดสิบปี โดยที่มักจะไม่ถูกลงโทษ

Thai military and elites had so much subterfuge and experience for a long time until they are very clever. In society they are always behind the “righteous” masses to get up and seize the space on the road and sound louder [than others]. They only possess the right to define the class line. And have the right over other people to show the apocalypse. Of course there was power of  Abhisit,  violating the rights and freedoms of most people in the country for ten years, and of course he won’t be punished

ดังนั้น การจะเดินหน้าประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่เคารพสิทธิมนุษยชน จึงไม่มีทางดำเนินการได้สำเร็จ ถ้าไม่อาจบีบบังคับให้กลุ่มคนที่มีอภิสิทธิมากกว่าในสังคมไทยสองสามล้านคน ยอมรับเสียทีว่า พวกเขาจำต้องยอมรับสิทธิของประชากรกลุ่มอื่นในประเทศอีก 60 กว่าล้านคนด้วย และถ้าพวกเขาไม่ยอมรับ และไม่ยอมร่วมขับไล่วิถีเผด็จการทหารให้ออกไปจากการเมืองไทย ความหายนะก็จะไม่ได้ตกอยู่กับคนแค่ 60 ล้านคนเท่านั้น แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาที่มีอภิสิทธิชนมากกว่า ก็จะต้องเผชิญกับความหายนะไปด้วยเช่นกัน

As for Thailand moving forward on a path to be a country that respects human rights. There is no way to successful way to accomplish this, if Ahbisit can coerce a group of people a few thousand people to overthrow Thai society of a few million people. Accept that they must recognize the rights of another 60 million people in the country. And if they do not accept And refusing to join the dictatorship of the military out of Thai politics. The disaster will not fall on only 60 million people. But in the end, they have more rights It will also face disaster as well.

จะทำอย่างไรให้กลุ่มคนที่ได้อภิสิทธิชนเหล่านี้ในประเทศไทยลุกขึ้นมายอมอยู่อย่างเท่าเทียมกับคนอื่นในประเทศ เป็นเรื่องที่ผู้คนที่ห่วงใยประเทศไทย ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและที่อยู่ในต่างประเทศ จะต้องร่วมกันส่งเสียงดังอย่างต่อเนื่อง เพื่อบอกพวกเขา เพื่อประท้วงพฤติกรรมอันละเมิดสิทธิมนุษชนทั้งหลายที่พวกเขาทำกันอย่างจริงจัง และมันจะเป็นงานที่ไม่อาจสำเร็จลงอย่างรวดเร็ว แต่เชื่อแน่ว่า ถ้ามีคนตื่นรู้เรื่องสิทธิความเท่าเทียมมากเท่าไร การละเมิดสิทธิมนุษยชนก็จะไม่ถูกปล่อยให้ลอยนวลได้ง่ายๆ มากขึ้นเท่านั้น และคนที่เคยชินกับวิถีอภิสิทธิชนก็จะค่อยๆ ถูกกล่อมเกลาให้ต้องเคารพและตระหนักในสิทธิมนุษยชนของคนอืนๆ มากขึ้น

How can these groups of people in Thailand get together equally with others in the country? It is a concern for people in Thailand. Both in Thailand and abroad. It must continue to ring continuously. To tell them To protest the abuses of human rights that they do in earnest. And it will be a task that can not be accomplished quickly. But believe that. If people are awake, they know how much equality is right. Human rights abuses will not be left out easily. More only And people who are accustomed to the path of the apocalypse will gradually. It has been refined to respect and realize the human rights of others.

ท้ายนี้ ขอให้ทุกคนในภาคีเพื่อสิทธิมนุษยชนจงร่วมทำหน้าที่กระทุ้งเตือน หรือประท้วงทุกกิจกรรมที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยกันต่อไปในทุกวิถีทางที่ทำได้

Finally, I ask that everyone in the alliance for human rights must join to do your duty to warn about and protest every activity that infringes on human rights in Thailand, in every way that you can.

ด้วยความสมานฉันท์

With solidarity,

สู้ สู้

Fight! Fight!

 

จรรยา ยิ้มประเสริฐ

Junya Yimprasert

แอคชั่นเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *