สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข สักหน่อย

ในวาระ สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ. พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข
อีป้อม….ครับ  ก่อนอื่นขอแสดงความติดเห็น กับชีวิตและหน้าที่การงานของนางประวิทย์  ที่ประสบความสำเร็จ  ลาภ ยศ สรรเสริญ รวมทั้งบรรดาศักดิ์ ที่ได้มีจาก กองเลือดและคราบน้ำตาของประชาชน  ทั้งในปี ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจุบัน 
ความชั่วระยำ เหล่านี้อีป้อม ล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น    แม้จะทำให้คนไทยอีกหลายสิบล้านคน ต้องทุกข์ทน และ ไม่เคยมีวาสนาได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นแม้เสี้ยวปลายนิ้วก้อยจากที่อีป้อมได้รับ    
เปล่าหรอก….ผมไม่ได้กำลังขอร้องขอ  ให้อีป้อมแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นที่ได้รับ   แต่อยากจะเอาเท้าสะกิดหัวของนาง ในฐานะปราชาชนคนไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนด้วยกัน   สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง….ยิ่งขวานขวายมากก็ยิ่งสูญเสียมาก 
ในฐานะที่อีป้อม  พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข     ผมไม่เชื่อว่าอีป้อมจะไม่รู้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง   ยิ่งในขณะนี้!!   ขณะที่ทหารเอารถถัง เอาสรรพอาวุธสงครามมาbase ไว้ที่กรุงเทพฯ     อีป้อมอาจจะปฏิเสธว่าเป็นทหารที่เกษียณไปแล้วไม่รู้. หรืออีป้อมออกมาปัด ในการสลายการชุมนุม เมื่อครั้งปี 2553 ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า แค่เป็นพยาน ในการสั่งฆ่าประชาชน ในครั้งนั้น เท่านั้น ….ฟังเผินๆ อาจจะน่าเชื่อถือนะครับ    แต่พฤติกรรมที่ผ่านๆ มาของอีป้อม กลับมองว่ายังไม่เกษียณเลย
อีเปรม แห่งบ้านสี่เสา ถือว่าเป็น “ทหารเกษียณ” ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบอำมาตยธิปไตย    ในสายตาของผมและเชื่ออีกว่าในสายตานักประชาธิปไตยอีกหลายๆ ล้านคนมองว่านั่นไม่ถูกต้องนัก   เพราะสถานะของอีเปรม กลับถูกยกย่องจากคนทั่วไปโดยเฉพาะทหารและจากสื่อทีมงานของอีเปรมเองจนเกินเลย  แม้ช่วงวันเปิดบ้านของอีเปรม  ไอ้ตูบ ถึงขนาดฟ้องอีเปรมว่า สื่อไม่ช่วย 
นั้นเป็นข้อสังเกตุให้เห็นว่า อีเปรมไม่ใช่คุมแค่กำลังทหาร หรือแค่ธนาคารเท่านั้น แม้กระทั้งสื่อ อีเปรมก็คุมด้วย  
อีป้อม  …..เองคงจะทราบและรู้ดีว่า อีเปรม นั่นคือที่มาที่ไปของคำว่า “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ”  และเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง รัฐประหารทุกครั้ง 
ก่อนหน้านั้นโผทหารโดยเฉพาะตำแหน่ง “ผบ ทบ.”  ก่อนจะส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย  ต้องผ่านมืออีเปรมก่อนทุกครั้ง  (ซึ่งถือว่าไม่จำเป็นต้องผ่านมือ  หาเช่นนั้นพรบ. พรก. หรืออะไรต่อมิอะไรที่ต้องส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ต้องผ่านอีเปรมทั้งหมด)    
ก็ต่อเมื่อครั้งดร.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายก ก็ได้ทำลาย “ธรรมเนียมเลว” คือการไม่ส่งโผทหารผ่านมืออีเปรมลงไป  และเขาเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยตรงในฐานะนายกรัฐมนตรีเอง  การแต่งตั้งเหล่าทหารชั้นผู้ใหญ่จึงเป็นไปตามกฏตามกติกา    นายทหารที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากตรงนี้ก็คือ (อีป้อมประวิทย์) ด้วย   หรือมึงจะปฏิเสธ………….???  
หากวันนั้น  ดร. ทักษิญ ยังคงธรรมเนียมเก่า เอารายชื่อให้ อีเปรม………. ผมถามตรงๆ นะครับว่า อีป้อม  มึงจะมีวันนี้ไหม
หากแต่…….. วันนี้ อีป้อมทำไมมึงกลับจ้องทำลาย ตระกลูชินวัตร และ ประชาชนด้วยเหตุอันใด  ทั้งๆที่ มึงก็ได้รับ อนิสงค์จาก ระบอบ ประชาธิปไตย มึงนี้ ยิ่งกว่าสุนัขตัวเมียที่เลี้ยงไม่เชื่องเสียอีก 
เอาล่ะ เมื่ออีป้อม เป็นเช่นนี้  ก็ขอคิดและคาดเดาต่อไปเอาไว้เลยว่า 
เมื่อไหร่ที่ อีเปรมได้สิ้นอายุขัย หรือตายห่าตายโหงจากพิษ ส้นตีนของประชาชน ลงไป   ศูนย์รวมอำนาจนอกระบบและเหนือรัฐธรรมนูญก็คงจะค่อยๆ สลายไปด้วย     และที่สำคัญ    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะได้หลุดจากวงจรแห่งการกุมอำนาจแบบประหลาดๆ ในสังคมไทยเสียที     บ้านเมืองจะเดินได้ไปข้างหน้าไม่ตะกุกตะกักเหมือนที่ผ่านๆ มา 
หรือว่าอีป้อม มึงจะเห็นด้วยไหม กับกู หรือว่า มึงจะคิดสวมบท อีเปรม 2 
อีป้อมเอย………อย่าคิดวัดรอยเท้าอีเปรมเลย …วางตัวเป็นทหารเกษียณทิ้งตัวอย่างที่เป็นทหารเลว ๆ อย่าให้น้องๆ เดินตามรอยมึงอีกเลย พอทีเถอะ
–  
รอยเท้าของมึงนะ อีป้อม ไม่ว่ามึงจะเลี้ยงทหารนอกแถวไว้มากมายก็ตาม  แต่กูเชื่อว่า  ด้วยระบบประชาชธิปไตยในอนาคตในใกล้นี้  ซึ่งแน่นอนอไม่ได้มาจาก ทรราช คสช. อย่างแน่นอน 
ทหารชั่ว และ ทรราช คสช.ทั้งหลาย จะต้องถูกดำเนิคดี ฆ่าล้างเผ่าพันธ์กับศาลโลก และกูก็เชื่อต่ออีกว่าทหารหลายรุ่นหลายเหล่าจะไม่เดินตามรอยเท้ามึง………….  อีป้อม 
เพราะอะไร  ก็เพราะประเทศฉิบหายวายวอดไปกว่า 5 ล้านๆ บาท ในช่วงเวลาตั้งแต่ทรราช คสช. ทำรัฐประหารมานั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า
และประชาชนตายไปมากกว่าหมื่นด้วยน้ำมือของ ทหารทั้งสิ้น 
นั้นจึงเป้นที่มา ขอคำว่า   ทหารไทยมีไว้ทำไม
กูไม่ต้องทหารชั่วๆ อย่างพวกมึงอีกแล้ว  ————พอกันที
เสรีชน

Leave a comment