ในช่วงค่ำของวันที่ 13 มีนาคม ศกนี้ ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ กฎหมายใหม่ 11 ฉบับ ทั้ง ระดับพระราชบัญญัติ และพระราชกฤษฎีกา กฎหมายทั้ง 11 ฉบับ ประกอบด้วย
- พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชบัญญัติการรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชบัญญัติการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่แต่งตั้งตามประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลโนนสะอาด อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนเขตอำเภอท่าปลากับอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ. ๒๕๕๘
- พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
ในภาวะปกติ การออกประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ทีเดียว 11 ฉบับเนี่ย ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง แสดงว่าทำงานกันขยันขันแข็งมาก และหากเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญต่อประโยชน์ของชาติ ก็ถือว่าน่าชื่นชม แต่วันนี้ กลุ่มเนติบริกรที่ประกอบด้วยทหารเข้าไปบงการนับครึ่ง หาได้มีความชอบธรรมใด ๆ ไม่ ที่จะมาร่วมกันออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านต่าง ๆ มาครอบงำ บังคับให้คนทั้งชาติต้องยอมรับและปฏิบัติตา ดูแบบเป็นธรรม เรื่องเหล่านี้ ก็คงมีการชงกันมาก่อนหน้านี้นานแล้ว และคงมีคณะทำงานในระดับล่าง ๆ ลงไปชงขึ้นมา แต่สิ่งที่เราต้องตั้งคำถามก็คือ การใด ๆ ที่สำคัญ ๆ และเกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจ ที่มีผลต่อความเป็นไปของบ้านเมือง เช่น เรื่องการแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การเวนคืนที่ดิน (โดยที่ประชาชนในเขตที่ถูกกระทบไม่ได้มีตัวแทนไปปกป้องสิทธิของพวกเขาแทนพวกเขาในสภา และแม้แต่เรื่องของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งผูกพันกับชีวิตของประชาชนทุกคน สมควรที่จะให้คณะเนติบริกรใต้รองเท้าบู๊ตทหารมาเป็นผู้กำหนดกระนั้นหรือ?
(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

